วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทะลวงที่สุดระบบขนส่งห่วย EP.2 เทียบแท็กซี่ไทย vs ต่างชาติ

รู้หรือไม่ ? แท็กซี่ประเทศไทยต่างจากประเทศอื่นอย่างไรบ้าง กดมิเตอร์หรือชอบแบบเหมาๆ ไม่รับเพราะต้องส่งรถ รถติดไม่อยากไป ไม่คุ้มค่าแก๊ส และสารพัดปัญหาอื่นๆ

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงขอสำรวจข้อมูลแท็กซี่ประเทศต่างๆ ในแถบภูมิภาคเอเชีย เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทยว่ามีข้อแตกต่างอย่างไรบ้าง...

TAXI ไทย : ชวนคุยเพลิน

รถแท็กซี่ไทยนั้น มีตั้งแต่เก่า ใหม่ แบบซีดานและแวน หลากหลายสีแตกต่างกันไปทั้ง เหลือง เขียว ชมพู ส้ม ม่วง ฟ้า ฯลฯ สำหรับยูนิฟอร์มของแท็กซี่ไทยจะเป็นเสื้อสีฟ้า ใส่บ้างไม่ใส่บ้างแล้วแต่คน คนขับ แท็กซี่ไทยส่วนใหญ่จะชอบการสนทนากับผู้โดยสารไม่ว่าจะเป็นเรื่องปรับทุกข์ ชีวิตประจำวัน รถติดปาดหน้า อารมณ์ไม่ดี ทะเลาะกับแฟน แม้กระทั่งเรื่องการเมือง คุยกันตั้งแต่ขึ้นรถกระทั่งถึงที่หมายเลยก็ว่าได้ ถ้าจะโบกแท็กซี่ไทยก็ต้องเตรียมใจโดนปฏิเสธไว้บ้าง หากที่ที่จะไปนั้นเป็นแหล่งรถติด

ในส่วนของการคิดอัตราค่าโดยสาร คิดตามมิเตอร์ เริ่มต้นที่ 35 บาท ระยะ 1-10 กม. กม.ละ 5.50 บาท ระยะ 10-20 กม. กม.ละ 6.50 บาท ระยะ 20-40 กม. กม.ละ 7.50 บาท ระยะ 40-60 กม. กม.ละ 8.00 บาท ระยะ 60-80 กม. กม.ละ 9.00 บาท และเกินกว่า 80 กม. กม.ละ 10.50 บาท ส่วนรถติดคิดนาทีละ 2 บาท นอกจากนี้ เมื่อโทรจ้างผ่านศูนย์บริการสื่อสารเก็บค่าบริการเพิ่ม 20 บาท ขณะที่ เรียกจากจุดจอดรถในสนามบินเก็บค่าบริการเพิ่ม 50 บาทเช่นกัน อย่างไรก็ดี ชาวต่างชาติจะได้สิทธิพิเศษจากแท็กซี่ไทย (บางคัน) ที่ขอเก็บค่าโดยสารในอัตราเหมาแบบฉบับของตัวเองซะอย่างนั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แท็กซี่ไทยก็ขึ้นชื่อเรื่องความมีน้ำใจ เก็บของส่งคืนผู้โดยสารเป็นประจำเหมือนกัน

TAXI สิงคโปร์ : ราคาแพงเว่อร์

แท็กซี่สิงคโปร์นั้นมีการบริการที่ดี คนขับอัธยาศัยดี ชวนสนทนา แท็กซี่สิงคโปร์มี 3 แบบ ได้แก่ แบบทั่วไป แบบลีมูซีน และแบบไครส์เลอร์ คันใหญ่สีดำหรูหรา แต่ราคาไม่ธรรมดาเช่นกัน โดยถ้าเป็นแบบทั่วไป ราคาจะเริ่มต้นที่ $3.00- $3.40 แบบลีมูซีน $3.90 ส่วนแบบไครส์เลอร์ $5.00 และแท็กซี่สิงคโปร์จะคิดค่าบริการเพิ่มในช่วงโมงเร่งด่วนอีกด้วย โดยในวันจันทร์ - ศุกร์ 6.00-9:30 น. ค่าบริการเพิ่ม 25% ของค่าโดยสาร ส่วนวันจันทร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 18.00-24.00 น. ค่าบริการเพิ่ม 25% ของค่าโดยสาร

นอกจากนี้ หากไปขึ้นย่านธุรกิจในช่วงเวลา 17.00-24.00 น. จะต้องเสียค่าบริการเพิ่ม $3.00 และยังมีค่า Electronic Road Pricing (ERP) คล้ายกับทางด่วนบ้านเรา เมื่อรถขับผ่านจะคิดเพิ่มอัตโนมัติไปพร้อมกับค่ามิเตอร์ทันที อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวไทยจะใช้บริการรถเมล์หรือไฟฟ้ามากกว่า เพราะค่าแท็กซี่บ้านเขาแพงมาก!

TAXI ญี่ปุ่น : ล้ำเทคโนโลยี

ในประเทศญี่ปุ่นจะมีจุดเรียกแท็กซี่และมีการเข้าคิวอย่างเป็นระเบียบ แท็กซี่ญี่ปุ่น จะมี 3 ขนาด คือ Kogata-sha เป็นรถขนาดเล็กรับผู้โดยสารได้ไม่เกิน 4 คน Chuugata-sha เป็นรถขนาดกลางรับผู้โดยสารได้ไม่เกิน 5 คน และ Oogata-sha รับผู้โดยสารได้ไม่เกิน 6 คน แท็กซี่ญี่ปุ่น จะมีตัวอักษรหน้ารถบ่งบอกสถานะ เช่น รถว่าง, รถมีผู้โดยสาร, รถหยุดให้บริการกำลังกลับอู่ และรถที่มีการจองหรือถูกเรียกให้ไปรับ ในส่วนของคนขับรถแท็กซี่ จะสวมสูทพร้อมกับสวมถุงมือสีขาว มี Navigator เพื่อใช้ในการตรวจสอบเส้นทาง และที่พิเศษที่สุดคือประตูรถเป็นแบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ใช้การควบคุมจากคนขับรถเพื่อความปลอดภัย

การคิดอัตราค่าโดยสารนั้นจะเหมือนกับไทย คือ เป็นการคิดตามมิเตอร์ ราคาจะเริ่มต้นที่ 650 เยน ทุกๆ 1 นาที จะเพิ่มขึ้น 80 เยน อีกทั้ง ในช่วงเวลากลางคืนตั้งแต่เวลาประมาณ 22.00 - 5.00 น. ค่าโดยสารจะแพงขึ้นอีก 30% ส่วนการจ่ายเงินสามารถจ่ายได้ทั้งบัตรเครดิต เดบิต หรือเงินสดก็ได้

TAXI พม่า : เป็นไกด์ไปในตัว

แท็กซี่พม่าจะมีในเมืองย่างกุ้ง ส่วนเมืองอื่นๆ จะเป็นรถสามล้อบ้าง จักรยานยนต์พ่วงข้างบ้าง คนขับมีความเป็นมิตร บริการดี ดูแลดี ระหว่างทางยังแนะนำสถานที่ต่างๆ ให้แก่ผู้โดยสารเหมือนเป็นไกด์ไปในตัวด้วย ซึ่งคนขับแท็กซี่ส่วนใหญ่จะสวมเสื้อเชิ้ตและนุ่งโสร่งซึ่งเป็นชุดพื้นเมืองที่ใส่ในชีวิตประจำวัน รถแท็กซี่พม่าจะเก่าหน่อย บางคันมีป้ายบอกว่าเป็นแท็กซี่ แต่บางคันก็ไม่มีป้าย ถ้าผู้โดยสารต้องการเปิดแอร์จะต้องเสียค่าบริการพิเศษด้วย

ทั้งนี้ แท็กซี่พม่าจะไม่มีมิเตอร์ ต้องใช้การตกลงกันกับคนขับว่าไปที่ไหนราคาเท่าไหร่ โดยอย่างน้อยราคาอยู่ที่ 1,500 จ๊าด (ประมาณ 47 บาท) และเพิ่มขึ้นตามระยะทาง หากเป็นนักท่องเที่ยวจะมีการชาร์จแพงกว่าคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวจะต้องใช้ความสามารถพิเศษในการต่อรองราคา

TAXI จีน : ลูกกรงกั้น

แท็กซี่จีนมีหลากหลายสีเช่นเดียวกับไทย สภาพรถจะเก่าใหม่คละกันไป อีกทั้งยังมีลูกกรงกั้นระหว่างคนขับและผู้โดยสาร และด้วยความที่เป็นประเทศที่มีประชากรเยอะ ประกอบกับการควบคุมปริมาณรถแท็กซี่ ทำให้แท็กซี่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงเป็นเหตุให้เกิดการปฏิเสธผู้โดยสารอยู่บ่อยๆ หรือหากผู้โดยสารเรียกไปไกลมากๆ คนขับก็อาจปฏิเสธได้

ค่าแท็กซี่ในประเทศจีน แต่ละเมืองจะไม่เหมือนกัน ปักกิ่ง เริ่มต้นที่ 13 หยวน (ประมาณ 69 บาท) สำหรับ 3 กม.แรก หลังจากนั้น กม.ละ 2.3 หยวน (ประมาณ 12 บาท) หากเป็นช่วงกลางคืนตั้งแต่ 23.00-5.00 น. เริ่มต้นที่ 14.4 หยวน (ประมาณ 76 บาท) สำหรับ 3 กม.แรก 3-15 กม. กม.ละ 2.76 หยวน (ประมาณ 14 บาท) หลังจาก 15 กม. กม.ละ 4.14 หยวน (ประมาณ 22 บาท) ผู้โดยสารสามารถชำระเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิตก็ได้ และยังมีใบเสร็จให้ด้วย

TAXI อินเดีย : ที่สุดแห่งการโก่งราคา

แท็กซี่อินเดียมีทั้งแบบปกติที่พบเห็นได้ทั่วไปคือ สีเหลือง ซึ่งไม่มีแอร์ และแท็กซี่สีขาวเป็นแบบมีแอร์ ราคาก็จะแพงกว่า มีทั้งแบบมิเตอร์ที่มักวิ่งอยู่บนท้องถนนทั่วไปและแบบเหมาที่จอดรอผู้โดยสารตามสนามบิน โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งคนขับแท็กซี่แบบเหมาจะคอยเดินมาหาผู้โดยสารถามว่าต้องการไปที่ใด และเสนอราคาที่แพงหูฉี่ ผู้โดยสารจะต้องมีเทคนิคในการต่อรอง เช่น หากเรียกราคามา 300 รูปี สามารถต่อได้ถึง 150 รูปี และถ้าคนขับออกอาการบ่นนู่นนี่ให้ใช้วิธีการเดินหนีออกมา สุดท้ายคนขับก็เดินตามและยอมราคาที่เสนอไปซึ่งบางทีอาจจะเหลือแค่ 100 รูปีด้วยซ้ำ

สำหรับอัตรามิเตอร์เริ่มต้นจะอยู่ที่ 32 รูปี (ประมาณ 17 บาท) ซึ่งคนขับบางคนชอบตีมึนพาหลงทาง เพื่อโก่งราคามิเตอร์ก็มี หรือบางกรณีที่ผู้โดยสารเรียกไปสถานที่ใกล้ๆ ก็ปฏิเสธเพราะไม่คุ้มกับการวิ่งบนเส้นทางที่ขึ้นชื่อว่ารถติดมาก เรียกได้ว่าบีบแตรกันจนหูชา

ประเทศทั้ง 6 ประเทศ ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นจากผู้มีประสบการณ์ในการขึ้นรถแท็กซี่เท่านั้น ไม่ได้เป็นส่วนสำคัญในการตัดสินว่าประเทศไทยดีกว่าหรือไม่ดีกว่าอย่างไร อีกทั้งเชื่อว่าทุกประเทศมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป สำคัญแต่เพียงว่าโชเฟอร์เหล่านี้มีใจรักในอาชีพของตนมากแค่ไหนเท่านั้นเอง.

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก

www.taxisingapore.com

www.tour-beijing.com

อ่านเพิ่ม

ทะลวงที่สุดระบบขนส่งห่วย EP.1 ฟังเสียงโชเฟอร์! รุมสวดด่ายับ คุณรู้จักเขาดีหรือยัง ?

ทะลวงที่สุดระบบขนส่งห่วย EP.3 เข้มงวดกฎหมาย บ่มจิตสำนึกแท็กซี่

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอสำรวจข้อมูลแท็กซี่ประเทศต่างๆ ในแถบภูมิภาคเอเชีย เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทยว่ามีข้อแตกต่างอย่างไรบ้าง... 31 ม.ค. 2558 18:25 4 ก.พ. 2558 18:33 ไทยรัฐ