วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'พิงกี้' พบกองปราบฯ ไม่มีส่วนรู้เห็นคดี สจล.-ตร.ยันไม่มีความผิด!

'พิงกี้' พบกองปราบฯ ไม่มีส่วนรู้เห็นคดี สจล.-ตร.ยันไม่มีความผิด!

  • Share:

พิงกี้ สาวิกา ไชยเดช เข้ารายงานตัว เรื่องพัวพันคดียักยอกเงิน ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีชื่อในการถือหุ้น ด้านตำรวจเผยหลังจากนี้ถือว่านางเอกสาวเป็นผู้บริสุทธิ์และจะไม่มีการเรียกสอบสวนอีก

โดยนางเอกสาวตาคม พิงกี้ สาวิกา ได้เผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ ส่วนเรื่องทุกอย่างก็เรียบร้อยดี ตนไม่ได้รู้จักกับคู่กรณีเป็นการส่วนตัว โดยเรื่องนี้สาวพิงกี้เผยต่อว่าอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ชี้แจงมากกว่า ซึ่งก่อนหน้านี้ตนก็ไม่ทราบมาก่อน พอทราบข่าวก็รู้สึกตกใจ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดสาวพิงกี้บอกขอให้ทางเจ้าหน้าที่เป็นคนชี้แจงต่อ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า ได้ทำการตรวจสอบแล้ว ไม่มีการโอนเงินเข้ามา และไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชีเลย ทางพิงกี้ถูกชักชวนโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ตอนแรกบอกเป็นบริษัทที่เกี่ยวกับการแสดงเลยร่วมทุน แต่ไม่ได้ลงเงิน แค่ใช้ชื่อร่วม ตรวจสอบแล้วไม่มีความผิดอะไร ไม่น่าสงสัย ทุกอย่างตอนนี้เคลียร์ไม่มีอะไร ตัดประเด็นได้ บริษัทไม่มีทางเคลื่อนไหวทางบัญชี ทางเราจะดูเรื่องของการโอนเงินมาในบัญชีของบริษัทนี้ไม่มีการเคลื่อนไหว แค่จดทะเบียนเฉยๆ ยังไม่ได้ดำเนินกิจการ

ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
พิงกี้นี่เซ็งเลย
พี่เพชร สามีกำลังใจคนสำคัญ

หลังจากปล่อยให้กองทัพนักข่าวรอกันมาตั้งแต่ช่วงเช้า 09.00 น. จนถึงบ่าย 17.00 น. พิงกี้ สาวิกา ไชยเดช ที่โดนต้องสงสัยว่าน่าจะไปมีส่วนเกี่ยวข้อง คดีโกงแหลกสะท้านกรุง กับคดียักยอกเงินหลักพันล้านของ สจล. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รอกันมานานในที่สุด!!! พิงกี้ก็ออกมาแล้วพร้อมควงสามีไฮโซพันล้าน เพชร อิทธิ ชวลิตธำรง เพื่อเข้ามาให้ปากคำกับตำรวจที่กองปราบปราม ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

พิงกี้-เพชร หลังจากได้แสดงหลักฐาน และร่วมพูดคุยกับ พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บังคับการรักษาราชการแทนผู้บังคับการปราบปราม ได้ประชุมหารือเคร่งเครียด กันประมาณครึ่งชั่วโมงที่ชั้น 2 กองปราบปราม หลังจากนั้นทั้งหมดก็ควงกันมาให้สัมภาษณ์ที่หน้ากองปราบปราม โดยเพชรสามีพิงกี้ มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ส่วนพิงกี้กล่าวด้วยท่าทางสบายๆ แต่แฝงความเครียดอยู่พอสมควร

“วันนี้ กี้ก็มาแสดงความบริสุทธิ์ใจนะคะ มาแสดงข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ วันนี้ก็ได้รับความเป็นธรรม ทุกอย่างก็เข้าใจแล้วนะคะว่าเป็นยังไง...(หันหน้าไปให้ตำรวจช่วยพูดแทน)” แต่นักข่าวเริ่มยิงคำถามใส่พิงกี้ จนพิงกี้ต้องตอบ เริ่มต้นคำถามแรกคือ เจ้าของบริษัทพิงกี้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรือเปล่า? “ไม่ทราบค่ะ ไม่รู้จักค่ะ” แล้วทางนั้นเอาชื่อพิงกี้ ไปเปิดบริษัทได้ยังไง? “เอ่อ...ให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงดีกว่าค่ะ” ไม่ทราบเลยว่า ตัวเองมีชื่อในบริษัทนั้น? “ใช่ค่ะ ไม่ทราบ” พอทราบข่าวรู้สึกยังไง ที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย? “ก็รู้สึกตกใจค่ะ ยังไงก็ขอให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงอีกทีนะคะ วันนี้...ขอตัวก่อนแล้วกันนะคะ” นักข่าวยังสงสัยหลายๆ ประเด็น ยังคงยิงคำถามต่อ เพื่อให้พิงกี้ตอบให้เคลียร์ ในส่วนของผู้ช่วยผู้กำกับ พิงกี้รู้จักกันมาก่อนหรือไม่? “ให้เจ้าหน้าที่พูดนะคะ” 

พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้ออกมาแถลงต่อแทนพิงกี้ มีการโอนเงินให้พิงกี้หรือไม่? “ไม่มีครับ ตรวจสอบแล้วไม่มี ไม่มีความเคลื่อนไหวทางบัญชีเลยครับ ก็ถูกชักชวนและไม่รู้จักกันมาก่อน เห็นว่าเป็นบริษัทที่จะผลิตในเรื่องของการแสดงก็เลยร่วมเข้าหุ้นด้วย แต่ยังไม่ได้ลงเงินนะครับ” ตอนนี้พิงกี้จะมีความผิดหรือไม่? “ไม่มีครับ เท่าที่ดูเบื้องต้น ไม่มีอะไรที่เป็นพิรุธ” มีอะไรที่น่าสงสัยหรือไม่? “ไม่มีครับ ทุกอย่างเคลียร์ครับ ไม่มีแล้วครับ น่าจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง บริษัทไม่มีความเคลื่อนไหวทางบัญชี เราจะดูเรื่องความเคลื่อนไหวทางบัญชีการโอนเงินมา ก็ยังไม่ได้ดำเนินกิจการ” แค่จดทะเบียนบริษัทเฉยๆ ยังไม่ได้ดำเนินการ? “ใช่ครับๆ”


พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บังคับการรักษาราชการแทนผู้บังคับการปราบปราม ที่ช่วงเช้ากล่าวยืนยันหนักแน่น กับบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ว่ามีการโอนเงินหลักล้านเข้าบัญชีให้พิงกี้ แต่ช่วงบ่ายได้พูดใหม่ว่า ตอนแรกๆ บอกว่ามีการโอนเงินหลักล้าน? “ตรวจแล้วเป็นทั้งหมดเป็นหุ้นลม” ไม่มีการโอนเงินให้พิงกี้? “ไม่มีๆ” วันนี้เพชรและพิงกี้ เอาหลักฐานอะไรมาบ้าง เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์? “ก็เอาหลักฐานต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องมาให้” อาทิ ? “ก็หลายอย่าง” บอกได้มั้ยว่ามีหลักฐานอะไร? “มันอยู่ในสำนวนการสอบสวน เอาเป็นว่าคุณพิงกี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”

หลังจากนั้น พ.ต.อ.อัคราเดช ก็ได้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนของบริษัท เคพีพี โปรดักชั่น จำกัด ให้กับทางบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ได้พิจารณา โดยบริษัทเจ้าปัญหานี้ มีชื่อย่อคือ K P P มีกรรมการของบริษัทอยู่ 3 คนคือ 1. นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด 2. นายภูดิส จันทิม 3. นางสาวสาวิกา ไชยเดช ซึ่งตัว P สุดท้ายน่าจะย่อมาจากชื่อพิงกี้นั่นเอง มีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 8/17 หมู่ที่ 8 ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

ส่วนในกรณีรถซุปเปอร์คาร์ชวนปั่นป่วนของ บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ที่หลายคนยังค้างคาใจอยู่ในบางจุดนั้น พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บังคับการรักษาราชการแทนผู้บังคับการปราบปราม กล่าวย้ำอย่างมั่นอกมั่นใจอีกครั้งว่า “เจตเขาบริสุทธิ์ รถคันนี้ไม่เกี่ยว คุณบอยซื้อมาในราคาที่ถูกต้อง เป็นราคาตามท้องตลาด หลักฐานต่างๆ ครบถูกต้อง เอกสารการโอนการเซ็นถูกต้อง จะดูว่ากระทำความผิดดูได้หลายอย่าง เช่น ของที่ได้มาจากการกระทำความผิดมั้ย มีไว้หรือใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่”.

คราวหน้าอย่าไปเป็นหุ้นลมให้ใครอีกนะภรรยา
ยังยิ้มได้
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ยืนยัน พิงกี้ไม่มีความผิด
จบปัญหาคาใจคดี สจล.กับพิงกี้
โล่งใจให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
พ้นทุกข์พ้นโศก
กองทัพสื่อมวลชนติดตามข่าวใกล้ชิด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้