วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

งานรับซาร์วิตซ์

โดย บาราย

ในสมัยรัชกาลที่ 3 ฝรั่งหลายชาติเริ่มเข้ามาทำมาค้าขายในสยาม ในคราวบูรณ-ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามครั้งใหญ่ โปรดให้เขียนภาพคนรุสเซียเอาไว้ ชื่อที่ใช้เรียกแปร่งหูดูประหลาด...หรูซปีตะสบาก

หรูซ ก็คือ รุส หรือรัสเซีย ปีตะสบาก ก็คือ (เมือง) ปีเตอร์สเบอร์ก

สมัยนั้นคนไทยคงเคยเห็นคนรัสเซียน้อยมาก เพิ่งมาเป็นกระจ่างตา ก็ในสมัยรัชกาลที่ 5 คราว เจ้าซาร์วิตซ์ หรือซาเรวิตซ์ มกุฎราชกุมารรัสเซีย เสด็จมาเยือนไทย

ส.พลายน้อย เล่าไว้ใน “เกร็ดโบราณคดี ประวัติศาสตร์ไทย” (สำนักพิมพ์รวมสาส์น) ว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ เสด็จออกไปรับเจ้าซาเรวิตซ์ที่สิงคโปร์

ครั้นวันที่ 4 มีนาคม เวลา 2 โมงเช้า เรือมกุฎราชกุมาร กับเรือรบรุสเซีย ชื่อ โกริช ออกจากสิงคโปร์ ถึงสันดอนปากน้ำ วันที่ 7 เวลา บ่าย 4 โมงเย็น แต่เป็นเวลาน้ำแห้ง ต้องทอดสมอรอจนเวลาตี 11 จงใช้จักรเข้ามากรุงเทพฯ

พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ แลผู้ที่ประจำรับรอง เชิญแกรนด์ดุกซาร์วิตซ์ มาดูในพระบรมมหาราชวัง เวลาบ่าย เชิญไปดูมิวเซียม แลขึ้นภูเขาทอง

เวลาค่ำแกรนด์ดุกซาร์วิตซ์ ขึ้นรถไปลงเรือที่ท่าสุนันทาลัย ไปดูละครบ้านเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง (เพ็ง ต้นสกุล เพ็งกุล) ใต้ประตูนกยูง ท่าเตียน

วันที่ 22 เวลาเช้า 2 โมง เชิญแกรนด์ดุกซาร์วิตซ์ ไปลงเรือพระที่นั่งสุริยมณฑลที่หน้าสุนันทาลัย แล่นขึ้นไปพระราชวังบางปะอิน เวลาเย็นกำหนดว่า จะมีการแห่ราษฎรมาถวายของแกรนด์ดุกซาร์วิตซ์ แลมีแข่งเรือถวายทอดพระเนตร บ่าย 5 โมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินออกพระที่นั่งวโรภาษพิมาน พร้อมด้วยแกรนด์ดุกซาร์วิตซ์

เสด็จพระราชดำเนินประทับหน้ามุขพระที่นั่ง โปรดเกล้าฯ ให้เดินแห่ราษฎรถวายของซาร์วิตซ์ผ่านหน้าพระที่นั่งไป ราษฎรกระแห่ประมาณสามพันเศษ เดินเป็นตับเป็นพวกกันตามชายหญิง มีของถวายซาร์วิตซ์คนละสิ่งสองสิ่ง

คือกระบวนรวงข้าวทำเป็นฉัตร แลชะลอมบรรจุผลไม้ แลกรงสัตว์ต่างๆ มีนก กระต่าย นากกินปลา แลอื่นๆ ทั้งของใช้ เช่น หมอนขวาน โม่แป้ง

แห่ราษฎรถวายของแล้ว เสด็จประทับพลับพลาริมน้ำ ทอดพระเนตรแข่งเรืออีก เรือพาย เรือแจวต่างๆ แข่งกันเป็นคู่

เวลาทุ่มครึ่งมีดินเนอร์ไปรเวตที่พระที่นั่งเวหาสจำรูญ ชั้นบน

วันที่ 23 เวลาเช้า 2 โมง เสด็จลงเรือพระที่นั่งโสภณภควดี แล่นออกไปทางท้ายเกาะไปพะเนียด ...เสด็จประทับพลับพลาใหญ่มุขกลาง บนกำแพงพะเนียด

กรมช้างกันช้างในพะเนียด เปิดช้างเล็กออก กันช้างใหญ่ไว้แล้ว เสด็จประทับพลับพลาเล็ก ทอดพระเนตรจับช้างกลางแปลง แล้วเสวยกลางวัน เสร็จแล้วคล้องช้างพลายในพะเนียด

ในวันแรกนี้ คล้องได้แต่ช้างงาตัวใหญ่ตัวเดียว ช้างพลายตัวนี้ เลยได้ชื่อเรียกกันต่อมาว่า พลายซาร์วิตซ์

ในวันต่อมา คล้องช้างได้หลายเชือก ตรัสถามซาร์วิตซ์ว่า จะประทานลูกช้างเล็กๆไปเล่นในเรือรบสักตัวหนึ่งจะโปรดหรือไม่..ซาร์วิตซ์ทรงยินดีที่จะได้ จึงโปรดให้ขุนพิชัยกุญชร (แจ้ง) เลือกคล้องลูกช้างรูปร่างงดงามได้ตัวหนึ่ง เพิ่งหย่านม สูงสัก 2 ศอกเศษ

แต่เกิดเหตุ ด้วยแม่ช้างไม่ยอมพรากจากลูก หาทางแก้เอาลูกช้างกลับเข้าโขลงไปจนได้ ซาร์วิตซ์ทอดพระเนตรเห็นความฉลาดของแม่ช้าง จึงทูลพระพุทธเจ้าหลวง ขอประทานคืนลูกช้างตัวนั้น เป็นบำเหน็จแก่แม่ช้าง ก็ทรงพระกรุณา

เวลาค่ำ กำหนดว่า จะมีการประชุมเดือนหงาย ซึ่งเรียกว่ามูนไลต์? ปาตี ฤาจันทรประภาสโมสร

ที่ชาลาพระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร คือมีร้านเลี้ยงอาหาร แลของดื่มต่างๆ แลบุหรี่หมาก ทั้งแจกพวงมาลัย แลช่อดอกไม้ ซึ่งทำอย่างประณีต 4 ร้าน ปลูกอย่างปะรำผูกม่านตกแต่งงดงาม

ผู้เชื้อเชิญดื่มสุรา แลสูบบุหรี่กินหมาก ให้พวงมาลัย แลช่อดอกไม้นั้น จัดหญิงซึ่งพูดอังกฤษได้ ประจำทุกร้าน ร้านละสองคน

เวลาบ่าย เมื่อซาร์วิตซ์กลับจากพะเนียด ยังเห็นทำร้านกันกาหลอยู่ พอค่ำลงจุดไฟฟ้าแลโคมญี่ปุ่น โคมหิ้วสว่างไสวแล้ว จัดร้านเสร็จบริบูรณ์ โปรดให้แกรนด์ดุกซาร์วิตซ์ ทั้งพวกรุสเซียแลเจ้านาย ข้าราชการเดินเที่ยวเล่น มีแตรเป่า 2 วง

เวลา 2 ทุ่มเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก ทรงพระดำเนินพร้อมซาร์วิตซ์ ข้ามสะพานเสาวรสมาทอดพระเนตรแห่คบไฟซึ่งมีกระบวนต่างๆ คือแตรทหารวงหนึ่งนำหน้า คนผู้ชายถือคบเดินเป็นคู่ มังกรเพลงแคนเดินรำแลขับร้องต่าง แลพลทหารเรือถือกิ่งไผ่ติดเทียน แลคนเป่าปี่ ตีฉาบ สิงโตล่อแก้ว ผู้หญิงถือเทียน ลาวเป่าขลุ่ย คนถือพุ่มเทียน

แลละครเรื่องรามเกียรติ์ชุดหนึ่ง รำถวายตัว แลมีทหารถือเทียนโคมบัว เป็นที่สุด

เวลา 5 ทุ่มเสด็จขึ้น ซาร์วิตซ์แลพวกรุสเซีย เจ้านาย ข้าราชการ ยังนั่งแลเดินเล่นอยู่ จน 7 ทุ่ม

วันที่ 25 กำหนดซาร์วิตซ์ทูลลากลับ

การต้อนรับเจ้าซาร์วิตซ์ครั้งนั้น ทำกันใหญ่โตมาก จนคนสมัยนั้น หรือในสมัยต่อมา ถ้าทำอะไรกันใหญ่โตมโหฬาร แล้วก็มักพูดติดปากว่า ราวกับรับเสด็จเจ้าซาร์วิตซ์

ประเพณีไทยแท้แต่โบราณ ใครมาถึงเรือนชาน ก็ต้อนรับ...ไม่ว่าจะในระดับแขกเมือง หรือแขกบ้าน ยกเว้นฝรั่งบางพวก ที่ไม่น่ารัก ไม่ได้มาด้วยความปรารถนาดี.

O บาราย O

31 ม.ค. 2558 09:33 ไทยรัฐ