วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทะลวงที่สุดระบบขนส่งห่วย EP.1 ฟังเสียงโชเฟอร์! รุมสวดด่ายับ คุณรู้จักเขาดีหรือยัง ?

เมื่อพูดถึงคำว่า “แท็กซี่ไทย” คุณนึกถึงอะไร ?...แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร ไม่กดมิเตอร์ พูดจากวนชวนเวียนหัว หรือไม่แน่! คุณอาจจะคิดถึงคุณงามความดี อาทิ เรื่องเก็บกระเป๋าคืนผู้โดยสาร ขับรถสุภาพเรียบร้อย ทอนเงินเกินเพราะปัดเศษให้...คุณคิดถึงแง่ไหนมากกว่ากัน ?

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ลงพื้นที่ซาวเสียงแท็กซี่ทั่วเมืองกรุง และร้อยเรียงเสียงต่อว่าถึงปัญหาซ้ำซากของเหล่าแท็กซี่ พร้อมคำตอบจากดวงใจอันบริสุทธิ์ของคนหาเช้ากินค่ำอย่างโชเฟอร์แท็กซี่ ดังนั้น คุณลองฟังพี่โชเฟอร์อธิบายถึงต้นสายปลายเหตุต่างๆนานา ว่า เหตุใดไฉนกัน แท็กซี่ถึงทำให้คุณอารมณ์เสีย และเอือมระอาเป็นหนักเป็นหนา?


- “เรื่องปฏิเสธผู้โดยสาร แท็กซี่ทุกคนมีเหตุผลเสมอ...”

เสียงร้องเรียนจากผู้โดยสารเหลืออด : หลายต่อหลายคนมักพบเจอกับสถานการณ์ที่บรรดาโชเฟอร์แท็กซี่ปฏิเสธที่จะรับผู้โดยสาร โดยให้เหตุผลต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น ส่งรถไม่ทัน แก๊สไม่พอ เป็นต้น ถึงขนาดที่บางครั้งบางครา ผู้โดยสารจะต้องโบกแท็กซี่มากกว่า 10 คัน กว่าจะเจอแท็กซี่ที่ตอบตกลง เพราะฉะนั้น จึงส่งผลให้ปัญหาร้องเรียนในเรื่องของปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร ขึ้นแท่นเป็นปัญหาร้องเรียนมากที่สุด

เสียงชี้แจงแสนจริงใจของแท็กซี่ : นายเจตต์ คนขับแท็กซี่วัย 51 ปี กล่าวถึงผู้โดยสารว่า แม้ว่าอาชีพแท็กซี่คืองานบริการก็ตาม แต่อยากให้เข้าใจอย่างหนึ่งว่า แท็กซี่ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นคนหาเช้ากินค่ำทั้งสิ้น มีชีวิตจิตใจ มีลูกเมียคอยอยู่ที่บ้าน ซึ่งก็เหมือนๆกันกับผู้ที่ประกอบอาชีพอื่นๆ ทุกคนอยากเลือกงานที่สร้างรายได้ สร้างประโยชน์และความสุขให้กับคนในครอบครัวมากที่สุด เพราะฉะนั้น อยากให้ผู้โดยสารได้เข้าใจถึงหัวอกของแท็กซี่ด้วย 

“พอเรารับผู้โดยสารขึ้นมา ผู้โดยสารเรียกให้ไปส่งในย่านที่รถติดๆ รถติดหนักแทบไม่กระดิก แต่กลายเป็นผู้โดยสารที่ดันเป็นฝ่ายมาทิ้งเราเสียดื้อๆ และด้วยความที่รถติดแหงกอยู่อย่างนั้น จะรับลูกค้ารายอื่นต่อก็ไม่ได้ เพราะไม่มีใครขึ้น เสียทั้งเวลา เสียทั้งค่าแก๊ส ที่สำคัญเงินไม่พอส่งรถ อย่างนี้พอเราตั้งมั่นว่าจะไม่เอาเปรียบ แต่เรากลับโดนเอาเปรียบเสียเอง” นายเสน่ห์ คนขับแท็กซี่สีชมพู วัย 61 ปี กล่าวตัดพ้อ

คนขับแท็กซี่สีชมพู วัย 61 ปี แจงถึงคำตอบยอดฮิตส่งรถ แก๊สหมด อย่างชัดเจนว่า ส่วนเรื่องที่โชเฟอร์แท็กซี่มักตอบว่า แก๊สหมด หรือ ส่งรถ มิใช่เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ แต่เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล และควรนึกถึงจิตใจแท็กซี่ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ตนขับรถแท็กซี่เช่า จะมีเวลาเช่าตั้งแต่ช่วงเช้าตีสามไปจนถึงบ่ายสี่โมงเย็น (แล้วแต่ผู้ขับจะเลือกเวลา) เพราะฉะนั้น ถ้าเช่าในช่วงเวลานี้ บ่ายสามจะต้องรีบนำรถไปส่งคืนที่อู่ย่านนนทบุรี เพื่อให้คนเช่ารายต่อไปได้นำรถไปขับ ซึ่งในช่วงเช้าเราก็จะนำรถไปเติมแก๊ส เพื่อใช้ขับตลอดทั้งวัน แต่เมื่อมีผู้โดยสารเรียกในช่วงที่ใกล้ได้เวลาส่งรถและแก๊สใกล้หมด คนขับแท็กซี่ก็จะจำเป็นต้องบอกผู้โดยสารไปตามตรง

ขณะที่มีหลายต่อหลายคนถามต่อว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็วิ่งปิดไฟไปซิ จะได้ไม่เรียก” ผู้ขับแท็กซี่ก็จะอธิบายให้เข้าใจได้ว่า ในเส้นทางที่ขับไปส่งรถนั้น ก็สามารถเจอผู้โดยสารที่ต้องการเรียกไปในเส้นทางที่แท็กซี่กำลังจะไป หรือไม่ห่างจากอู่รถเท่าใดนัก พร้อมกันนั้น หากผู้โดยสารเรียกแท็กซี่แล้วไม่ไป ก็สามารถเรียกคันอื่นๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ต้องมีสักคันที่ไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว และเหนือสิ่งอื่นใด แท็กซี่ทุกคน ก็คือคนทำมาหากินเช่นเดียวกับผู้โดยสาร อยากหาเงินไปให้ลูกให้เมียได้มากที่สุด

- โปรดฟังทางนี้! พูดไม่ดี อารมณ์ขุ่นมัวมีสาเหตุจาก...
เสียงร้องเรียนจากผู้โดยสารเหลืออด : เมื่อก้าวย่างขึ้นไปนั่งบนรถแท็กซี่ เหล่าผู้โดยสารมักพบพานกับละครชีวิตอันแสนรันทด สดๆ จากปากโชเฟอร์ ราวกับนั่งฟังคลับฟรายเดย์ ซึ่งผู้โดยสารบางคนก็สวมบทพี่อ้อย พี่ฉอด ให้คำปรึกษาหาทางออกกันไป แต่ผู้โดยสารจำนวนไม่น้อยก็เบือนหน้า ระเอือมฟังก็มีเยอะ แต่เท่านี้คงไม่ทำให้เอือมเท่า เมื่อยามที่โชเฟอร์พูดเหมือนมะนาวไม่มีน้ำ ราวกับเคยโกรธกันมานานแสนนาน ทั้งๆ ที่ผู้โดยสารยังไม่ได้ทำอะไรให้เลย และถ้ายิ่งเรียกไปในเส้นทางที่คุณท่านไม่อยากไปด้วยแล้ว จะยิ่งพูดจากระโชกโฮกฮาก อารมณ์เสียเป็นการใหญ่

เสียงชี้แจงแสนจริงใจของแท็กซี่ : “ผมก็เจอผู้โดยสารอารมณ์เสียบ่อยเหมือนกัน หน้าบูดหน้าบึ้ง ทะเลาะกับใครมาก็ไม่รู้ ปิดประตูรถผมดังลั่น ผมนี่ใจคอไม่ดี นึกว่าจะได้เสียตังค์ทำประตูใหม่ บางครั้งผมก็อยากพูดเหมือนกันนะว่า โกรธใครมาอย่ามาลงกับรถผม หรือบางทีเมาปลิ้นขึ้นมาเลย อ้วกแตกอ้วกแตนใส่เบาะรถผม ผมก็อยากบอกเหมือนกันนะว่า ไปร่ำสุราที่ไหนมาอย่ามาลงกับรถผม แต่ก็ได้แต่คิดในใจ แต่ผมก็ยอมรับว่า แท็กซี่พูดไม่ดีก็มีเยอะ แต่ผู้โดยสารพูดไม่ดี หรือบางทีพูดมีนัยเหยียดหยามเรา ก็มีเยอะเหมือนกัน” นายยุทธนา แท็กซี่มากประสบการณ์วัย 42 ปี ฝากความรู้สึกถึงผู้โดยสาร

ทว่า บ่อยครั้งที่ผู้โดยสารมักเรียกแท็กซี่ไปในเส้นทางที่ลึกลับซับซ้อน ซึ่งผู้ขับก็ไม่รู้เส้นทางแต่อย่างใด จำต้องอาศัยความชำนาญเส้นทางจากผู้โดยสารด้วย แต่ผู้โดยสารกลับพาหลง ขับวนอยู่บนถนนเส้นเดิม กลับรถแล้วกลับรถอีก บอกทางกะทันหันเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ก็อาจทำให้ผู้ขับเกิดอารมณ์เสียได้เช่นกัน เนื่องจากเสียเวลาและโอกาสที่จะไปรับผู้โดยสารรายอื่นๆ

“ส่วนผู้โดยสารที่พูดจาดี ระรื่นหูก็มีเยอะ แต่ไม่ใช่ว่าพวกนี้จะไม่มีพิษสง เพราะมีอยู่หลายครั้งมากที่ผู้โดยสารผู้หญิง หน้าตาอัธยาศัยดี ดูมีฐานะ เรียกให้ขับไปส่งที่ผับดังย่านทองหล่อ แต่พอจอดรถปุ๊บ บอกจะลงไปเอาตังค์มาให้ แต่ก็หายไปเลย ไม่ยอมกลับมาจ่ายค่าแท็กซี่แค่สองร้อยกว่าบาท แต่กลับมีเงินไปเที่ยว” นายอาคม แท็กซี่หนุ่มเล่าอย่างเอือมระอา


- ไม่กดมิเตอร์ มิเตอร์วิ่งเร็วปรี๊ด...พี่แท็กซี่เขามีเหตุผล

เสียงร้องเรียนจากผู้โดยสารเหลืออด : ไม่ว่าจะเป็นไทย-เทศ ย่อมเคยผ่านประสบการณ์ “แท็กซี่ไม่กดมิเตอร์ เหมาอย่างเดียวเท่านั้น ฉันถึงไป” โดยสถานที่ที่ผู้โดยสารมักพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้บ่อยครั้งที่สุด คือ ย่านที่มีฝรั่งมังค่า หรือต่างชาติเอเชียอยู่บริเวณนั้นเป็นจำนวนมากๆ ไม่ว่าจะเป็น สุขุมวิท ข้าวสาร RCA หรือรางน้ำ เป็นต้น เพราะเจ้าพ่อประคุณโชเฟอร์มักเลือกรับผู้โดยสารต่างชาติ เพื่อเหมาค่าโดยสาร ในอัตราราคาที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 3 เท่าขึ้นไป ฟันกำไรเหนาะๆ เข้ากระเป๋ากลับบ้านไปสบายๆ

เสียงชี้แจงแสนจริงใจของแท็กซี่ : ศดิส โชเฟอร์แท็กซี่รุ่นใหญ่ มากประสบการณ์ ชี้แจงทำความเข้าใจต่อเรื่องมิเตอร์ว่า “ในบางครั้งบางคราที่ผู้โดยสารพบเจอกับเหตุการณ์มิเตอร์วิ่งเร็วกว่าปกติ มีสาเหตุมาจากมิเตอร์ในรถคันนั้นๆ มีสภาพเก่า ชำรุด จนเป็นเหตุให้มิเตอร์คิดราคาที่ผิดพลาดได้ ดังนั้น เมื่อผู้โดยสารพบเจอเหตุการณ์่เช่นนี้ ก็ควรพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ขับอย่างมีเหตุมีผลต่อไป”

ส่วนกรณีเหมา ไม่กดมิเตอร์นั้น มิใช่ผู้ขับแท็กซี่จะละโมบอยากได้เงินจากผู้โดยสารครั้งละมากๆ แต่อันที่จริง การเหมารถนั้นมีที่มาอันสมเหตุสมผลจากสาเหตุที่ผู้โดยสารขนสัมภาระหลายๆ อย่าง ซึ่งมีน้ำหนักมาก จึงส่งผลให้ระบบเครื่องยนต์ทำงานหนัก และเปลืองแก๊ส เปลืองน้ำมันอีกหลายเท่าตัว เพราะฉะนั้น ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษารถจึงมีมากขึ้น อีกทั้งยังจะบั่นทอนกำไรให้เหือดหายไปด้วย

“ถ้าผู้โดยสารไม่ยินดีที่จะเหมารถของเรา เราก็ไม่สามารถไปบังคับเขาได้ สุดท้ายก็ต้องกดมิเตอร์อยู่ดี เพราะเรื่องจะเหมาหรือไม่เหมานั้น ขึ้นอยู่กับผู้โดยสารและคนขับแท็กซี่ที่จะตกลงกันเองหลังไมค์ ไม่อยากเหมาก็บอกให้กด แค่นั้น จบ” นายบุญเที่ยง คนขับแท็กซี่ แสดงเหตุผล

"มองต่างมุม มองรอบด้าน ฟังเสียงเขา ฟังเสียงเรา อย่าสักแต่ยึดเอาความคิดหรือความสบายตัวเองเป็นใหญ่ เพราะคนขับแท็กซี่ก็เป็นคน มีลูกมีเมียต้องเลี้ยง มีข้าวต้องซื้อกินเหมือนกัน" โชเฟอร์แท็กซี่ท่านหนึ่ง กล่าวไว้.

รู้หรือไม่ ? แท็กซี่มีเลื่อยขาเก้าอี้ เพื่อนกำจัดเพื่อน! 

นายศิริวัฒน์ จันทร์เพ็ง หัวหน้างานระบบรถยนต์รับจ้างสาธารณะประจำสนามบินสุวรรณภูมิ เล่าถึงปัญหาที่โชเฟอร์ต้องเผชิญ นอกเหนือจากกระแสสังคมที่กร่นด่าแท็กซี่ ว่า มีแท็กซี่มากมายเป็นคนดี มีน้ำใจ ไม่ร้อยเล่ห์ขี้โกง บางคนเก็บเงินของผู้โดยสารได้เป็นหมื่นเป็นแสนบาท แต่กลับไม่ริบเอาไปไว้เป็นของตน และยังส่งคืนไปยังเจ้าของ บวกกับไม่เคยมีประวัติโดนร้องเรียนใดๆ เลย จนในที่สุดได้รับโล่ เงินรางวัล พร้อมใบประกาศจากผู้บริหารระดับสูง แต่กลับกลายเป็นคนทำเกินหน้าเกินตา เพื่อนในวงการเดียวกัน จึงเป็นเหตุให้เกิดสารพัดวิธีมารกำจัดเพื่อนดี เพื่อนเก่ง 

"เป็นแท็กซี่ก็อยู่ยาก พวกเดียวกันเลื่อยขากันเองก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่น แท็กซี่คนหนึ่ง เป็นคนดี ประพฤติปฏิบัติตนทำงานดีเยี่ยมมาโดยตลอด จนในที่สุดมีรายชื่อได้รับรางวัลในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่จู่ๆ ดันมีคนโทรเข้ามาร้องเรียนว่า แท็กซี่คนดังกล่าว พูดจาไม่สุภาพ ซึ่งผู้ร้องเรียนก็เป็นพวกของคนขับแท็กซี่ที่ไม่ดี จึงทำให้คนขับแท็กซี่ประพฤติดี ชวดรางวัลไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งในภายหลัง ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องออกมาตรการตรวจสอบข้อร้องเรียนให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อป้องกันการร้องเรียนที่ไม่ชอบมาพากล" หัวหน้างานระบบรถยนต์รับจ้างสาธารณะประจำสนามบินสุวรรณภูมิ เผยถึงวิธีมารโชเฟอร์แย่

อ่านเพิ่ม

ทะลวงที่สุดระบบขนส่งห่วย EP.2 เทียบแท็กซี่ไทย vs ต่างชาติ

ทะลวงที่สุดระบบขนส่งห่วย EP.3 เข้มงวดกฎหมาย บ่มจิตสำนึกแท็กซี่

ซาวเสียงแท็กซี่ทั่วกรุง ร้อยเรียงเสียงต่อว่าถึงปัญหาซ้ำซาก พร้อมคำตอบจากอันบริสุทธิ์ของคนหาเช้ากินค่ำอย่างโชเฟอร์แท็กซี่ คุณลองฟังพี่โชเฟอร์อธิบายว่า เหตุใดไฉนกัน แท็กซี่ถึงทำให้คุณไม่อารมณ์เสีย และเอือมระอาเป็นหนักเป็นหนา? 31 ม.ค. 2558 14:50 4 ก.พ. 2558 18:34 ไทยรัฐ