วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลงทุนอีสานตอนบนสดใส บีโอไอปล่อยกู้ปี 57 กว่าหมื่นล้าน

ลงทุนอีสานตอนบนสดใส บีโอไอปล่อยกู้ปี 57 กว่าหมื่นล้าน

  • Share:

บีโอไอ ระบุ ปี 57 ส่งเสริมการลงทุนในภาคอีสานตอนบน มากกว่า 11,025.8 ล้านบาท ขอนแก่น มากสุด 2 พันกว่าล้านบาท มั่นใจเศรษฐกิจปี 58 สดใส แนะผู้ประกอบการปรับตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 ม.ค. 58 น.ส.รัตนวิมล นารี สุกรีเขต ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 หรือ บีโอไอ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่ จ.ขอนแก่น ว่า การส่งเสริมการลงทุนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในปีที่ผ่านมา มีมูลค่ารวม 11,025,800,000 บาท จาก 49 โครงการ ครอบคลุม 12 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ประกอบด้วย จ.ขอนแก่น 20 โครงการ มูลค่าการลงทุน 2,994 ล้านบาท จ.มหาสารคาม 1 โครงการ 31.2 ล้านบาท จ.ร้อยเอ็ด 1 โครงการ 125.3 ล้านบาท จ.อุดรธานี 4 โครงการ 402 ล้านบาท จ.เลย 7 โครงการ 1,582.3 ล้านบาท หนองคาย 5 โครงการ 1,474.6 ล้านบาท มุกดาหาร 5 โครงการ 2,129.3 ล้านบาท สกลนคร 2 โครงการ 35.6 ล้านบาท กาฬสินธุ์ 4 โครงการ 2,251.5 ล้านบาท มีเพียง จ.หนองบัวลำภู จ.นครพนม และ จ.บึงกาฬ เท่านั้น ที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ หากจำแนกการลงทุนเป็นประเภทต่างๆ ตามนโยบายของบีโอไอ พบว่าภาคเกษตรกรรมและผลิตจากการเกษตรมากที่สุด 24 โครงการ เหมืองแร่ เซรามิก และโลหะขั้นมูลฐาน 2 โครงการ อุตสาหกรรมเบา 2 โครงการ ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง 1 โครงการ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 1 โครงการ เคมีภัณฑ์ กระดาษ และพลาสติก 1 โครงการ และหมวดบริการและสาธารณูปโภค 18 โครงการ

"ในปี 2558 ถือเป็นการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน ว่าด้วยยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 เป็นต้นไป จึงอยากให้ผู้ประกอบการศึกษาในรายละเอียด ระเบียบ และข้อบังคับให้ละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะกับการปรับตัวต่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่มีการแข่งขันในแต่ละด้านสูง อีกทั้งภาคอีสานตอนบนยังคงเป็นพื้นที่ทำเลทอง ที่นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ความสนใจ เข้าร่วมลงทุนในธุรกิจต่างๆ เป็นจำนวนมาก" ผอ.ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 หรือ บีโอไอ ระบุ

น.ส.รัตนวิมล กล่าวเพิ่มเติมว่า บีโอไอ ยังคงให้การสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุน เพื่อสนองต่อนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการต่อเนื่องตลอดทั้งปี รวมไปถึงการสรุปผลการดำเนินงานเป็นรายไตรมาส

"ในปี 2558 บีโอไอ จะเน้นกิจกรรมประชุมหารือร่วม ระหว่างคู่ค้าและผู้ผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ กิจกรรมสัมมนาเรื่องกฎหมาย ให้กลุ่มผู้ประกอบการและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง นอกจากนี้ ยังจะพานักธุรกิจในระดับภูมิภาค ไปเจรจาหารือว่าด้วยการค้าการลงทุนและร่วมแลกเปลี่ยนสินค้า พร้อมทั้งศึกษาดูงาน เพื่อรู้เขารู้เรา ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เน้นอาเซียนและประเทศจีน ที่มีกำลังซื้อและให้ความเชื่อมั่นกับสินค้าจากประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการเปิดช่องทางการตลาดในรูปแบบใหม่ที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น" น.ส.รัตนวิมล กล่าว

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทั้งประเทศในปี 2557 บีโอไอ ได้อนุมัติงบส่งเสริมการลงทุนไปรวมกว่า 700,000 ล้านบาท และในปี 2558 มั่นใจว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน ยื่นขอรับการสนับสนุนในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้