วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.จับสาวแสบ ตุ๋นเหยื่อ 11 ราย สูญ 13.7 ล้าน อ้าง ซื้อขายเงินตรา

ตร.กาญจน์จับสาวแสบ ตุ๋นเหยื่อ 11 ราย สูญ 13.7 ล้าน อ้าง ร่วมลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ แต่สุดท้าย เช็คเด้ง เจ้าทุกข์ทนไม่ไหววิ่งโร่ เข้าแจ้งความ

เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้เสียหายจากการถูกฉ้อโกงจากหญิงสาว ที่ชวนลงทุนเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศจำนวน 11 ราย ได้เดินทาง เข้าพบ พ.ต.อ.สมศักดิ์ สุวรรณฉิม พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อให้การเพิ่มเติมหลังจาก ตร.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้ทำการจับกุม นางสาวภภัสสร แก้วแกมเกษ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/1 ถนนเนปาล เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหากระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม ป.อาญา มาตรา 341, 343 พ.ร.บ.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 4 ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรี อนุมัติหมายจับ ที่ มจ. 64/2558 ลงวันที่ 28 ม.ค. 2558 ต่อมา วันที่ 30 ม.ค. 2558 ตร.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้ติดตามที่จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บ้านพัก

โดย พ.ต.อ.สมศักดิ์ สุวรรณฉิม พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองกาญจนบุรี เปิดเผยว่า คดีนี้มีผู้เสียหายจำนวน 11 ราย เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นางสาวภภัสสร ผู้ต้องหารายนี้ โดยผู้เสียหายทั้งหมดให้การว่า ได้รับการชักชวนให้เป็นผู้ร่วมลงทุนในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยผู้ร่วมลงทุนจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากเงินลงทุนในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ต่อเดือน ซึ่งทางผู้ต้องหาได้แจ้งต่อผู้ร่วมลงทุนว่า จะนำเงินไปเทรดหุ้นหรือซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยได้พูดกับผู้เสียหายหลายรายซึ่งกล่าวถึงผู้อื่นที่นำเงินมาร่วมลงทุน และได้รับประโยชน์ตอบแทนหลายคน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อนำเงินมาลงทุนกับผู้ต้องหา ในเบื้องต้นตอนนี้ มีผู้เสียเข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้วจำนวน 11 ราย รวมเป็นเงิน 13,750,000 บาท ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหาย และรวบรวมหลักฐานนำเสนอต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี จนได้รับการอนุมัติหมายจับ จากนั้นจึงดำเนินการลงพื้นที่ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้ที่บ้านพัก และนำตัวมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

โดย 1 ในเหยื่อที่เป็นผู้เสียหายได้เปิดเผยว่า ตนได้รับการติดต่อจากผู้ต้องหา ชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้ออัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ โดยมีการบอกเล่าว่า เป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูง โดยมีการกำหนดระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ซึ่งตนเห็นว่า น่าจะเป็นการลงทุนทางธุรกิจที่ดี จึงเชื่อและจ่ายเงินร่วมทุนไปจำนวนหนึ่ง โดยมีการทำสัญญาต่างตอบแทนและจ่ายเช็คเงินสดล่วงหน้าที่ถือว่า เป็นการชำระค่าตอบแทนให้แก่ตนไว้ประกอบการลงทุน ต่อมา เมื่อครบกำหนดปรากฏว่า ธนาคารปฏิเสธการเบิกเช็ค ตนได้ติดต่อผู้ต้องหา แต่ไม่สามารถดำเนินการนำเงินมาคืนให้ได้ และเมื่อสอบถามเรื่องนี้ไปยังผู้ที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างในช่วงที่ชักชวนลงทุนก็พบว่า หลายคนก็ประสบกับปัญหาเดียวกัน ดังนั้น จึงรวมตัวกันมาแจ้งความต่อทางตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีต่อผู้ต้องหารายนี้ต่อไป

ตร.กาญจน์จับสาวแสบ ตุ๋นเหยื่อ 11 ราย สูญ 13.7 ล้าน อ้าง ร่วมลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ แต่สุดท้าย เช็คเด้ง เจ้าทุกข์ทนไม่ไหววิ่งโร่ เข้าแจ้งความ 31 ม.ค. 2558 14:15 ไทยรัฐ