วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ซื้อปืนก่อน2วันฆ่าอจ.สาวมหิดล

ซื้อปืนก่อน2วันฆ่าอจ.สาวมหิดล

  • Share:

เผยเก่งป.ตรี-โทได้เกียรตินิยม

คาดปมหึงหวงเป็นเหตุ หนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ปลิดชีพ “น.ส.ชลาลัย ไชยหิรัญการ” อาจารย์ม.มหิดล คาอพาร์ตเมนต์ก่อนยิงตัวตายตาม โดยพบฝ่ายชายไปหาซื้อปืน 9 มม. พร้อมกระสุนก่อนหน้าก่อเหตุ 2 วัน ด้านเจ้าของร้านปืนเผยภาพวีดิโอชัด ยืนยันตรวจสอบประวัติตามขั้นตอนแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ จึงขายปืนให้ ส่วนพ่อผู้ตายใจสลายหลังรู้ข่าวสูญเสียลูกสาวอย่างไม่มีวันกลับ เผยเพิ่งแชตไลน์คุยกันเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ก็ไม่มีลางบอกเหตุจะเกิดเรื่องรุนแรง ยอมรับไม่ได้อาฆาตแค้นใคร แต่รู้สึกเสียใจที่มีผู้ทำให้ความฝันของลูกต้องสูญเสียไป

ความคืบหน้ากรณีตำรวจเมืองพิตต์สเบิร์ก พบศพ น.ส.ชลาลัย ไชยหิรัญการ อายุ 26 ปี อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน (Carnegie Mellon University) ในเมืองพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และศพนายไบรอัน สปริงเกอร์ อายุ 29 ปี แฟนหนุ่ม ซึ่งเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ที่สถาบันซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน ภายในห้องพักอพาร์ตเมนต์ “เชอร์วู้ด ทาวเวอร์” เลขที่ 230 เขตนอร์ธโอ๊กแลนด์ ในเมืองพิตต์สเบิร์ก เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น

ต่อมาเมื่อวันที่ 31 ม.ค.สำนักข่าวเอพีรายงานว่า จากการเปิดเผยของเพื่อนของ น.ส.ชลาลัย ซึ่งข่าวมิได้ระบุชื่อ ได้แจ้งให้ตำรวจเข้าตรวจสอบห้องพักของทั้งคู่ หลังไม่มีผู้ใดสามารถติดต่อบุคคลทั้งสองได้ และตำรวจเปิดเผยหลังเข้าไปตรวจสอบว่าไม่พบร่องรอยการต่อสู้ในที่เกิดเหตุ แต่พบศพ น.ส.ชลาลัยในห้องนอน โดยสภาพศพถูกยิงด้วยกระสุนหลายนัดที่ศีรษะและหน้าอก ขณะที่ศพนายไบรอันมีรอยกระสุนที่ศีรษะเพียงนัดเดียว ตำรวจจึงสันนิษฐานว่านายไบรอันก่อเหตุยิง น.ส.ชลาลัยก่อนจะตัดสินใจยิงตัวตายตาม

ขณะที่หนังสือพิมพ์พิตต์สเบิร์ก โพสต์ กาแซตต์ สื่อท้องถิ่นในเมืองพิตต์สเบิร์ก รายงานเพิ่มเติมว่าทั้งนายไบรอัน และ น.ส.ชลาลัย มีครอบครัวอยู่ในประเทศไทย แต่ทั้งคู่พบกันที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน และคาดว่าจะคบหากันมาได้ประมาณ 1 ปี ขณะที่เพื่อนๆ ระบุว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มมีปัญหา และวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา หรือก่อนพบศพสองวัน นายไบรอันได้เดินทางไปยังเมืองบริดจ์วิลล์ อยู่ใกล้เคียงเมืองพิตต์สเบิร์ก เพื่อซื้อปืนพกขนาด 9 มม. พร้อมกระสุนอีก 20 นัด

นายเจสัน โดทเซอร์ เจ้าของร้านปืน “ไอออน ซิตี้ อาร์เมอรี” ผู้ขายปืนแก่นายไบรอัน ให้สัมภาษณ์สื่อว่านายไบรอันให้เหตุผลในการซื้อปืนว่านำไปใช้เพื่อป้องกันตัว และตนตรวจสอบประวัตินายไบรอัน ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติในการซื้อและขายปืนในสหรัฐฯ ไม่พบประวัติก่อเหตุอาชญากรรมหรือประวัติการเข้ารับการรักษาอาการทางจิต ซึ่งไม่เข้าข่ายบุคคลต้องห้ามครอบครองอาวุธปืน จึงขายสินค้าให้แก่นายไบรอัน จนกระทั่งทราบข่าวว่าปืนดังกล่าวถูกนำไปใช้ก่อเหตุยิงสังหาร น.ส.ชลาลัย และนายโดทเซอร์ได้มอบวีดิโอบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะนายไบรอันเข้ามาขอซื้อปืนในร้านให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อใช้ในการสอบสวนคดีต่อไป

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายยุทธกร ไชยหิรัญการ อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) บิดาของ น.ส.ชลาลัย หรือจิ๊บ ว่าทราบข่าวจากเพื่อนลูกสาวอยู่ที่พิตต์สเบิร์กโทรศัพท์มาเล่าเหตุการณ์ให้พ่อฟัง และพ่อเพื่อนลูกสาวก็โทร.มาแจ้งให้ตนทราบเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เพราะเมื่อเวลา 22.45 น. ของวันที่ 27 ม.ค.ตามเวลาประเทศไทย ตรงกับเวลา 16.00 น. ของวันที่ 26 ม.ค. ที่พิตต์สเบิร์ก ตนยังคุยผ่านโปรแกรมไลน์กับลูกสาวอยู่เลย ไม่พบอะไรที่น่าสงสัยหรือบ่งบอกเหตุอะไร ถือเป็นการพูดคุยครั้งสุดท้าย ตนสนิทกับจิ๊บมาก จิ๊บมีอะไรก็จะเล่าให้ฟังทั้งหมด ที่ผ่านมาไม่เคยมีลางบอกเหตุอะไร จะมีรับทราบบ้างก็เป็นเรื่องการทะเลาะเบาะแว้งตามคู่รักธรรมดาทั่วไป ไม่ได้ร้ายแรงอะไร ไม่นานก็คืนดีกัน เช่น เมื่อช่วงเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา จิ๊บกลับมาไทยเพื่อร่วมงานแต่งงานพี่ชายและไปเที่ยวเขาใหญ่กับเพื่อนด้วยกันต่อ นายสปริงเกอร์ไม่ได้มาด้วยแต่ไลน์คุยหากัน แต่มีช่วงที่จิ๊บไลน์ตอบกลับช้าทำให้นายสปริงเกอร์คงโกรธ แต่แม่ของสปริงเกอร์ก็ช่วยไกล่เกลี่ย และเมื่อวันที่ 5 ม.ค. จิ๊บกลับไปที่พิตต์สเบิร์กตอนลงจากเครื่องบินนายสปริงเกอร์ยังนำดอกกุหลาบสีส้ม ซึ่งเป็นดอกไม้ที่จิ๊บชอบมาต้อนรับ ล่าสุดยังไปเล่นสกีด้วยกัน ครอบครัวตนก็รู้จักกับนายสปริงเกอร์ดี มีแม่เป็นคนไทย พ่อเป็นชาวสหรัฐอเมริกา และเคยเดินทางมาที่ประเทศไทย 4 ครั้ง ทั้งยังรู้จักกันดีกับแม่ของนายสปริงเกอร์ด้วย โดยลูกสาวมาบอกว่าคบกันเป็นแฟนราวปลายปี 57 ตนเห็นว่าโตแล้วให้เป็นดุลพินิจไม่ได้หวงห้าม

นายยุทธกรกล่าวด้วยว่า อยากขอชี้แจงประเด็นแรก อพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์ของลูกสาว จ่ายค่าเช่าเองเดือนละประมาณ 1,000 ดอลลาร์ ส่วนที่พักของแฟนอยู่กันคนละที่เดินทางห่างกันราว 20 นาที ไม่ได้พักอยู่ด้วยกัน แต่เป็นการแวะเวียนมาหาเท่านั้น ส่วนประเด็นที่สอง เรื่องปณิธานของลูกสาวที่ว่าอยากเป็นอาจารย์ด้านไอซีทีที่เก่งที่สุด เพื่อมาพัฒนาลูกศิษย์คนไทยและพัฒนาประเทศชาติด้านไอซีที ให้ได้เท่าสิงคโปร์ อินเดีย ต้องไปเรียนด้านไอซีทีที่ดีที่สุดในโลกอย่างมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน ลูกสาวพยายามสอบชิงทุนจนได้ไปเรียนปริญญาโท และปริญญาเอก อีก 2-3 ปีก็จะจบแล้ว ส่วนตัวไม่ได้อาฆาตแค้นใคร แต่รู้สึกเสียใจที่มีผู้ทำให้ความฝันนั้นต้องสูญเสียไป เสียดายโอกาสที่จะได้อาจารย์เก่งด้านไอซีที แต่ต้องสูญเสียไปแล้ว 1 คน

นายยุทธกรกล่าวอีกว่า ขณะนี้สนใจเรื่องเดียวคือการนำร่างน้องจิ๊บกลับประเทศไทย น่าจะใช้เวลาราวสองอาทิตย์ ด้านคดีไม่สามารถบอกได้เพราะอยู่ไกล ไม่ได้ติดตามเหตุการณ์ แล้วแต่การทำคดีของตำรวจ แต่ตนเจ็บช้ำมาก ลูกสาวแก้วตาดวงใจจากไป ถึงขั้นใจสลาย เมื่อคืนขึ้นไปบนดาดฟ้า นั่งคิดถึงลูกสาว ล่าสุดลูกสาวซื้อนาฬิกาข้อมือแท็กฮอยเออร์มาให้ตอนกลับมาเมืองไทย เมื่อ 12 ธ.ค. 57 ครั้งมาแต่งงานพี่ชาย

ทั้งนี้ นายยุทธกรยังได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก หลังทราบข่าวการเสียชีวิตของบุตรสาวด้วยว่า “น้องจิ๊บนั้นถือเป็นแก้วตาดวงใจของตนและครอบครัวไชยหิรัญการ การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของน้องจิ๊บนั้นถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่และรู้สึกหัวใจสลายไปแล้ว พร้อมๆกับการจากไปของน้องจิ๊บครั้งนี้ พร้อมกับขอบคุณทุกคนที่เข้ามาแสดงความเสียใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ตนบอกได้แต่เพียงว่า ตนนั้นหัวใจสลายไปแล้ว”

ด้าน นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า รู้สึกเสียใจและเสียดายมาก เพราะ น.ส.ชลาลัยเรียนเก่งมาก ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ได้คะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ทางคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จึงรับเป็นอาจารย์ และมหาวิทยาลัยให้ทุนพัฒนาอาจารย์ส่งไปเรียนต่อระดับปริญญาโทและเอก โดย น.ส.ชลาลัยจบปริญญาโทด้วยคะแนนเกียรตินิยมเช่นกัน ขณะนี้กำลังศึกษาปริญญาเอก อีก 2 ปีก็จะจบแล้ว แต่โชคไม่ดีมา
เสียชีวิตก่อน ตนขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว น.ส.ชลาลัย และพร้อมจะช่วยเหลือทุกด้าน โดยมอบให้คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นผู้ประสานงานติดต่อกับสถานทูตไทยในสหรัฐอเมริกา จัดการตามความต้องการของครอบครัว

ขณะที่นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องการเสียชีวิตของ น.ส.ชลาลัย ไชยหิรัญการ อายุ 26 ปี นักเรียนทุนมหิดล กำลังศึกษาปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอนแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุการฆาตกรรมมาจากความหึงหวง โดยล่าสุดสำนักงาน ก.พ. ณ กรุงวอชิงตัน ได้ติดต่อญาติผู้เสียชีวิต มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นต้นสังกัดของฝ่ายหญิงรับทราบ และอยู่ระหว่างประสานขั้นตอนเพื่อออกใบมรณบัตร โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก เพื่อประสานนำศพกลับประเทศไทยต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้