วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ผมไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์..." ไขปมร้อนดราม่าคิตตี้รีสอร์ท (ชมคลิป)

"ผมไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์..." ไขปมร้อนดราม่าคิตตี้รีสอร์ท (ชมคลิป)

  • Share:

อีกหนึ่งกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์กับ Kitty Resort (คิตตี้รีสอร์ท) อ.ภูเรือ จ.เลย รีสอร์ทใหม่เอี่ยมที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อไม่นานมานี้ แต่กลับได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากสังคมออนไลน์ว่า รีสอร์ทแห่งนี้ทำให้คนรักคิตตี้ เกลียดคิตตี้ไปตลอดกาล...

สืบเนื่องจากมีผู้โพสต์แสดงความคิดเห็นลงในกระทู้เว็บไซต์ชื่อดังว่า รีสอร์ทแห่งนี้ยังไร้ความพร้อมที่จะเปิดให้บริการแก่ลูกค้า มิหนำซ้ำยังตกเป็นที่สงสัยของผู้คนในสังคมถึงปมลิขสิทธิ์คิตตี้ ที่จะเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่

ทางทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับ นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูป (สปช.) ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และ นายเบาหวิว มณีแจ่ม เจ้าของคิตตี้รีสอร์ท ภูเรือ จ.เลย ถึงข้อสงสัยอันเกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์คิตตี้ ซึ่งตัวละครคิตตี้เป็นลิขลิทธิ์ของบริษัทซานริโอประเทศญี่ปุ่น ทว่าแท้จริงแล้ว รีสอร์ทแห่งนี้กำลังละเมิดลิขสิทธิ์อยู่หรือไม่ ?

บรรยากาศที่พักของคิตตี้รีสอร์ท


โพสต์กระทู้สร้างปัญหา มั่นใจคู่แข่งหวังดิสเครดิต
ในกรณีที่มีผู้ระบุว่า คิตตี้รีสอร์ทยังก่อสร้างไม่เสร็จ แต่กลับเปิดให้บริการกับนักท่องเที่ยวนั้น นายเบาหวิว เจ้าของคิตตี้รีสอร์ท ชี้แจงว่า ในช่วงปีใหม่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมรีสอร์ท ขอยืนยันว่า ณ เวลานั้น ในส่วนต่างๆ ของรีสอร์ท ไม่ว่าจะเป็น บ้านพัก เต็นท์ ห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งสวนดอกไม้ รอบบริเวณ ได้สำเร็จเสร็จสร้างอย่างสมบูรณ์แบบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีแต่เพียงบ้านพักส่วนตัวของตนเท่านั้นที่ก่อสร้างยังไม่เสร็จ

“ต้องดูเจตนาของผู้ตั้งกระทู้ว่า มีเจตนาอะไรต่อรีสอร์ทของผม ซึ่งรูปที่นำไปโพสต์เป็นรูปรีสอร์ทที่เพิ่งก่อสร้างใหม่ๆ โดยช่วงนั้นเปิดให้เข้าชมฟรี หากนักท่องเที่ยวต้องการจะถ่ายรูปบริเวณใดๆ ก็ย่อมได้ และผู้ที่ไปโพสต์กระทู้ ก็มีอาชีพเช่นเดียวกับผม เพราะฉะนั้นเจ้าของกระทู้มีความประสงค์ซ่อนเร้นอะไร ทั้งๆ ที่ผู้โพสต์กระทู้บอกว่า เข้าพักวันที่ 27 และเห็นว่าบ้านหลังต่างๆ มีช่างกำลังทาสีอยู่ ซึ่งตรงข้ามกับความจริงที่ช่างก่อสร้างทุกคนกลับบ้านในวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ไปแล้ว” เจ้าของคิตตี้รีสอร์ท ภูเรือ จ.เลย กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง


ห้องพัก ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง

“ขอบคุณนะที่ครั้งหนึ่งเธอเคยยอม...จุดประเด็นให้รีสอร์ทฉัน”
ตั้งแต่มีกระแสข่าวแพร่สะพัดออกไป กลับทำให้นักท่องเที่ยวแห่แหนมาเยี่ยมชมรีสอร์ทมากขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมาก ซึ่งแต่เดิมที่คาดการณ์ไว้ว่า จะมีนักท่องเที่ยวเข้าชมประมาณวันละไม่เกิน 200-300 คนเท่านั้น แต่สุดท้ายยอดนักท่องเที่ยวกลับเกินที่คาดฝันไปมาก เพราะมียอดแตะ 20,000 คนต่อวันเป็นอย่างน้อย

“ด้วยความที่รีสอร์ทเล็กๆ ของผมมีห้องพักเพียง 11 หลัง เต็นท์ 20 หลัง จึงไม่กล้าคิดไปว่า จะมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมมากมายกว่า 4 หมื่นคนต่อวัน ซึ่งยอมรับว่า ผมตกใจมากๆ ที่มีผู้ตบเท้าเดินทางเข้ามาที่นี่อย่างล้นหลาม และตื่นเต้นมากที่สามารถเก็บค่าผ่านประตูตกวันละเหยียบแสนบาท แต่เพียงแค่คิดค่าผ่านประตูกับนักท่องเที่ยวเพียง 20 บาทต่อท่านเท่านั้น” เบาหวิว มณีแจ่ม เผยรายได้น่าอิจฉา

ที่พักในรูปแบบของเต๊นท์
กำลังก่อสร้างเพิ่มเติม


ทำไมต้องคิตตี้ ?
“ที่มาของคิตตี้รีสอร์ทนั้น มาจากความชื่นชอบส่วนตัวของผมเอง ผมเป็นคนที่ชอบสีชมพู ไม่ว่าจะเป็นรถที่ขับ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของผมเป็นสีชมพูทั้งหมด เพราะด้วยความชื่นชอบที่ว่านี้ จึงนำไปสู่แรงบันดาลใจในการสร้างรีสอร์ทคิตตี้ขึ้น โดยเริ่มสร้างเมื่อเดือนตุลาคม 57 ใช้เวลาเพียง 2 เดือนก็แล้วเสร็จ ซึ่งเหตุผลที่สามารถก่อสร้างได้อย่างรวดเร็ว เป็นเพราะผมเงินถึง โดยมีต้นทุนเป็นตัวเลขกลมๆ ประมาณ 40 ล้านบาทในการเนรมิตที่นี่ขึ้นมา” ที่มาคิตตี้รีสอร์ท จากปากเจ้าของใจใหญ่

ห้องน้ำของรีสอร์ท


ข้อสงสัยฮอตฮิต ละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ ?
เจ้าของคิตตี้รีสอร์ท ยืนยันว่า การนำรูป Kitty มาใช้ตกแต่งภายในรีสอร์ท ไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และได้ปรึกษากับนักกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะรีสอร์ทแห่งนี้ไม่ได้นำโลโก้ตัวการ์ตูนของคิตตี้มาใช้ ส่วนที่เป็นตัวการ์ตูนหรือโลโก้ของคิตตี้ ก็ซื้อมาจากห้างร้านต่างๆ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เช่น กระเบื้องคิตตี้ก็มีลิขสิทธิ์คิตตี้ แต่ทางรีสอร์ทก็ได้ซื้อมาอย่างถูกต้อง ซึ่งโลโก้ของทางรีสอร์ทก็ไม่ใช่คิตตี้แต่อย่างใด แต่โลโก้หรือเครื่องหมายการค้าของที่นี่ คือ กังหันสีชมพูที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้ารีสอร์ท

“หากจะผิดลิขสิทธิ์ คือ ต้องนำผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ดังกล่าวไปจำหน่าย และในวันนี้ (6 ม.ค.58) ผมได้สั่งการให้นักกฎหมายของผมทำหนังสือไปถึงเจ้าของลิขสิทธิ์ว่า รีสอร์ทของผมทำผิดพลาดในส่วนใดบ้าง หากพบข้อบกพร่อง ก็ขอให้แจ้งกลับมา เพราะทางเราพร้อมที่จะแก้ไขในทุกกรณี” เบาหวิว นักธุรกิจมือใหม่ กล่าวหนักแน่น

วันชัย สอนศิริ ทนายความชื่อดัง

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูป (สปช.) ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ไขปมคาใจในกรณีนี้ว่า เรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ ต้องรอให้เจ้าของลิขสิทธิ์ออกมาฟ้องทางรีสอร์ทเอง ซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่มีการฟ้องร้องใดๆ ส่วนจะละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่นั้น ต้องดูว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ถูกต้องตามลิขสิทธิ์แท้หรือไม่ โดยโทษของการละเมิดลิขสิทธิ์ มีโทษตั้งแต่ปรับ 1-8 แสนบาท จำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งในทางกฎหมายแล้ว เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องยื่นฟ้องร้องก่อนเท่านั้น

ในอีกทางหนึ่ง หากพฤติการณ์ของเจ้าของรีสอร์ทมีการอวดอ้างว่า หากนักท่องเที่ยวมาเข้าพัก ณ ที่แห่งนี้ จะได้รับความสะดวกสบาย แต่พอเดินทางไปถึงสภาพของสถานที่นั้นๆ กลับไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ อาจโดนข้อหาละเมิดสิทธิ์ผู้บริโภค โดยมีความผิดทั้งในทางแพ่งและทางอาญา ซึ่งความผิดในทางอาญา คือ ความผิดในการโฆษณาเกินจริง หรือเป็นการโฆษณาหลอกลวง รวมทั้งมีความผิดฐานฉ้อโกงผู้บริโภคด้วย

บรรยากาศบ้านพัก

ขณะที่ ในส่วนของผู้บริโภคนั้น สามารถใช้สิทธิ์ร้องเรียนไปยัง สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) และแจ้งความได้ที่ ตำรวจ ปคบ. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค) หรืออาจจะฟ้องร้องด้วยตนเองก็ได้

“เรื่องแบบนี้ไม่ควรจะปล่อยไว้ ควรจะจัดการให้เป็นเยี่ยงอย่าง มิใช่ผู้ประกอบการจะนึกถึงเพียงแค่ว่า เมื่อเข้าสู่เทศกาลจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ความต้องการที่พักสูง จึงถือโอกาสในเทศกาลนั้น ฉวยโอกาสหาประโยชน์ทั้งๆ ที่รีสอร์ทยังไม่มีความพร้อม หากผู้บริโภคได้รับผลกระทบจริง ก็ไม่ควรยินยอม แต่ควรเร่งดำเนินการ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง” ทนายชื่อดังชี้แจง

ทว่า เคสนี้จะเป็นเกมรุกคู่แข่งทางการค้า เตะตัดขามือใหม่มาแรง หรือจะโดนเจ้าของลิขสิทธิ์จวกเรื่องละเมิด งานนี้ต้องตามติดชิดติดขอบเสียแล้ว!

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้