วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มือดีลอบวางเพลิงแบ็กโฮผู้ใหญ่บ้านเมืองคอน เสียหายยกคัน

เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน วางเพลิงรถแบ็กโฮ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.นาทราย อ.เมืองนครศรีธรรมราช ส่งผลให้ไฟไหม้วอดเสียหายเกือบทั้งคัน ด้านเจ้าตัวยังมึน ไม่เคยขัดผลประโยชน์ใคร ตร.เร่งล่าคนร้ายมาดำเนินคดี...

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 ก.พ.58 พ.ต.ท.จริญ ขาวเอี่ยม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุวางเพลิงเผาทรัพย์ บริเวณบ่อดิน เชิงเขาหลักไก่ หมู่ 6 ต.ท่างิ้ว อ.เมืองนครศรีธรรมราช จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วพร้อม พ.ต.ท.พนม บุญช้าง สวป. รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบนายวิรัตน์ พูลพิพัฒน์ อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.นาทราย อ.เมืองนครศรีธรรมราช อยู่บ้านเลขที่ 70/1 หมู่ 3 ต.นาทราย อ.เมืองนครศรีธรรมราช ยืนรอตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ่อดินเชิงเขาหลักไก่ โดยเป็นหนึ่งในภูเขา ที่อยู่ในเขตเทือกเขามหาชัยนครศรีธรรมราช โดยนายวิรัตน์ นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบรถแบ็กโฮ โคมัตสุ สีเหลือง ซึ่งจอดอยู่กลางบ่อดินลูกรัง ซึ่งรถแบ็กโฮดังกล่าวถูกไฟไหม้วอดเสียหายเกือบทั้งคัน

จากการสอบสวน นายวิรัตน์ ให้การว่า ตนได้รับเหมางานขุดดินลูกรังในที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งเป็นที่ดินของนายจรรยา พูลพิพัฒน์ รองนายก อบต.นาทราย อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นญาติกันว่า ให้ตนขุดดินลูกรังในที่ดินจำนวน 22 ไร่ เพื่อขายให้กับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง โดยมีการขออนุญาตขุดดินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิ ซึ่งตนได้มอบหมายให้ลูกน้องและคนงาน มาดำเนินการขุดดินลูกรังมาได้ประมาณ 4 เดือน โดยปกติลูกน้องและคนงานจะเดินทางกลับในช่วงเย็นหรือพลบค่ำ หลังทำงานเสร็จในแต่ละวัน ในช่วงกลางคืนไม่มีคนอยู่เฝ้า เนื่องจากไม่เคยมีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้น ประกอบกับตนรู้จักผู้คนในย่านดังกล่าวเป็นอย่างดี จึงวางใจว่าไม่น่าจะมีความเสียหายเกิดขึ้น จึงสั่งให้ลูกน้องเพียงแต่ปิดล็อกรถไว้ให้ดี และเรียบร้อยเท่านั้น

พ.ต.ท.พนม เผยว่า ในชั้นนี้ยังไม่อาจสรุปได้ว่า สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้รถแบ็กโฮในครั้งนี้เกิดจากสาเหตุใด แต่จากข้อมูลการให้ปากคำเบื้องต้นของผู้เสียหาย และร่องรอยในที่เกิดเหตุ เชื่อว่าเหตุน่าจะเกิดในช่วงกลางคืนหรือช่วงย่ำรุ่ง และน่าจะเกิดจากการวางเพลิง หรือลอบเผา อันมีสาเหตุมาจากการขัดผลประโยชน์บางอย่างในพื้นที่ ทั้งนี้ ได้ประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน มาร่วมตรวจที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อตรวจหาหลักฐานในที่เกิดเหตุและตรวจสอบว่ารถแบ็กโฮที่ถือเป็นเครื่องจักรกลหนักชนิดหนึ่งของผู้เสียหาย ถูกเผาด้วยสาเหตุใด เพื่อจะได้สืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป

เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน วางเพลิงรถแบ็กโฮ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.นาทราย อ.เมืองนครศรีธรรมราช ส่งผลให้ไฟไหม้วอดเสียหายเกือบทั้งคัน ด้านเจ้าตัวยังมึน ไม่เคยขัดผลประโยชน์ใคร ตร.เร่งล่าคนร้ายมาดำเนินคดี... 1 ก.พ. 2558 17:49 1 ก.พ. 2558 19:22 ไทยรัฐ