วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'อุดมเดช' ยันกรมแพทย์ ทบ. พร้อมรับมืออีโบลา-โรคติดต่อ

'อุดมเดช' ยันกรมแพทย์ ทบ. พร้อมรับมืออีโบลา-โรคติดต่อ

  • Share:

"อุดมเดช สีตบุตร" ยันกรมแพทย์ ทบ. พร้อมรับมืออีโบลาและโรคติดต่อ จ่อเพิ่มงบประมาณวิจัยฯ 2 ส่วนพัฒนาประโยชน์สู่สังคม

วันที่ 7 ม.ค. ที่กรมแพทย์ทหารบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. เป็นประธานในวันสถาปนากรมแพทย์ทหารบก ครบรอบ 115 ปี โดยมีผู้บังคับบัญชาชั้นสูงกองทัพบก พล.ท.ไตรโรจน์ ครุธเวโช ผอ.ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า คณะผู้บริหาร กรมแพทย์ทหารบก ข้าราชการลูกจ้าง ให้การต้อนรับ โดยได้เข้าร่วมพิธีสงฆ์ ก่อนจะเยี่ยมชมนิทรรศการของกรมแพทย์ทหารบก ที่ได้นำมาจัดแสดง เช่น ชุดเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งมีภารกิจเฝ้าระวังและสอบสวนโรคระบาด และภัยสุขภาพในหน่วยทหารและชุมชนทหาร การควบคุมโรคและภัยสุขภาพขั้นต้นทันที นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์พยาบาลขนาดใหญ่ ที่ปรับให้เป็นห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด ห้องเอกซเรย์ เคลื่อนที่แบบครบถ้วน

พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า กรมแพทย์ทหารบกเป็นหน่วยที่มีความสำคัญของกองทัพบก มีอุปกรณ์ที่ไม่ได้แจกจ่ายตามอัตรา แต่เราปรับปรุงขึ้นมาเพื่อให้มีความสมบูรณ์ และความพร้อมที่จะแก้ปัญหาเรื่องสถานการณ์ด้านการแพทย์และสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ไม่ได้เป็นประโยชน์ทางทหารอย่างเดียว แต่เป็นประโยชน์กับประชาชนด้วย หากเกิดภัยพิบัติด้านต่างๆ สิ่งที่กรมแพทย์ทหารบกได้ปรับปรุงเอาไว้ จะได้ไปใช้ประโยชน์ต่อ

"กองทัพบกมีความตั้งใจเต็มที่ในการช่วยดูแลสังคมตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเห็นได้ว่ามีการนำรถทหารมาปรับเป็นที่ลำเลียงประชาชน รักษาพยาบาลบนรถยนต์ขนาดใหญ่ที่ปรับให้เป็นห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด ห้องเอกซเรย์ เคลื่อนที่ แบบครบถ้วน ส่วนกรณีสถานการณ์โรคติดต่อร้ายแรง เราก็จัดทีมพิเศษขึ้นมาลงพื้นที่ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อคลี่คลายสถานการณ์" ผบ.ทบ. กล่าว

พล.อ.อุดมเดช กล่าวด้วยว่า กรณีการป้องกันโรคอีโบลา เราได้รับวิทยาการจากประเทศที่สัมผัสกับโรคนี้โดยตรง มีการพูดคุย ประชุม อบรม แล้วเรามาขยายผล ดังนั้น ถ้าเกิดโรคติดต่อร้ายแรงในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง กรมแพทย์ทหารบกสามารถเข้าไปคลี่คลายสถานการณ์ เก็บตัวอย่างมาวิจัย พร้อมจัดรถและทีมเพื่อเข้าไปพิสูจน์ทราบโรคร้ายแรงได้ โดยก่อนหน้านี้ เคยนำอุปกรณ์ของกรมแพทย์ทหารลงพื้นที่บ่อขยะถูกไฟใหม้ ในการตรวจสอบสารพิษ

นอกจากนี้ ตนเตรียมเพิ่มงบประมาณในการวิจัยและพัฒนา เพราะเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ โดยมีงบประมาณมี 2 ส่วน คือ จากรัฐบาลและสถานพยาบาล ที่เก็บค่ารักษาจากคนที่มาใช้บริการ เรานำเงินเหล่านั้นมาพัฒนาสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เพื่อคืนประโยชน์สู่สังคม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้