วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิกฤติตัวประกันไอเอส ชะตากรรมที่ถูกผูกโยง

หมากสำคัญ–แฟ้มภาพนางซาจิดา อัล–ริชาวี นักโทษประหารชาวอิรัก ในห้องขังของศาลทหารในกรุงอัมมานเมื่อปี 2549 ก่อนถูกตัดสินประหารชีวิต และกลุ่มไอเอสใช้เธอต่อรองแลกตัวประกันชาวญี่ปุ่นและนักบินจอร์แดน (รอยเตอร์)

กลายเป็น “มหากาพย์” ยืดเยื้อ กรณีกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอซิส ไอซิล หรือไอเอส) ในอิรักและซีเรีย จับตัวประกันชาวญี่ปุ่น 2 คน เรียกค่าไถ่ 200 ล้านดอลลาร์ จากนั้นฆ่าเหยื่อแล้ว 1 คน เหลือนาย “เคนจิ โกโตะ” นักข่าวอิสระ-นักถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีชื่อดัง ซึ่งยังลุ้นชะตาอยู่ หลังเลยเส้นตายที่ไอเอสขีดไว้ถึง 2 รอบ

แต่เรื่องมันสลับซับซ้อนเข้าไปอีก เมื่อไอเอสตั้งเงื่อนไขใหม่ว่ารัฐบาล “จอร์แดน” ต้องปล่อยตัวนาง “ซาจิดา อัล–ริชาวี” นักโทษประหาร สมาชิกกองกำลัง “อัล เคดาในอิรัก” (เอคิวไอ) วัย 44 ปีด้วย มิฉะนั้น จะฆ่านายโกโตะและเรืออากาศโท “มาอาซ อัล–คาสซาสเบห์” นักบินชาวจอร์แดน ซึ่งถูกไอเอสจับไปหลังเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 ตกในซีเรียเมื่อ 24 ธ.ค. ปีที่แล้ว แม้ยังไม่แน่ชัดว่าเขายังมีชีวิตอยู่จริงหรือไม่

เรื่องนี้ทำให้ชื่อนาง “ซาจิดา” โด่งดังไปทั่วโลกในชั่วข้ามคืน ใครๆ ก็อยากรู้ว่าเธอเป็นใคร สำคัญอย่างไร กลุ่มไอเอสถึงชูเธอเป็นหมากต่อรอง!

นางซาจิดาถูกจับและติดคุกอยู่ในจอร์แดนมานานเกือบ 10 ปีแล้ว หลังจากเป็นหนึ่งในกลุ่มนักรบญีฮัดของเอคิวไอ ซึ่งขณะนั้นมีนาย อาบู มูซาบ อัล–ซาร์คาวี เป็นผู้นำสูงสุด บุกโจมตีโรงแรม 3 แห่งในกรุงอัมมาน เมืองหลวงของจอร์แดน เมื่อ 9 พ.ย. 2548 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 60 ศพ เกือบทั้งหมดเป็นชาวจอร์แดน

นางซาจิดาและนายอาลี ฮุสเซน อัล-ชัมมารี ผู้เป็นสามี รวมทั้งนักรบเอคิวไออีก 2 คน เป็นกลุ่มที่บุกโจมตีห้องบอลรูมโรงแรม “เรดิสสัน เอสเอเอส” ขณะมีงานเลี้ยงแต่งงาน แต่ระเบิดพลีชีพที่ผูกติดกับร่างซาจิดาไม่ทำงาน สามีจึงผลักเธอให้วิ่งหลบหนีปะปนออกไปกับฝูงชน ส่วนตัวเขาจุดระเบิดพลีชีพสำเร็จ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 38 ศพ

ถัดมา 4 วัน นางซาจิดาก็ถูกจับได้ ทางการจอร์แดนนำตัวเธอพร้อมเข็มขัดติดระเบิดพลีชีพออกมาแถลงข่าวครึกโครม ซึ่งเธอก็รับสารภาพ และเผยว่ากลุ่มของเธอเดินทางจากอิรักเข้าจอร์แดนโดยใช้พาสปอร์ตปลอม เธอถูกพิจารณาคดีในเดือน เม.ย.2549 ก่อนถูกศาลตัดสินประหารชีวิต

ก่อนหน้านี้ นางซาจิดาไม่ใช่คนสำคัญในเชิงการทหารและเชิงยุทธศาสตร์สำหรับกลุ่มไอเอสอะไรนัก เป็นเพียงนักรบญีฮัดที่ทำงานพลาดคนหนึ่ง ยังมีนักรบญีฮัดของไอเอสที่สำคัญกว่าเธออีกหลายคนติดคุกอยู่ในจอร์แดน และไอเอสไม่เคยต่อรองให้จอร์แดนปล่อยตัวนางซาจิดามาก่อน

แต่เมื่อมีการต่อรองแลกตัวประกันชาวญี่ปุ่นและนักบินจอร์แดน นางซาจิดากลายเป็นหมากสำคัญในเกมขึ้นมาทันที เพราะปูมหลังของเธอทำให้กลายเป็น “สัญลักษณ์” ที่ไอเอสเอามาใช้เป็นเครื่องมือได้อย่างดี

ซาจิดาเป็นชาวมุสลิมนิกายสุหนี่จากจังหวัดอันบาร์ในอิรัก หนึ่งในเขตยึดครองของไอเอส ส่วนนายซามีร์ อาทรูส อัล-ริชาวี พี่ชายของเธอซึ่งเสียชีวิตในสมรภูมิอิรัก ก็เคยเป็นคนสนิทระดับ “มือขวา” ของซาร์คาวี ผู้นำเอคิวไอ ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเพราะการโจมตีทางอากาศของสหรัฐอเมริกาในเดือน มิ.ย. 2549

ส่วนน้องชายของซาจิดาก็ถูกยกย่องว่าเป็นนักรบญีฮัดผู้พลีชีพเพื่ออุดมการณ์ศาสนา เธอจึงมีภาพลักษณ์ยึดโยงแนบแน่นกับทั้งซาร์คาวี กับกลุ่มเอคิวไอ และกับกลุ่มไอเอสโดยตรง เพราะกลุ่มไอเอส ก็มีต้นตอหรือแตกหน่อออกมาจากกลุ่มเอคิวไอในอิรักนั่นเอง!

ซาจิดายังมีความสำคัญในฐานะนักรบญีฮัดผู้โจมตี “จอร์แดน” พันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งร่วมยุทธการโจมตีทางอากาศถล่มไอเอสในอิรักและซีเรียอย่างหนักมานานหลายเดือน ดังนั้น การเอาตัวเธอมาเป็นหมากต่อรองกับจอร์แดน ศัตรูโดยตรงของไอเอส จึงเหมาะเจาะลงตัวเป็นอย่างยิ่ง

หลังบุกยึดพื้นที่ในอิรักและซีเรียได้อย่างกว้างขวาง และประกาศตั้ง “คอลีฟะต์” หรือรัฐอิสลามขึ้น กลุ่มไอเอสพยายามยกระดับตนเองว่ามีสถานภาพเป็น “รัฐ” รัฐหนึ่ง จากที่เคยถูกพันธมิตรตะวันตกนำโดยสหรัฐฯ ตราหน้าว่าเป็นแค่ “กลุ่มก่อการร้าย” มาตลอด ดังนั้น การที่รัฐบาลจอร์แดนและญี่ปุ่นยอมเจรจากับไอเอสโดยตรง ไอเอสก็สามารถนำมาเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อได้ว่า “ศัตรู” ยอมรับในความเป็นชาติรัฐที่มีอธิปไตยของไอเอส เรื่องนี้จะเพิ่มความฮึกเหิมให้ไอเอสและกลุ่มแนวร่วมนักรบญีฮัดอื่นๆ ทั่วโลก

ยิ่งถ้ารัฐบาลจอร์แดน ซึ่งมีกษัตริย์อับดุลเลาะห์เป็นองค์ประมุข ยอมปล่อยตัวนางซาจิดา จะนับเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่สำหรับกลุ่มไอเอส ขณะที่เป็นการ “เสียเหลี่ยม” อย่างใหญ่หลวงสำหรับจอร์แดนและสหรัฐฯ ลูกพี่ใหญ่ เพราะเท่ากับว่ายอมสยบให้กลุ่มก่อการร้าย

แต่ถ้าจอร์แดนไม่ปล่อยตัวนางซาจิดา กลุ่มไอเอสคงยากที่จะไว้ชีวิตนายโกโตะและนักบินชาวจอร์แดน ห้วงเพลานี้ ชะตากรรมของทั้ง 3 คน จึงถูกผูกโยงเป็นเส้นเดียวกัน

เป็นชะตากรรมที่อำมหิต ซึ่งชาวโลกพากันลุ้นระทึก อยากให้ลงเอยด้วยดี เพราะทุกชีวิตล้วนมีค่ายิ่ง โดยเฉพาะกับครอบครัวญาติพี่น้องผู้เป็นที่รัก!

บวร โทศรีแก้ว

31 ม.ค. 2558 09:19 ไทยรัฐ