ข่าว
100 year

จะไปพูดอะไรให้ครูมาเลเซียฟัง

คุณนิติ นวรัตน์8 ม.ค. 2558 05:01 น.
SHARE

29-31 มกราคม 2558 Board of Governors ของ Highlands International Boarding School ของมาเลเซีย เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด ‘Education in Thailand and ASEAN countries’ รับใช้คณะผู้บริหาร อาจารย์ และผู้ปกครอง ที่รัฐปาหัง...เมื่อเช้า ผมบังเอิญไปเจอหนังสือเชิญวางอยู่บนโต๊ะ ก็จึงถือเอาเข้าไปถามพ่อว่า อ้า ถ้า คสช.อนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศได้ พ่อจะไปพูด ‘อะไร’ ให้ครูมาเลเซียฟัง?

พ่อบอกว่า ก็คงจะพูดถึงการใช้การศึกษาเพื่อสร้าง ‘ทุนทรัพยากรมนุษย์’ของอาเซียน 10 ประเทศ 620 ล้านคน พ่อเชื่อว่ามนุษย์เป็นองค์ประกอบสำคัญของการผลิตและบริการในเชิงเศรษฐศาสตร์ หากมนุษย์มีการศึกษาที่เหมาะสม ได้รับการพัฒนาและฝึกอบรมอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถผลิตและให้บริการอย่างมีคุณภาพและมีคุณค่าสูงกว่าการลงทุนด้านเทคโนโลยี เครื่องมือ เครื่องจักร หรือการลงทุนด้านอื่นๆ

นอกจากนั้น พ่อจะพูดถึงการทำการศึกษาของบางประเทศในประชาคมอาเซียนให้เป็นสากล รวมทั้งพูดถึงความจำเป็นในการเคลื่อนย้ายบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้เกิดประสบการณ์ใหม่ ที่อยากพูดอีกเรื่องก็คือ Work integrated learning ซึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนที่เน้นภาคปฏิบัติ การฝึกทักษะวิชาชีพและการเพิ่มสมรรถนะการทำงาน ที่นำไปใช้ได้จริง ซึ่งการศึกษาแบบนี้เริ่มหายไปจากระบบศึกษาสายอาชีพของไทยและของอีกหลายประเทศ

ในภูมิภาคอาเซียนของเรา พวกเรายังบ้าเรียนเพียงเพื่อมุ่ง ครอบครองใบปริญญา ผิดกับหลายประเทศในยุโรปที่เน้นการเรียนรู้ด้วยการทำงาน จริยธรรมการทำงาน ประสบการณ์ในการทำงาน เรียนแม้กระทั่งนิสัยการทำงาน ฝึกให้ผู้เรียนมีนิสัยการทำงานอย่างดี วางแผนกำหนดขั้นตอนของการทำงาน มีทักษะในการค้นคว้าแสวงหาความรู้ จัดแบ่งเวลาการทำงานให้ลุล่วงตามลำดับความเร่งด่วน ทำงานเร็ว รอบคอบ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงาน ไม่เกี่ยงงาน และใช้เหตุผลมากกว่าใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหาอุปสรรคของงาน

Sabbatical leave หรือการลาหยุดเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการนั้น ในประเทศอาเซียนอนุญาตให้เฉพาะอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาบางแห่งให้ลาหยุดได้ทุก 5 ปี หรือ 7 ปี ตามแต่ข้อกำหนดของสถาบัน เพื่อให้อาจารย์ลาไปศึกษาค้นคว้าวิจัย เขียนตำรา พัฒนางานวิชาการ การลาหยุดแต่ละครั้งอาจจะเป็นเวลา 6 เดือนบ้าง 12 เดือนบ้าง

พ่อบอกว่า อาชีพที่ต้องมี Sabbatical leave ไม่แพ้อาจารย์มหาวิทยาลัยก็คือ ‘ครู’ ตั้งแต่ครูผู้สอนชั้นอนุบาล ยันประถมและมัธยม ครูเหล่านี้ ทุก 5 ปี หรือ 7 ปี หรือ 10 ปี จะต้องหยุดสอน (แต่ยังได้รับเงินเดือน) อย่างน้อย 6 เดือน หรือ 1 ปี ให้ครูไปทำ ‘อะไร’ อย่างอื่น ไปท่องเที่ยว ไปหาประสบการณ์ทำงานกับบริษัทเอกชน ไปทำตามความฝันของตนเอง ฯลฯ เมื่อสดชื่นสุกใสไชโยดีแล้ว จึงค่อยกลับมาสอนนักเรียนด้วยประสบการณ์ใหม่ที่ตนเพิ่งได้รับมา

พ่อผมเป็นคนอ่านหนังสือมาก และอ่านหนังสือเร็วเป็นที่สุด ผมเคยถามเหมือนกันว่าเริ่มฝึกตนเองยังไง พ่อบอกว่า สมัยก่อนตอนที่ยังเป็นเด็กเล็กอยู่ มีครูท่านหนึ่งสอนเรื่องการอ่านและความสามารถในการอ่าน ตั้งแต่การอ่านเร็ว อ่านในใจ อ่านออกเสียง

ครูเอากระดาษมาเป็นเครื่องกำหนดความเร็วในการอ่าน ให้มีความเร็วสม่ำเสมอ ฝึกตั้งแต่เป็นวลีหรือประโยคที่กำลังอ่านภายในกรอบ และเลื่อนลงตามบรรทัดไปด้วยความเร็วคงที่

การสอนของครูสมัยใหม่ไม่ค่อยให้รายละเอียด ‘อะไร’ อย่างครูเมื่อก่อน ครูสมัยนี้ ‘อะไร’ ก็เร็ว ผลิตนักเรียนออกมาเร็วๆ ลวกๆ จึงได้เยาวชนที่มีความสามารถขั้นหยาบ เอาแค่เรื่องการอ่านเพียงอย่างเดียว การสอนของบางแห่งยังผลิตนักเรียนที่ขาดความสามารถทางการอ่าน และไม่มีนิสัยรักการอ่าน

มีโรงเรียนดีๆ ในโลกนี้อีกมากมาย ที่ยังรักษาไว้ซึ่งการสอน (บางวิชา) แบบเก่าๆ ที่เชื่อกันว่าสามารถสร้างคนที่มีคุณภาพได้ ไม่เหมือนโรงเรียนสมัยใหม่หลายแห่งที่ใช้แต่เทคโนโลยีและ illustration หรือภาพประกอบ ใช้ซะจนเด็กขาด imagination หรือขาดจินตนาการ ทำให้ผู้เรียนไม่สามารถสร้างจินตภาพเกี่ยวกับรูป เสียง กลิ่น รส ซึ่งเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ว่าเจ๋ง ก็ช่วยไม่ได้ ยังต้องใช้การอ่านแบบที่ทำกันมาแต่โบราณ เพื่อสร้างจินตนาการ

พ่อบอกว่า ยังมี ‘อะไร’ อีก 478,154,256,897,573 อย่างในสมอง ที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับการศึกษา ที่อยากจะพูดระบายออกมาให้หมด

อึดอัดเต็มที

โดยเฉพาะการศึกษาไทย.

คุณนิติ นวรัตน์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เปิดฟ้าส่องโลกคุณนิติ นวรัตน์ครูมาเลเซียครูมาเลเซียประชาคมอาเซียนบุคลากรทางการศึกษา

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้