ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    2 สัปดาห์หลังแอร์เอเชียตก เปิด 5 ทฤษฎีสาเหตุนำ QZ8501 สู่จุดจบ

    ไทยรัฐออนไลน์9 ม.ค. 2558 05:30 น.
    SHARE

    ผ่านมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว หลังจากเครื่องบินโดยสารแอร์บัส A320-200 เที่ยวบินที่ QZ8501 ของสายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย ตกในทะเลชวา เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. แต่จนถึงบัดนี้เจ้าหน้าที่ก็ยังมืดแปดด้าน ไม่สามารถยืนยันสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินลำนี้ต้องพบจุดจบได้

    QZ8501 พร้อมผู้โดยสาร 155 คน ลูกเรือและนักบินรวม 7 คน เดินทางออกจากเมืองสุราบายา เมืองใหญ่ลำดับ 2 ของอินโดนีเซียในจังหวัดชวาตะวันออก ในเวลา 5:35 น. วันอาทิตย์ที่ 28 ธ.ค. โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม เครื่องบินขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินในเวลา 7:24 น. โดยนักบินติดต่อเข้ามาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนหน้านั้นเพื่อขอปรับเพดานบินจาก 32,000 ฟุต เป็น 38,000 ฟุต เพื่อหลบกลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนอง

    เจ้าหน้าที่ขนศพผู้เสียชีวิตรายที่ 40 และ 41 กลับถึงเมืองสุราบายา
    เจ้าหน้าที่ขนศพผู้เสียชีวิตรายที่ 40 และ 41 กลับถึงเมืองสุราบายา

    จากนั้น เจ้าหน้าที่จากหลายประเทศทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และจีน ร่วมกันออกค้นหาเครื่องบินที่หายไป จนกระทั่งในวันอังคารที่ 30 ธ.ค. ก็พบเศษซากส่วนหนึ่งจากแอร์บัส A320-200 ลำนี้ รวมถึงศพผู้เสียชีวิต 3 ราย ในน่านน้ำบริเวณช่องแคบ คาริมาตา ในทะเลชวา ห่างจากเมืองปังกาลัน บุน บนเกาะบอเนียว ซึ่งเป็นจุดที่นกเหล็กลำนี้ขาดการติดต่อไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 110 ไมล์ทะเล

    จนกระทั่งเมื่อวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) หน่วยค้นหาและกู้ภัยแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (BASARNAS: บาซาร์นาส) สามารถกู้ศพผู้เสียชีวิตได้แล้ว 43 ศพ และสำนักงานตำรวจแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย หรือ (DVI POLRI) สามารถระบุตัวตนของศพได้แล้ว 25 ราย แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดที่ทำให้ QZ8501 ตกได้ จนกว่าจะพบอุปกรณ์บันทึกการบิน หรือ 'กล่องดำ' อย่างน้อย 1 กล่อง

    อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้คิดทฤษฎีมากมายที่อาจเป็นเหตุที่ทำให้ QZ8501 ต้องพบจุดจบ โดยทฤษฎีที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด มีดังนี้

    สภาพอากาศเลวร้ายขัดขวางปฏิบัติการค้นหาของหน่วยค้นหาและกู้ภัยของอินโดนีเซีย
    สภาพอากาศเลวร้ายขัดขวางปฏิบัติการค้นหาของหน่วยค้นหาและกู้ภัยของอินโดนีเซีย

    1. เกิดภาวะ แอโรไดนามิก สตอลล์ (aerodynamic stall )ขณะที่เครื่องบินบินเข้าไปในพายุ

    เป็นคำอธิบายที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด ว่า แอร์บัส A320-200 ลำนี้ บินเข้าไปในพายุและเกิดอาการ สตอลล์ หรือการร่วงตกของเครื่องบิน เนื่องจากสูญเสียความสามารถในการยกตัวและบิน ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการที่เครื่องบินประสบกับกระแสลมที่เคลื่อนตัวขึ้นด้านบนอย่างกะทันหัน

    ผู้เชี่ยวชาญการบินชี้ว่า เครื่องบินอาจร่วงตก ตามหลักของอากาศพลศาสตร์ (aerodynamic) เนื่องจากเครื่องบินขาดความเร็วที่มากพอ หรือ บินเป็นมุมแหลมจนเกินไปสำหรับการจะปรับเพดานบิน โดยผู้เชี่ยวชาญการบินมีความเห็นว่านักบินทั้งสองอาจไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของเครื่องบินจากระบบบนเครื่องบิน หรือ การที่มี ฝนตก หรือลูกเห็บ จากพายุฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรงในบริเวณดังกล่าว อาจทำให้เครื่องยนต์ของเครื่องบินได้รับความเสียหาย

    การสตอลล์ถือเป็นเรื่องโชคร้ายสำหรับนักบินและผู้โดยสาร แต่ในกรณีปกตินักบินส่วนใหญ่จะสามารถเพิ่มความเร็วในขณะที่จมูกเครื่องบินตกลง และทำให้เครื่องกลับมาบินต่อได้

    แต่คำถามคือเหตุใด QZ8501 จึงไม่สามารถฟื้นตัวจากอาการสตอลล์ได้? ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่า เครื่องตรวจวัดบางอย่างของเครื่องบินอาจได้รับความเสียหายจากพายุ ทำให้นักบินไม่รู้ตัวว่ากำลังอ่านค่าความเร็วหรือเส้นทางการบินที่ไม่ถูกต้อง บ้างก็เชื่อว่า นักบินหลายคนพึ่งพาระบบอัตโนมัติมากเกินไป และไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างเพียงพอเพื่อแก้ไขกรณีเกิดอาการสตอลล์ หรือตอบสนองอย่างเหมาะสมเวลาเครื่องตรวจวัดเสียหาย

    2. เกิดอาการสตอลล์ ขณะนักบินพยายามบังคับเครื่องบินหลบพายุ

    ผู้เชี่ยวชาญระบุด้วยว่า อาการสตอลล์อาจสามารถเกิดขึ้นได้ ในขณะที่นักบินพยายามบังคับเครื่องบินให้เชิดหน้ามากจนเกินไปเพื่อหลบพายุ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า การติดต่อครั้งสุดท้ายระหว่างนักบินของ QZ8501 กับหอบังคับการบินก่อนที่จะขาดการติดต่อ เป็นการขอเพิ่มเพดานบินจาก 32,000 ฟุต เป็น 38,000 ฟุต เพื่อหลบพายุ

    คำอธิบายนี้อาจมีความผิดพลาดของนักบินเป็นองค์ประกอบสำคัญ โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งระบุว่า นักบินควรพยายามบังคับเครื่องให้บินใกล้พายุมากกว่าบินเหนือพายุ แต่ นายอีร์ยานโต นักบินที่ 1 มีประสบการณ์เป็นอดีตนักบินของกองทัพอินโดนีเซียและมีชื่อเสียงในหมู่เพื่อนร่วมอาชีพ ทั้งยังมีชั่วโมงบินมากกว่า 20,000 ชั่วโมง โดยเป็นเครื่องบินแอร์บัส A320 ถึง 6,100 ชั่วโมง ซึ่งหากเกิดการสตอลล์ขึ้นจริง เหตุใดเขาจึงไม่สามารถแก้ไขได้?

    เจ้าหน้าที่แสดงเศษชิ้นส่วนรวมถึงสัมภาระบนเที่ยวบิน QZ8501 ที่กู้ได้จากทะเลชวา
    เจ้าหน้าที่แสดงเศษชิ้นส่วนรวมถึงสัมภาระบนเที่ยวบิน QZ8501 ที่กู้ได้จากทะเลชวา

    3. เกิดน้ำแข็งเกาะสร้างความเสียหายแก่เครื่องยนต์

    สำนักงานธรณีฟิสิกส์, ภูมิอากาศวิทยาและอุตุนิยมวิทยา ของอินโดนีเซีย (MCGA: เอ็มซีจีเอ) กล่าวโทษว่าสาเหตุที่ทำให้ QZ8501 ตก เกิดจากสภาพอากาศที่น่ากังวล ทำให้กลไกในเครื่องบินแอร์บัส A320 ลำนี้เป็นน้ำแข็ง รายงานของเอ็มซีจีเอระบุว่า ตำแหน่งสุดท้ายที่เครื่องบินอยู่บนเรดาร์ อยู่เหนือทะเลชวา ซึ่งสภาพอากาศโดยทั่วไปแสดงให้เห็นว่า เครื่องบินลำนี้ไม่สามารถบินได้เนื่องจากการเป็นน้ำแข็ง

    แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนโต้แย้งทฤษฎีนี้ของเอ็มซีจีเอ ย้ำว่าเนื่องจากประสบการณ์ในอดีตของแอร์บัสที่มีปัญหาอย่างมากกับการเป็นน้ำแข็ง ทำให้ตอนนี้เครื่องบินของแอร์บัสมีการติดตั้งอุปกรณ์ต่อต้านการจับเป็นน้ำแข็งแล้ว

    4. มาตรฐานความปลอดภัยที่ย่ำแย่

    นอกจาก 3 ทฤษฎีที่กล่าวไปข้างต้น ยังมีการตั้งคำถามอย่างมากว่า สถิติความปลอดภัยอันย่ำแย่ของการบินอินโดนีเซีย มีส่วนในอุบัติเหตุครั้งนี้หรือไม่?

    เจ้าหน้าที่อินโดนีเซีย กล่าวหาแอร์เอเชียอินโดนีเซียว่า ให้เที่ยวบิน QZ8501 ขึ้นบินโดยไม่ได้รับอนุญาต และสั่งพักงานเจ้าหน้าที่การบินประจำท่าอากาศยานนานาชาติ จูอันดา ในเมืองสุราบายาไปแล้วหลายราย เจ้าหน้าที่กล่าวหาด้วยว่า นักบินของเครื่องบินลำนี้ ไม่ได้รับรายงานสรุปสภาพอากาศก่อนบินอย่างพอเพียงด้วย

    โศกนาฏกรรมครั้งนี้ทำให้ เจ้าหน้าที่ได้เริ่มดำเนินการสืบสวนเกี่ยวกับการให้บริการเที่ยวบิน QZ8501 และตรวจมาตรฐานความปลอดภัยรวมทั้งความผิดพลาดของสายการบินทั้งหมดที่ให้บริการในอินโดนีเซียแล้ว แม้มาตรฐานการบินของอินโดนีเซียจะพัฒนาขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ตาม

    5. การระเบิดกลางอากาศ, เครื่องขัดข้อง หรือถูกวางระเบิด

    การตกของ QZ8501 ทำให้เกิดทฤษฎีที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้เกิดขึ้นมากมาย รวมทั้งการก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายของนักบิน หรือการโจมตีของผู้ก่อการร้าย แม้จะไม่มีใครออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตกของเครื่องบินลำนี้ก็ตาม ขณะที่ทฤษฎีเครื่องขัดข้อง ก็เป็นไปได้ยากที่จะเป็นสาเหตุให้เครื่องบินตก โดยอุบัติเหตุเครื่องบินแอร์บัสรุ่น A320 ตกทั้ง 26 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มใช้งานในปี 1988 ไม่มีเรื่องเครื่องขัดข้องเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกเลย

    ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า มีความเป็นไปได้เล็กน้อยที่ กระบวนการเพิ่ม-ลดความดันขณะนำเครื่องขึ้นบินหรือลงจอด จะทำให้ชิ้นส่วนที่เป็นเหล็กหัก หรือเกิดรอยแตก และจะเกิดอาการนี้เร็วขึ้นหากอยู่ในที่ที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นเช่นอินโดนีเซีย แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เครื่องบินที่เกิดเหตุมีอายุเพียง 6 ปี ซึ่งเร็วเกินไปที่จะเกิดความเสียหายเช่นนั้นได้

    ภาพซากส่วนหางของเที่ยวบิน QZ8501
    ภาพซากส่วนหางของเที่ยวบิน QZ8501

    ทฤษฎีต่างๆ เหล่านี้ยังไม่มีข้อพิสูจน์อย่างชัดเจน แต่ก็เป็นไปได้ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากศพผู้เสียชีวิตที่พบ ไม่มีใครสวมเสื้อชูชีพเลย ซึ่งอาจหมายความว่าพวกเขาเผชิญหายนะโดยที่ไม่มีเวลาแม้แต่จะสวมใส่มัน

    แต่ปริศนาเรื่องนี้อาจคลี่คลายในไม่ช้า เนื่องจากล่าสุดเจ้าหน้าที่หน่วยค้นหาและกู้ภัยพบส่วนหางของเที่ยวบิน QZ8501 แล้ว และหากโชคดีพวกเขาอาจพบกล่องดำ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดที่เครื่องบินลำนี้ประสบมาก็เป็นได้

    ญาติผู้โดยสารและลูกเรือบนเที่ยวบิน QZ8501 สวดภาวนาแก่ผู้เสียชีวิต
    ญาติผู้โดยสารและลูกเรือบนเที่ยวบิน QZ8501 สวดภาวนาแก่ผู้เสียชีวิต
    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แอร์เอเชียแอร์เอเชียอินโดแอร์เอเชียหายแอร์เอเชียตกQZ8501#‎QZ8501airasiaเครื่องบินหายเครื่องบินตกลูกเรือหายเครื่องบินแอร์เอเชียข่าวแอร์เอเชียข่าวเครื่องบินหายไทยรัฐออนไลน์สายการบินแอร์เอเชียแอร์เอเซียทฤษฎีข่าวต่างประเทศสกู๊ปออนไลน์

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 เวลา 08:28 น.