ข่าว
100 year

เกินคาด!!

อินเด็กซ์ 518 ม.ค. 2558 05:01 น.
SHARE

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 7 ม.ค.58 ปิดที่ 1,500.75 จุด เพิ่มขึ้น 23.17 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 47,990.25 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 2,657.77 ล้านบาท

แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะดิ่งลงทำนิวโลว์ต่อเนื่องแต่กลับมาแรงซื้อหุ้นพลังงานในตลาดดันราคาปรับตัวขึ้นหลังก่อนหน้านี้ปรับตัวลงแรงจากราคา น้ำมันที่กดดัน แถมมีแรงเข้ามาไล่ซื้อหุ้นรายตัวกระจายไปทั่วทั้งกระดาน โดยเฉพาะหุ้นแบงก์ช่วยดันดัชนีตลาดทะยานขึ้นมาร้อนแรงเกินความคาดหมาย!!

ขณะที่ “เกศรา มัญชุศรี” กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ขู่ว่า ตลาดจะเรียกผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนมาตักเตือน หากพบว่าหุ้นติด Trading Alert List แล้วบริษัทชี้แจงไม่ชัดเจน หรือชี้แจงว่าไม่มีพัฒนาการสำคัญ แต่ใน ภายหลังกลับมีมติคณะกรรมการที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนพื้นฐานของธุรกิจหรือราคาหุ้น

นอกจากนี้ หากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นก่อนประกาศข่าว ตลาดหลักทรัพย์ก็มีมาตรการในการตรวจสอบการใช้ข้อมูลภายใน หรือมีการอินไซเดอร์เทรดดิ้งหรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ปกติของตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว หากพบพฤติกรรมที่อาจมีการใช้ข้อมูลภายในมาซื้อขายหุ้นก็จะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป

การออกมาพูดของผู้จัดการตลาดหุ้นครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังการใช้มาตรการสกัดหุ้นร้อนของตลาดที่เข้มงวดขึ้น แต่ไม่อาจสกัดกั้นความร้อนแรงของหุ้นเก็งกำไรตัวเล็กได้ ที่ยังวิ่งสวนสนามตีซิลลิ่งชนเพดานกันเป็นว่าเล่น!!!

กลับมาดูทิศทางตลาด “มนตรี ศรไพศาล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินดัชนีหุ้นไทยปี 58 จะขึ้นไปได้ที่ 1,650 จุด และมี P/E ที่ 15 เท่า บนพื้นฐานที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 4% โดยได้รับปัจจัยหนุนทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การบริโภคในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังแนะนำให้นักลงทุนเลือกซื้อหุ้นจากปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก หลีกเลี่ยงหุ้นที่มีผลประกอบการขาดทุน และมี P/E สูงเป็น 100 เท่า!!

บล.ฟิลลิปมองตลาดอาจโดนแรงขายทำกำไรทำให้ดัชนีอาจไปต่อได้ไม่ไกล มากนัก หลังขาดปัจจัยบวกที่ชัดเจน แม้ว่าสถาบันอาจชะลอแรงขายลง แต่คาดว่า ต่างชาติยังไม่กลับมาเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเร็วๆนี้ ซึ่งจากสถิติชี้ว่า ส่วนใหญ่ ต่างชาติจะเริ่มเข้าซื้อจริงจังในเดือน ก.พ. โดยแนะหุ้นปันผลเด่นน่าสนใจในภาวะตลาดที่มีความผันผวนเช่นหุ้น TKS INTUCH, BECL และ BTS

ขณะที่ บล.ธนชาตแนะนำให้ เลือกลงทุนในหุ้น SAMART, AOT, SAWAD, RS และ SEAFCO รวมไปถึง “เก็งกำไร” กลุ่มหุ้นที่ได้รับผลดีจากราคาน้ำมันปรับลดลงโดยตรงอย่างกลุ่มสายการบิน AAV, NOKIA และ THAI

ปิดท้ายหุ้นไอพีโอน้องใหม่ TPCH ที่จะเข้าเทรดเป็นตัวแรกของปีนี้ จังหวะดีมีลุ้น เพราะทำธุรกิจกิจเกี่ยวกับพลังงานทดแทนคือผลิตไฟฟ้าและจำหน่ายจากชีวมวล ที่กำลังฮอตฮิตอินเทรนด์ แม้ตอนนี้กำลังการผลิตจะมีแค่ 10 MW แต่ในอีก 5 ปีข้างหน้าจะขยับขึ้นมาเป็น 150 MW ราคาจองที่ 12.75 พาร์ 1 บาท วงในลุ้นกันตัวโก่งว่าจะเห็นหลัก 2 นำหน้าได้หรือไม่!!

อินเด็กซ์ 51

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เงาหุ้นอินเด็กซ์ 51ดัชนีหุ้นไทยซื้อขายน้ำมันเกศรา มัญชุศรี

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED