วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนจรเข้สามพันต้าน โรงงานไฟฟ้า..อู่ทอง

โรงงานไฟฟ้าแม้จะมีความจำเป็น แต่การก่อตั้ง ไม่ใช่แค่มีเงิน เพราะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาประกอบอีกมาก

ปัจจัยสำคัญและอ่อนไหวที่สุดคือ คนในชุมชนรอบๆสถานที่ก่อตั้ง แม้จะผ่านขั้นตอนทางราชการในบางส่วน แต่ถ้าชุมชนใกล้เคียงไม่ยอม โอกาสสร้างก็ยาก แม้จะมีที่ดินเตรียมไว้แล้วก็ตาม ตัวอย่างเช่นโครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวล ในท้องที่หมู่ 4 ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

บริษัท อู่ทองกรีนพาวเวอร์ จำกัด ได้ซื้อที่ดินเก็บไว้ เตรียมสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวล อย่างที่ผุดขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว 2 แห่งในอำเภออู่ทอง คือ 1.โรงไฟฟ้าของ บจก.อู่ทอง ไบโอพาวเวอร์ ที่ตำบลพลับพลาไชย และ 2.โรงงานไฟฟ้าของ บจ.โรงไฟฟ้าสระยายโสม จำกัด (โรงไฟฟ้าขุดพัดเพ็ง) สร้างที่หมู่ 6 ตำบลสระยายโสม ทั้งสองแห่งศักยภาพการผลิตไม่เกิน 10 เมกะวัตต์

โรงงานไฟฟ้าชีวมวลทั้งสองมีขนาดเล็ก การดำเนินการที่ผ่านมาเป็นอย่างไร นางเพ็ญ สำเภาทอง อายุ 47 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 7 ตำบลสระยายโสม บ้านอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าประมาณ 1 กม. บอกว่า เวลาใดที่สายลมพัดผ่านโรงงานมาทางบ้าน จะหอบเอากลิ่นเน่าเหม็นเข้ามา ทำให้มีผลต่อสุขภาพ และยังส่งผลถึงพืชผลทางการเกษตรอีกด้วย

“ปลูกถั่วไว้ข้างบ้าน มันไม่โต มันฟุบลงๆ จนต้องทิ้ง ส่วนต้นที่เติบโตได้ ถึงเวลาออกดอกก็ไม่ออก” นางเพ็ญบอก

ส่วนที่ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง นายสมชัย (สงวนนามจริง) บอกว่า เป็นโรงงานไฟฟ้าที่ใช้แกลบเป็นวัสดุ มีไม้ปนบ้างแต่ก็ไม่มาก เมื่อมีการเผาไหม้เกิดฝุ่นละอองลอยกระจายไป ทำให้เสื้อผ้าที่ตากไว้เปื้อนฝุ่นละออง น้ำฝนที่ตกลงมาไม่สามารถรองไว้ดื่มได้ เนื่องจากฝุ่นปนเปื้อน และยังบอกว่า “ตอนนี้กลางคืนมักจะมีรถพ่วงเข้ามา ไม่รู้เหมือนกันว่าบรรทุกอะไรมาลง”

นายสมชัยยอมรับว่า โรงงานไฟฟ้าพลังชีวมวลถ้าทำตามขั้นตอน ผู้ประกอบการไม่มุ่งโกยกำไรมากไป ดูแลจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี แต่เท่าที่ผ่านมายังไม่เห็นผู้ประกอบการรายใดทำได้

ด้วยปัญหาที่โรงงานไฟฟ้าชีวมวลอื่นๆ แม้จะมีกำลังผลิตไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ ยังสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน แต่ที่สร้างใหม่จะมีกำลังผลิตถึง 25.9 เมกะวัตต์ ทำให้ชาวบ้านเกรงพิษภัย ออกมารวมกันคัดค้าน

เหตุการณ์สำคัญเกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ชาวบ้านหมู่ต่างๆ ทยอยมารวมกันที่วัดโพธาราม รอตัวแทนของผู้ก่อสร้างโรงงานไฟฟ้ามาชี้แจง ก่อนสู่ขั้นตอนจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป

บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักตั้งแต่เช้า ชาวบ้านค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ รวมแล้วไม่น้อยกว่า 800 คน เดินทางมาจากหมู่ 1 หมู่ 2 หมู่ 4 หมู่ 5 หมู่ 6 และหมู่ 13 เป็นต้น ตัวแทนสำคัญมีนายประนอม ปทุมสูติ นายกเทศมนตรีตำบลจรเข้สามพัน ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ นักวิชาการอิสระชาวบ้านหมู่ 13 นายวงเดือน ทองเจียว และนายปัญญา ใคร่ครวญ ชาวบ้านหมู่ที่ 5

ระหว่างรอตัวแทนก่อสร้างโรงงานมาถึง นายปัญญา ใคร่ครวญ ประธานชมรมรักษ์ป่าหินงาม ลุ่มน้ำจรเข้สามพันและเป็น 1 ในแกนนำ ได้พาไปดูสถานที่ก่อสร้างโรงงานไฟฟ้า ซึ่งอยู่ในท้องที่หมู่ 4 บ้านดอนกุ่ม พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มราว 200 ไร่ ด้านทิศใต้ใกล้แม่น้ำจรเข้สามพัน ทิศเหนือใกล้กับแหล่งโบราณคดีคอกช้างดิน และอุทยานพุม่วง

หนึ่งในชาวบ้านที่ขายที่ดินให้เจ้าของกิจการคือ นายเหมาะวงศ์จาด อายุ 75 ปี นายเหมาะบอกว่า ขายที่ดินไปราว 200 ตร.ว. กลายเป็นทางให้เข้าที่ดินผืนใหญ่ สาเหตุที่ขายนั้น ไม่ได้ถูกบีบคั้นจากนายทุน แต่เพราะมีหนี้สินต้องรีบจ่าย บอกพลางชี้ให้ดูพื้นที่ที่เพิ่งรู้ข่าวว่าจะสร้างโรงงานไฟฟ้า

หันมาที่ตัวแทนชาวบ้าน นายปัญญาบอกว่า เมื่อรู้ข่าวว่านายทุนจะสร้างโรงงานไฟฟ้า ชาวบ้านพากันตกใจกลัวมลพิษ ทั้งกลิ่นเหม็นและฝุ่นละอองจากโรงงาน เพราะที่ตั้งโรงงานมีหมู่บ้านโดยรอบ และใกล้แม่น้ำจรเข้สามพัน ซึ่งเป็นแม่น้ำสายประวัติศาสตร์อีกด้วย

“โรงงานเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็มักทำแบบเดียวกันคือปล่อยปละ ละเลย ไม่ดูแลเรื่องมลภาวะ ไม่ต้องอะไรหรอก แค่รถบรรทุกวัสดุเข้าโรงงานเข้าออกแต่ละวันก็เกิดฝุ่นละอองเยอะแล้ว”

การชี้แจงชาวบ้านและรวมตัวกัน นายปัญญาบอกว่า มีทั้งพากันเดินไปบอกตามบ้านและตั้งเวที เพราะคนในหมู่ที่ 4 และ 5 ในตำบลจรเข้สามพันมีนับ 10,000 คน เมื่อแต่ละคนทราบสิทธิ์ของตัวเอง ก็หวังว่าจะปกป้องผลประโยชน์ส่วนรวมได้ “ชาวบ้านเสียหายเดือดร้อนนับหมื่น แต่คนได้ผลประโยชน์คนเดียว อย่างนี้ทำให้เรามีใจดวงเดียวกัน” พลางชี้ว่า “อู่ทองเราเป็นเมืองโบราณ เราจะประกาศเป็นเมืองท่องเที่ยวสวยงามได้อย่างไร ถ้าในพื้นที่ของเรามีโรงงานไฟฟ้า ต้องไม่มี ต้องไม่เกิดขึ้น อยากเกิดไปเกิดที่อื่น”

การเจรจาระหว่างตัวแทนชาวบ้านกับผู้ประกอบการเกิดขึ้นช่วงบ่าย ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร โดยเริ่มที่ใต้ถุนศาลาการเปรียญวัดโพธาราม เพื่อการรับรู้ร่วมกันอย่างเปิดเผย ผู้ใหญ่กบ ปทุมสูติ ได้แนะนำให้คณะเจรจาออกไปพูดคุยกันต่อหน้าชาวบ้านที่มาชุมนุมเมื่อไปถึงนายประนอม ปทุมสูติ นายกเทศมนตรีตำบลจรเข้สามพัน ประกาศยืนอยู่ข้างชาวบ้านชัดเจน การกระทำใดๆ ที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ตนในฐานะผู้นำไม่ต้องการให้เกิดขึ้น พร้อมยังเตือนชาวบ้านให้พูดจากันอย่างสันติ

แล้วตัวแทนบริษัทอู่ทองกรีนพาวเวอร์ นายประสาร เรืองสุขอุดม พร้อมคณะก็อธิบายกับชาวบ้านว่า ทางบริษัทมีความจริงใจที่จะนำสิ่งที่ดีๆ

มามอบให้ เนื่องจากบริษัทมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจโรงงานไฟฟ้าชีวมวลที่จังหวัดขอนแก่นมาแล้ว ยืนยันว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลไม่มีมลพิษและไม่มีอันตรายใดๆ ระหว่างนั้นชาวบ้านต่างส่งเสียงคัดค้านและชูป้ายข้อความ “คัดค้าน” ขึ้นมาเป็นระยะๆ

หลังจากนั้น ตัวแทนชาวบ้านต่างออกมาแสดงความคิดเห็น สอบถามข้อข้องใจ เป็นต้นว่า อาจารย์ธวัช สิทธิธัญญาศิลป์ ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าวัสดุในพื้นที่ไม่เพียงพอกับความต้องการ เกรงว่าจะเอาวัสดุอย่างอื่นมาใช้แทน อย่างเช่น ถ่านหิน

เจ้าหน้าที่บริษัทพยายามอธิบาย แต่ชาวบ้านยังไม่ยอมรับ ในที่สุดการเจรจาก็ยุติลงโดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ชาวบ้านไม่ยอมรับโรงงานเพราะเกรงมลภาวะ

ปัญหานี้ ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ ชี้ทางออกว่า อู่ทองยังไม่มีความจำเป็นต้องสร้างโรงงานไฟฟ้า ถ้าจำเป็นก็ต้องลดขนาดลงหรือไม่ก็ไปตั้งให้ไกลจากชุมชน และต้องมีการลงลายลักษณ์อักษรถึงมาตรการดูแลสิ่งแวดล้อม

เลือดเนื้อชาวอู่ทอง ล้วนเกิดก่อมาจากลำน้ำจรเข้สามพัน เสียงที่จะเกิดขึ้นต่อไป เชื่อเหลือเกินว่า ทุกคนอยากฟังเสียงพูดจากันอย่าง “คนบ้านเราชาวอู่ทอง”.

1 ก.พ. 2558 09:40 1 ก.พ. 2558 09:42 ไทยรัฐ