วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มะละกา เมืองไม้งาม

กองเรือมหาสมบัติ มีกำลังพล 3 หมื่น ของเจิ้งเหอ ขันทีนักเดินเรือแห่งราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368–1644) เดินทางมาถึงมะละกา ช่องแคบมะละกามีคนบันทึกว่า เจิ้งเหอสื่อสัมพันธ์กันด้วยไมตรีกับองค์สุลต่าน

ประสิทธิ์ ฉกาจธรรม จากอาศรมสยาม-จีนวิทยา ให้ข้อมูลว่า ความ รุ่งเรืองของรัฐสุลต่านมะละกา ดำเนินมาจนเมื่อชาวโปรตุเกสเดินทางมาถึง

24 ส.ค. ค.ศ.1511 มะละการบแพ้ ระบบสุลต่านสิ้นสุด อยู่ใต้การปกครองของโปรตุเกส ค.ศ.1641 ฮอลันดารบชนะโปรตุเกส ได้มะละกา ค.ศ.1824 ฮอลันดาก็ต้องยกมะละกาให้อังกฤษ แลกกับเมืองเบนคูเลน ตะวันตกเฉียงใต้เกาะสุมาตรา

ค.ศ.1942 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 มะละกาตกเป็นของญี่ปุ่น จนถึงปี ค.ศ.1945 ญี่ปุ่นแพ้สงคราม มะละกากลับคืนไปอยู่กับอังกฤษ

มะละกาเหมือนที่โบราณว่า ไม้งาม กระรอกเจาะ หน้าตากระรอก ไล่เลียงจากโปรตุเกส ฮอลันดา อังกฤษ ญี่ปุ่น ไปถึงจีน...ยังไม่รวมสยาม...

ที่เคยอ้างตัวเป็นผู้ปกครอง...มะละกา จนมะละกาต้องฟ้อง ขอให้เจิ้งเหอ...ช่วยปราม

ข้อมูลจากเอกสารหมายเลข 8 ประกอบการสัมมนาวิชาการ เรื่อง 600 ปี ซำปอกงเจิ้งเหอ กับอยุธยา และอุษาคเนย์ 25 พ.ย.2548 ปริวัฒน์ จันทร บันทึก สมุทรยาตรา 7 ครั้ง...เจิ้งเหอเดินทางไปที่ไหนบ้าง

ครั้งที่ 1 ค.ศ.1405-1407 เจิ้งเหอแวะอาณาจักรจัมปา แล้วไปอาณาจักรมัชปาหิต เกาะชวา วกขึ้นเหนือไปปาเลมบัง เกาะสุมาตรา แวะเมืองมะละกา ข้ามมหาสมุทรอินเดียไปลังกา เมืองคาลิคัท เมืองโคชิน เมืองคีลอน

เที่ยวกลับตอนผ่านมะละกา ก็ต้องรบกับเฉินจู่อี้ สลัดจากกว่างตง เจิ้งเหอจับเฉินจู่อี้ได้เอาตัวสำเร็จโทษ

ครั้งที่ 2 ค.ศ.1950-1952 เจิ้งเหออ้อมแหลมญวนเข้าสู่อ่าวสยาม เยือนราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา เทียบท่า ณ บริเวณหน้าวัดพนัญเชิง

ปีนี้เป็นปีที่เจ้านครอินทร์ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ เสวยราชสมบัติอยุธยา โดยขุนนางทั้งปวง เป็นใจถอดสมเด็จพระรามราชาธิราช แห่งราชวงศ์อู่ทอง ไปไว้ที่เมืองปทาคูจาม

ราชวงศ์สุพรรณภูมิ ปกครองอยุธยา 11 รัชกาล จนเสียกรุง พ.ศ.2112 นักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสยามครั้งนั้น เจิ้งเหอเป็นตัวการใหญ่

จากสยาม ก็เหมือนทุกครั้ง...เจิ้งเหอแวะมะละกา ซึ่งมีทั้งอู่ซ่อมเรือ โกดังเก็บสินค้า และยุ้งข้าว แล้วไปเมืองคาลิคัท เที่ยวนี้เจิ้งเหอเล่นบทพี่ใหญ่ ตั้งพระเจ้ามานาวิกรม ปกครองคาลิคัท

ย้อนกลับแวะมะละกา คราวนี้ปรเมศวร ผู้สถาปนามะละกาเป็นรัฐ พร้อมบริวาร ขอติดตามกองเรือเจิ้งเหอ ไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิหย่งเล่อ ที่นครหนานจิง

ครั้งที่ 3 ค.ศ.1952-1955 เจิ้งเหอแวะจัมปา สยาม มะละกา สุมาตรา คาลิคัท คีลอน โคชิน เที่ยวกลับ ก็ต้องรบกับกองทัพอลเกศวร เสนาบดีเมืองคัมโปละ จับอลเกศวรไปถวายจักรพรรดิ

ครั้งที่ 4 ไปถึงครั้งที่ 7 สมัยจักรพรรดิซวนเต๋อ ค.ศ.1431-1433 เรือเจิ้งเหอไปหยุดแค่คาลิคัท แต่กองเรือ...ไปถึงคาบสมุทรอาระเบีย ขึ้นฝั่งนครเจดดา นครดูฟาร์ และไปจนถึงนครเมกกะ

เจิ้งเหอผู้ยิ่งใหญ่ ล้มป่วยและตายที่เมืองคาลิคัท กองเรือมหาสมบัติกลับถึงจีนเมื่อปี ค.ศ.1433 นับแต่นั้นมา จีนยังไม่เคยมีกองเรือยิ่งใหญ่ เหมือนสมัยเจิ้งเหออีก

ลีลาเจิ้งเหอ...มาถึงสมัยนี้ยังมีคนประทับใจ...เขาเล่นได้ทุกบท พูดจริงทำจริง รักกันก็นับญาติเป็นพี่เป็นน้อง ชังกันตกลงกันไม่ได้ ก็ต้องใช้กำลังบังคับ...ได้เสียกันไปข้างหนึ่ง นี่คือต้นแบบนักเลงโตโลกรุ่นเก่า

ส่วนนักเลงโตโลกรุ่นใหม่...ลอกสไตล์เจิ้งเหอไปใช้ มีเรือรบลำใหญ่ๆ ตระเวนไปขู่เขาทั้งโลก ไม่ได้ดังใจก็ใช้กำลังบังคับ...แต่มือไม่ถึง ไปที่ไหนก็รบกันยุ่งเหยิงที่นั่น สักบ้านเมืองเดียว ก็เอาไว้ไม่อยู่

ถ้าจำเป็นต้องเลือก ระหว่างฝรั่งกับจีน...ผมเลือกจีนครับ...

คุยกันเมื่อไหร่ ก็เจอน้ำใสใจจริงมากกว่า ไม่เหมือนฝรั่งบางพวก แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ รู้ทันที นี่มันพวกปากอย่างใจอย่าง.

กิเลน ประลองเชิง

2 ก.พ. 2558 10:21 2 ก.พ. 2558 10:21 ไทยรัฐ