วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตร.จับสาวแสบ ตุ๋นเหยื่อ 11 ราย สูญ 13.7 ล้าน อ้าง ซื้อขายเงินตรา

ตร.จับสาวแสบ ตุ๋นเหยื่อ 11 ราย สูญ 13.7 ล้าน อ้าง ซื้อขายเงินตรา

  • Share:

ตร.กาญจน์จับสาวแสบ ตุ๋นเหยื่อ 11 ราย สูญ 13.7 ล้าน อ้าง ร่วมลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ แต่สุดท้าย เช็คเด้ง เจ้าทุกข์ทนไม่ไหววิ่งโร่ เข้าแจ้งความ

เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้เสียหายจากการถูกฉ้อโกงจากหญิงสาว ที่ชวนลงทุนเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศจำนวน 11 ราย ได้เดินทาง เข้าพบ พ.ต.อ.สมศักดิ์ สุวรรณฉิม พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อให้การเพิ่มเติมหลังจาก ตร.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้ทำการจับกุม นางสาวภภัสสร แก้วแกมเกษ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/1 ถนนเนปาล เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหากระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม ป.อาญา มาตรา 341, 343 พ.ร.บ.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 4 ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรี อนุมัติหมายจับ ที่ มจ. 64/2558 ลงวันที่ 28 ม.ค. 2558 ต่อมา วันที่ 30 ม.ค. 2558 ตร.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้ติดตามที่จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บ้านพัก

โดย พ.ต.อ.สมศักดิ์ สุวรรณฉิม พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองกาญจนบุรี เปิดเผยว่า คดีนี้มีผู้เสียหายจำนวน 11 ราย เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นางสาวภภัสสร ผู้ต้องหารายนี้ โดยผู้เสียหายทั้งหมดให้การว่า ได้รับการชักชวนให้เป็นผู้ร่วมลงทุนในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยผู้ร่วมลงทุนจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากเงินลงทุนในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ต่อเดือน ซึ่งทางผู้ต้องหาได้แจ้งต่อผู้ร่วมลงทุนว่า จะนำเงินไปเทรดหุ้นหรือซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยได้พูดกับผู้เสียหายหลายรายซึ่งกล่าวถึงผู้อื่นที่นำเงินมาร่วมลงทุน และได้รับประโยชน์ตอบแทนหลายคน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อนำเงินมาลงทุนกับผู้ต้องหา ในเบื้องต้นตอนนี้ มีผู้เสียเข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้วจำนวน 11 ราย รวมเป็นเงิน 13,750,000 บาท ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหาย และรวบรวมหลักฐานนำเสนอต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี จนได้รับการอนุมัติหมายจับ จากนั้นจึงดำเนินการลงพื้นที่ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้ที่บ้านพัก และนำตัวมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

โดย 1 ในเหยื่อที่เป็นผู้เสียหายได้เปิดเผยว่า ตนได้รับการติดต่อจากผู้ต้องหา ชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้ออัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ โดยมีการบอกเล่าว่า เป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูง โดยมีการกำหนดระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ซึ่งตนเห็นว่า น่าจะเป็นการลงทุนทางธุรกิจที่ดี จึงเชื่อและจ่ายเงินร่วมทุนไปจำนวนหนึ่ง โดยมีการทำสัญญาต่างตอบแทนและจ่ายเช็คเงินสดล่วงหน้าที่ถือว่า เป็นการชำระค่าตอบแทนให้แก่ตนไว้ประกอบการลงทุน ต่อมา เมื่อครบกำหนดปรากฏว่า ธนาคารปฏิเสธการเบิกเช็ค ตนได้ติดต่อผู้ต้องหา แต่ไม่สามารถดำเนินการนำเงินมาคืนให้ได้ และเมื่อสอบถามเรื่องนี้ไปยังผู้ที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างในช่วงที่ชักชวนลงทุนก็พบว่า หลายคนก็ประสบกับปัญหาเดียวกัน ดังนั้น จึงรวมตัวกันมาแจ้งความต่อทางตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีต่อผู้ต้องหารายนี้ต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้