วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อยากเป็น 'คนรวย' หรือ 'คนชักหน้าไม่ถึงหลัง' (ตอนที่ 1)

คำว่า คนรวย อาจฟังดูเหมือนแบ่งชนชั้น แต่ถ้าเทียบกับ คนชักหน้าไม่ถึงหลัง ก็ต้องยอมรับความจริงอย่างไม่ต้องซ่อนความรู้สึกเขินอายว่า ทุกคนต้องการเป็นคนรวย แต่หลังจากเป็นคนรวยแล้ว จะปฏิบัติตัว หรือทำตนให้เป็นที่นับหน้าถือตา หรือขีดเส้นกำหนดชนชั้น ทั้งหมดนั้นล้วนขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคนรวยแต่ละคน ดังนั้น ความจริงที่ว่า คนเราทุกคนต้องการมีทรัพย์สินเงินทองให้มากพอระดับหนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่จะทำได้ยังไง? ลองมาดูกัน

เริ่มจาก คนทั่วไปคิดว่าเงินเป็นจุดเริ่มของความเลวร้าย แต่คนรวยกลับคิดว่าความจนต่างหากที่เป็นต้นกำเนิดของความย่ำแย่ ประโยคที่ว่า “ผม หรือดิฉันไม่มีทางทำสิ่งนี้เพื่อเงินหรอก” หรือ “เงินซื้อไม่ได้” และยังมีคำพูดลักษณะแบบนี้อีกมากมาย สะท้อนให้เห็นว่าเป็นคำพูดที่สื่อความรู้สึกว่า เงินในบางครั้งก็เหมือนโรคเอดส์ ไม่อยากที่จะสัมผัส แต่ทุกๆ คนจำเป็นต้องใช้เงิน เพราะเงินทำให้เรามีอิสรภาพ คนทุกคนจำเป็นต้องใช้เงินในการดำรงชีวิต จึงไม่ใช่เรื่องน่าเกลียดเลยแม้แต่น้อยที่คุณจะรู้สึกว่า “ฉันต้องการเงิน” แล้ววิธีที่คุณจะได้เงินมานั้นมันจะง่ายขึ้นกว่าเก่ามาก เพราะฉะนั้น การปรับความคิดใหม่ในช่วงที่เริ่มหาเงินหาทอง จึงต้องมองว่าเงินไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย แต่วิธีการหาเงินอย่างผิดๆ คือ ความชั่วร้ายต่างหาก คนทั่วไปคิดว่า การเห็นแก่ตัวเป็นสิ่งไม่ดี แต่คนรวยมีความคิดว่าความเห็นแก่ตัวเป็นเรื่องถูกต้องในบางครั้ง! คนชาติไหนก็แล้วแต่ ล้วนมีความเห็นแก่ตัวอยู่ในตัวเองทั้งนั้น ความเห็นแก่ตัวมีสองรูปแบบ คือ เห็นแก่ตัวแบบเปิดเผย และเห็นแก่ตัวแบบไม่แสดงออก ถ้าคุณจะเห็นแก่ตัวก็ควรจะเห็นแก่ตัวแบบเปิดเผย เพราะการเห็นแก่ตัวแบบซ่อนเร้นนั้นเป็นสิ่งที่เลวร้าย ในเมื่อการเปิดเผยจะทำให้คุณได้สิ่งที่คุณต้องการ และความต้องการนั้นก็จบไป ซึ่งแตกต่างกับความเห็นแก่ตัวแบบที่ซ่อนอยู่ภายในที่อยากได้แต่ไม่กล้าแสดงออก ซึ่งจะทำให้ความต้องการนั้นมีอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายก็ต้องหาวิธีที่จะเอามาให้ได้ โดยอาจจะใช้วิธีที่ผิดหลัก ละเมิดกฎเกณฑ์ หรือผิดกฎหมายอาญาบ้านเมือง

คนทั่วๆ ไปมีความคิดแบบ “รอคอยโชคเข้าข้าง” แต่คนรวยมีความคิดแบบว่า “ต้องลงมือทำ” โดยเฉพาะในสังคมประเทศไทย โดยเฉพาะคนตามชนบทห่างไกล ประโยคต่อไปนี้ ได้แก่ ถ้าฉันถูกหวยนะ ถ้าผมได้มีโอกาสนะ คนร่ำรวยแทบจะไม่มีคำพูดนี้ในหัวสมอง คนที่มีฐานะขึ้นมาทุกวันนี้ ด้วยหยาดเหงื่อจากความขยันขันแข็งบนความซื่อสัตย์ จะหยุดความคิดแบบรอคอยจากโชคชะตา ในขณะที่คนชักหน้าไม่ถึงหลังมักจะทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ถัดมา คนทั่วไปมีความคิดว่า จะรวยได้นั้นต้องเป็นไปตามหลักสูตรการศึกษาทั่วไป แต่คนร่ำรวยนั้นกลับคิดแตกต่างว่า ความเชี่ยวชาญต่างหากที่เป็นเส้นทางไปสู่ความรวย บางที หรืออาจจะบ่อยครั้งมากขึ้นในทุกวันนี้ การศึกษาทั่วไปก็ไม่ได้ให้ความสำเร็จกับเราได้เสมอไป กลับกลายเป็นภาพลวงตาสำหรับคนบางกลุ่ม แต่ควรหาความรู้ ความเชี่ยวชาญให้กับตัวเอง คุณอยากรู้อยากศึกษาอะไรนั้น ทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง ตอกย้ำความจริงที่ว่า คนเรามีความต้องการที่แท้จริง ไม่มีอะไรหยุดการเรียนรู้ของคุณได้ ยกเว้นตัวคุณเอง สิ่งที่ได้จากการศึกษาทั่วไปเป็นความรู้ขั้นพื้นฐานที่มีประโยชน์ในแง่จัดระเบียบวิธีคิด แต่สิ่งที่ได้จากความเชี่ยวชาญจนกลายเป็นประสบการณ์ คือ สุดยอดของวิธีการสร้างความมั่งคั่งของคนร่ำรวย

ข้อต่อมา มีความสำคัญมากๆ สำหรับคนทั่วไป ที่จะก้าวข้ามไปสู่คนร่ำรวยในอนาคต นั่นคือ คนทั่วไปจมอยู่กับความสำเร็จเก่าๆ ในขณะที่คนรวยคิดไปถึงอนาคตของเค้า คนบางคนวางแผนอนาคต หรือบางคนใช้การจินตนาการตัวเองในอนาคตว่า คุณเองจะเป็นอย่างไร? จินตนาการตัวคุณเองที่อยากเป็นจริงๆ อยากใช้ชีวิตแบบไหน? ทำให้คนที่ร่ำรวยมักตั้งความท้าทายให้กับความสามารถของตัวเองตลอดเวลา ต่อมาคนทั่วไปมองเห็นเงิน และใช้เงินจากอารมณ์ คนรวยมองเห็นเงินผ่านข้อเท็จจริง บทสรุปสั้นๆ ของข้อนี้อยู่ที่ คนไม่มีจะกิน หรือชักหน้าไม่ถึงหลัง มักจะใช้เงินด้วยอารมณ์เป็นหลัก ปัญหาการเงินจึงกลายเป็นปัจจัยที่ 6 ของการใช้ชีวิตของคนกลุ่มนี้ อย่าใช้เงินด้วยอารมณ์จงมีสตินั่นเอง พบกับตอนจบในสัปดาห์หน้า

บัญชา ชุมชัยเวทย์

บัญชา ชุมชัยเวทย์

คำว่า คนรวย อาจฟังดูเหมือนแบ่งชนชั้น แต่ถ้าเทียบกับ คนชักหน้าไม่ถึงหลัง ก็ต้องยอมรับความจริงอย่างไม่ต้องซ่อนความรู้สึกเขินอายว่า ทุกคนต้องการเป็นคนรวย แต่หลังจากเป็นคนรวยแล้ว 2 ก.พ. 2558 09:39 ไทยรัฐ