วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'วิษณุ' เผย สัปดาห์หน้าถกประธาน กมธ.สปช.ทุกคณะ ลั่น 3 ด. เห็นผลงาน

'วิษณุ' เผย สัปดาห์หน้าถกประธาน กมธ.สปช.ทุกคณะ ลั่น 3 ด. เห็นผลงาน

  • Share:

"วิษณุ" เผย สัปดาห์หน้าถกประธาน กมธ.สปช. ทุกคณะ หลังนายกฯ มอบหมายกำหนดไกด์ไลน์ปฏิรูป 11 ด้าน วาง 3 เดือนแรก ม.ค.-มี.ค. ผลงานต้องเป็นช้ินเป็นอัน ยันไร้ธงร่าง รธน. ส่วนนายกฯ คนนอก ไม่แน่ใจให้รอฟัง ไม่เชื่อปมถอดถอนทำสังคมแตกแยกใหม่ แจงริบ กทค.-กสท. ออกจากอก กสทช. เหตุไม่ให้ทำงานซ้ำซ้อนคณะกรรมการดิจิตอลฯ 

วันที่ 7 ม.ค. เวลา 11.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ร่วมกับ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดไกด์ไลน์แนวทางปฏิรูปให้กับ สปช. ว่า จากรายงานการทำงานของ สปช.ทุกสัปดาห์ ที่เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกฯ เห็นว่า ควรมีอะไรคืบหน้า หลังจากที่ สปช.หมดหน้าที่ ในการทำข้อเสนอแนะการร่างรัฐธรรมนูญให้กับ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

จากนี้ต้องทำการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน นายกฯ หวังว่า สปช.จะจัดการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน ออกมาเป็นรูปธรรม อย่างน้อยใน 3 เดือนแรก ม.ค.-มี.ค. ต้องมีอะไรออกมาเป็นช้ินเป็นอันมากขึ้น แต่ก็เกรงว่า เมื่อมีการเสนอเป็นหัวข้อมาจะเกิดปัญหา อย่างเสนอควรให้มีการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น แต่ไม่บอกว่าปฏิรูปอย่างไร ใครเป็นคนทำ แล้วทำวิธีไหนดีสุด จึงมอบให้ตนและนายสุวพันธุ์ไปประสาน และมีแนวความคิดอยู่แล้วในส่วนของรัฐบาล จะต้องมีการพบกับประธาน กมธ.สปช.ทุกคณะ เพื่อตีความว่า สปช. อยากให้รัฐบาลช่วยอะไร สปช.ทำอะไรเสร็จแล้ว มีวิธีอย่างไรที่จะส่งมายังรัฐบาล โดยขั้นตอนอย่างไร คิดว่าสัปดาห์หน้าจะได้พูดคุยกัน ส่วนเนื้อหาเป็นเรื่องของ สปช.รัฐบาลไม่มีการแทรกแซง กลัวอย่างเดียวว่า เขาจะเสนอมาเรื่องนั้น เรื่องนี้มีปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ จะได้สอบถามกันว่าจะแก้ไขอย่างไร

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงวาระที่ 2 การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 12 ม.ค. ว่า การพิจารณาเมื่อแล้วเสร็จเดือน เม.ย. จะต้องส่งให้คสช. ครม. สนช. และ สปช. รวมถึงประชาชนด้วย เพื่อให้ความเห็น ใครอยากแก้อะไรก็บอกไป แต่เขาจะเอาตามหรือไม่ก็ได้ สุดท้ายจะไม่แก้ตามก็ได้ ถ้าขอแก้มาตราเดียวไปคนละทิศ เขาก็ต้องเลือกเอาทิศใดทิศหนึ่ง เอาใจคนทั้งหมดไม่ได้ สุดท้ายไม่เอาใจใคร เขาทำอย่างเดิมของเขาก็ได้ และรัฐบาลก็ต้องมีความเห็น เพราะรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 บังคับ

เมื่อถามว่า คิดว่ารัฐธรรมนูญถอยหลังเข้าคลอง หรือเดินหน้า นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่อยากคิดอะไรในวันนี้ เอาไว้ชัดกว่านี้หน่อย เมื่อถามว่า มองว่าข้อเสนอของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญสะเปะสะปะ หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า อาจมีลักษณะอย่างนั้น แต่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ให้ตนไปเป็น กมธ. ก็สะเปะสะปะ เพราะว่ากว่าจะจับปูใส่กระด้งแล้วร่อนสิ่งที่ต้องการ มันต้องใช้เวลาสักนิด เพราะฉะนั้น ไม่แปลกคน 36 คน ก็ 36 ความคิด

เมื่อถามว่า อย่างนี้แสดงว่ารัฐบาลมีธงร่างรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว นายวิษณุ กล่าวว่า ตนยืนยันเลยว่า รัฐบาลไม่มีธง เพราะถ้ามี คงไม่มาทำอย่างนี้ ใช้วิธีอื่นไปนานแล้ว เราปล่อยให้ไปคิดกันเอง จะมาเสียเวลา เสียเงินเสียทอง เสียความรู้สึกทำไม นายวิษณุ กล่าวว่า กว่ามาถึงวันนี้ ย้อนไปเดือนที่แล้วหรือในวันที่เร่ิมตั้ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ๆ ก็เห็นว่า มีอะไรพัฒนาตกผลึกมากกว่าตอนนั้นเยอะ ป่วนกว่านี้เยอะ วันนี้ค่อยยังชั่ว พอวันนี้เกิดประเด็นใหม่ขึ้นมา ก็เร่ิมชุลมุนใหม่ พอไปสักพักก็ต้องตกผลึกแล้วล่ะ

เมื่อถามว่า ประเด็นเปิดให้นายกฯ มาจากคนนอกได้ จะเป็นปัญหาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจ สุดท้ายคำตอบ คืออะไร ค่อยดูกันอีกที ฟังความชี้แจงเขา วันนี้เขาก็พยายามชี้แจงแล้ว แต่คนอีกส่วนหนึ่งอาจฟังว่า มันยังฟังไม่ขึ้น แต่เขายังยืนยันความคิดเดิมเขาก็ต้องพยายามทำให้ทุกคนเข้าใจเหตุผล ความจำเป็นมากกว่านี้ เว้นแต่เขาจะเปลี่ยนความคิดก็แล้วไป เมื่อถามว่าที่ผ่านมาประเทศไทย ก้าวมาไกลมีระบบพรรค มีการเลือกตั้ง เพียงแต่ยังไม่เป็นที่พอใจของบางฝ่ายที่แพ้เลือกตั้งเท่านั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ปล่อยไปสักระยะแล้วจะได้ดูกันว่า คำตอบคืออะไร

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพิจารณาคำร้องถอดถอนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทั้ง 2 คดี ว่า อยู่ที่ สนช.เองแน่ใจมีอำนาจหรือไม่ ถ้าแน่ใจว่า มีอำนาจก็เลยไปขั้นตอนต่อไปจะถอดถอนหรือไม่ ซึ่ง สนช.ต้องดูแลตรงนี้เอง เป็นอำนาจ สนช. ประธาน สนช. ก็จะคุมการใช้อำนาจตรงนี้ และแน่ใจแล้วที่จะพิจารณาถอดถอน ไม่อย่างนั้นคงไม่รับเรื่องเข้ามา กำหนดวัน กำหนดขั้นตอนไปแล้ว คนอื่นที่อาจไม่เชื่อไม่แน่ใจ อาจจะมีได้ เพราะฉะนั้น จะต้องไปหาวิธีให้ได้คำตอบขึ้นมา คิดว่าสุดท้ายคงมีคำตอบชัดเจนได้ คิดว่าไม่น่ามีปัญหา คงมีคำตอบที่ได้ชัดเจนได้ และมั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่ทำให้สังคมกลับมาวุ่นวายใหม่อีก

นายวิษณุ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลหลายฉบับ รวมถึงร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ซึ่งยกเลิกอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ว่า เนื่องจากมีคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาคือ คณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำให้อำนาจหน้าที่ซ้ำซ้อนกันบางส่วน จึงต้องมีการจัดเสียใหม่ ผู้สื่อข่าวถามว่า เหมือนเป็นการลดอำนาจของ กสทช.หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า กสทช.เกิดจาก พ.ร.บ.กสทช. ส่วนที่เรากำลังจะทำกฎหมายออกมาใหม่ เป็นกฎหมายที่มีฐานะเท่ากัน เป็นธรรมดาที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

ต่อข้อถามว่า สามารถเปลี่ยนแปลงกรรมการ กสทช.ให้หลากหลายได้ด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ได้ เขาก็เปลี่ยนเรื่ององค์ประกอบ อำนาจหน้าที่ เรื่องความสัมพันธ์กับรัฐ เมื่อถามว่าเหตุใดจึงไม่แก้ไขกฎหมายของ กสทช. แต่มาออกกฎหมายใหม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หากแก้ตรงนั้นจะเท่ากับว่า ยังไม่ครอบคลุมสิ่งที่เขาต้องการ ซึ่งทำได้ 2 แบบ คือ 1.แก้ไขกฎหมาย กสทช. และ 2.ออกกฎหมายใหม่ สุดท้ายเป็นเพียงเทคนิคทางกฎหมายเท่านั้นเอง บังเอิญว่าการออกกฎหมายใหม่ครั้งนี้ มีความจำเป็นมากกว่า เพราะต้องสร้างอะไรขึ้นมาใหม่เยอะ ที่มันแปลกปลอมไปจาก กสทช. ดังนั้น จะไปใส่ในกฎหมาย กสทช. ไม่ได้

เมื่อถามย้ำว่า คณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มีนายกฯ เป็นประธาน จะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการประมูลคลื่น 4จี ที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ตนไม่แน่ว่า กฎหมายจะออกมาทันหรือไม่ แต่หากทันก็เป็นคณะกรรมการชุดนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้