วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ราคานํ้ามันโลกลด ประเทศไทยได้หรือเสีย?

ราคานํ้ามันโลกลด ประเทศไทยได้หรือเสีย?

โดย ซูม
8 ม.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

เมื่อเช้าวันอังคารบ้านเราซึ่งตรงกับคํ่าวันจันทร์ที่ 5 มกราคมที่สหรัฐอเมริกานั้นรายงานข่าวจากทุกสำนักข่าวแจ้งว่าราคานํ้ามันทั้งที่ตลาดนิวยอร์กและตลาดลอนดอนหล่นฮวบลงไปอีก

ที่นิวยอร์กร่วงลงไปถึง 2 เหรียญ 65 เซนต์ต่อบาเรล ไปปิดที่ 50 เหรียญ 4 เซนต์ต่อบาร์เรล

ส่วนที่ลอนดอน ก็ลดลงเช่นกัน ไปปิดที่ 52 เหรียญ 66 เซนต์ต่อบาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 5 ปีครึ่งเลยทีเดียว

แน่นอนผลของการที่ราคาน้ำมันลดฮวบเช่นนี้ ประกอบกับข่าวไม่ค่อยดีจากยุโรป โดยเฉพาะข่าวที่ว่ากรีซอาจจะออกจากยูโรโซนได้ส่งผลมาถึงตลาดหุ้นที่สหรัฐฯอย่างจัง ทำให้หุ้นร่วงระเนนระนาด ทั้ง 3 ตลาด

เฉพาะดาวโจนส์ที่คนไทยคุ้นเคยนั้นปรากฏว่า ร่วงไปถึง 331 จุดซึ่งเป็นการร่วงที่เยอะมาก ที่เกิดขึ้นภายใน 1 วัน

ถือเป็นข่าวร้ายทางด้านเศรษฐกิจต้อนรับปีใหม่ 2015 ว่างั้นเถอะ

การที่ราคาน้ำมันทิ้งดิ่งลงอย่างน่าใจหายนั้น ผมเคยเรียนแล้วว่า นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลก เขามองไว้ 2 แบบ

แบบที่หนึ่งคือ แบบที่มองว่าเป็นผลดีของโลก เพราะโลกเรานี้มีประเทศซื้อน้ำมันใช้มากกว่าประเทศผลิตน้ำมันขาย การที่ราคาน้ำมันลดฮวบๆลง จึงเป็นผลดีแก่ประเทศผู้ซื้อ ที่รวมแล้วมีขนาดเศรษฐกิจประมาณร้อยละกว่า 70 ของโลก

เริ่มจากการขาดดุลการค้าจะดีขึ้น เพราะจ่ายเป็นค่าน้ำมันน้อยลงไปจนถึงต้นทุนการผลิตต่างๆจะลดลง ค่าใช้จ่ายเพื่อการคมนาคมขนส่งจะถูกลง ฯลฯ นำไปสู่การลงทุน การจ้างงาน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ประเทศที่ยากลำบาก เพราะรายได้ลดลง ก็คงมีเพียงประเทศในกลุ่มเอเปคและประเทศอื่นๆที่ผลิตน้ำมันขายเท่านั้น

บวกลบกันแล้ว น่าจะเป็นผลดีแก่เศรษฐกิจโลกมากกว่าแต่นักเศรษฐศาสตร์อีกกลุ่มมองว่า แม้ราคานํ้ามันที่ลดลงจะเป็นผลดีแก่หลายๆประเทศที่บริโภคนํ้ามันก็จริงอยู่ แต่จะต้องดูด้วยว่าอะไรเป็นสาเหตุของการลดที่ฮวบฮาบดังกล่าว

ถ้าสาเหตุมาจากความกังวลว่า เศรษฐกิจในอนาคตจะยํ่าแย่ลงไปเรื่อยๆ เป็นเหตุให้ปริมาณความต้องการนํ้ามันน้อยลงก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เพราะถ้าเศรษฐกิจส่วนรวมของโลกแย่ลงจริงๆ การที่ราคานํ้ามันลดลงเพียงอย่างเดียวก็จะไม่ช่วยอะไรได้เลย

เมื่อโลกเต็มไปด้วยคนตกงาน โรงงานอุตสาหกรรมปิดตัวเองเพราะผลิตแล้วขายไม่ออก ต่อให้ราคานํ้ามันถูกแค่ไหน การลงทุนใหม่ๆก็ยากที่จะเกิดขึ้น

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางกลุ่มยังเอาเรื่องการเมืองโลกมาผสมผเสเข้าด้วย โดยฝากความกังวลไปที่ประเทศที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก 2 ประเทศ คือ อิหร่านกับรัสเซีย ที่รายได้จากขายนํ้ามันลดฮวบไปกว่า 40 เปอร์เซ็นต์นั้น จะมีปฏิกิริยาอะไรในที่สุดหรือเปล่า?

โดยเฉพาะรัสเซียนั้น นักวิเคราะห์ออนไลน์บางรายมองว่า

กำลังโดนสหรัฐฯกับยุโรปรุมกินโต๊ะ ทำให้ราคานํ้ามันตกตํ่าลง เพื่อให้รายได้ลดลง อันเป็นส่วนหนึ่งของสงครามเศรษฐกิจ เพื่อสั่งสอนรัสเซียที่บุกยูเครน

คำถามก็คือ...ถ้ารัสเซียถูกรุกจนถึงขั้นหลังพิงกำแพง จะทำอะไรเปรี้ยงๆปร้างๆที่คาดไม่ถึง แบบสะท้านโลกขึ้นมาหรือไม่?

ผมคงหยิบมาเขียนเล่าสู่กันอ่าน โดยไม่มีข้อสรุป หรือข้อเสนอแนะอะไรทั้งสิ้น นอกเสียจากจะขอให้ติดตามข่าวคราวไปเรื่อยๆ

รวมทั้งใช้สติใช้ปัญญาอยู่ตลอดเวลา อย่าไปเชื่อบทวิเคราะห์ทางสื่อออนไลน์มากนัก เดี๋ยวจะหมดความสุขไปเสียเปล่าๆ

ในส่วนของนักเศรษฐศาสตร์ภาครัฐและคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจของรัฐบาล ผมก็เชื่อว่าคงจะมีการติดตามอย่างใกล้ชิดและตั้งข้อสมมติฐานต่างๆไว้แล้วว่า เราจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง หรือจะเสียประโยชน์อะไรบ้างในกรณีที่เกิดผันแปรไปอย่างไม่คาดฝัน

ในขั้นต้นที่มั่นใจว่าราคาน้ำมันลดจะเป็นผลดีต่อประเทศไทยนั้นผมเห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะแค่เงินตราต่างประเทศที่จะต้องจ่ายเป็นค่าน้ำมันลดไปกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ อย่างเดียวก็ทำให้เราสบายขึ้นแยะ

แต่ก็ฝากให้ช่วยคิดในมุมกลับหรือในมุมที่พลิกแพลงซับซ้อนหลายๆเชิงหลายๆชั้นเอาไว้ด้วยเท่านั้น

เผื่อว่ามีอะไรไม่คาดฝันเกิดขึ้นจริงๆ...ประเทศไทยของเราและคนไทยเราจะได้เจ็บตัวน้อยที่สุด ขอฝากไว้แค่นี้แหละครับ.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้