วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับแม่ลูกรับโอน40ล.เงินสจล.

จับแม่ลูกรับโอน40ล.เงินสจล.

  • Share:

‘พิงกี้’พร้อมไปให้ปากคำ

จับผู้ต้องหาแม่-ลูกเพิ่ม อีก 2 ราย ในคดีโกงเงิน สจล. รับ นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด โอนเงินเข้าบัญชีลูกสาว 40 ล้านบาท ก่อนโอนให้แม่ 6 ล้านบาท ที่เหลืออยู่ระหว่างตรวจสอบ ตำรวจ บก.ป.บอกยังติดเอกสารทางธนาคาร ไม่สามารถออกหมายจับเพิ่มอีก 4 ราย เผยหลังสอบ 2 อดีตผู้บริหาร สจล. พบบางประเด็นยังไม่เคลียร์ ต้องเรียกเข้าให้ข้อมูลอีกครั้ง ด้านดาราสาว “พิงกี้” กลับมาแล้วแต่ยังป่วยเล็กน้อย พร้อมเข้าพบตำรวจ 1-2 วันนี้ ส่วนเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ระบุเหตุที่เกิดขึ้นถือว่าค่อนข้างหละหลวม สภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารต้องรับผิดชอบ

คดีโกงเงินสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ครั้งมโหฬาร กว่า 1.6 พันล้านบาท ภายหลังตำรวจ บก.ป.จับผู้ต้องหาได้จำนวนหนึ่ง และอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 4 ราย นอกจากนี้ ยังพบนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด 1 ในผู้ต้องหาที่หลบหนี มีพฤติการณ์ฟอกเงินขายรถสปอร์ตหรู ลัมโบร์กินีให้กับบอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ดาราคนดัง ตรวจสอบไม่พบความผิดปกติในการซื้อขาย ก่อนเรียกอดีตผู้บริหาร สจล.ที่มีอำนาจ เซ็นเบิกถอนเข้าให้ข้อมูล พบบางประเด็นยังไม่เคลียร์ ส่วนนักแสดงสาวชื่อดัง “พิงกี้” สาวิกา ไชยเดช เตรียมเดินทางเข้าให้ข้อมูล หลังมีชื่อเป็นหุ้นส่วนบริษัทของนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด

ความคืบหน้าที่ บก.ป. เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ม.ค. น.ส.วรวรรณ สุวรรณกูฎ ผอ.ฝ่ายนิติกร สจล. พร้อม น.ส.ลำดวน ทินราช รักษาการ ผอ.ส่วนการคลัง สจล. เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป. พร้อมเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานเรื่องเงินคงคลังของ สจล. รวมทั้งระเบียบข้อบังคับการเบิกถอนและนำฝากเงิน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์เงินกองกลางของ สจล. ภายหลัง พ.ต.อ.ณษ เรียกคณะพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวน บก.ป. ประกอบด้วย พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สว.กก.1.บก.ป. และนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าวางแนวทางการทำงาน โดยจะมีการพิจารณาเอกสารที่ได้รับมอบเพิ่มเติมจาก น.ส.วรวรรณ และ น.ส.ลำดวน ใช้เวลาในการประชุมกว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

พ.ต.อ.ณษกล่าวว่า หลังจากที่นายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สจล.และนายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อดีตผู้ช่วยอธิการบดี สจล. ได้เข้าให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ทางพนักงานสอบสวนพบว่าการเซ็นเบิกถอนในแต่ละครั้ง ต้องมีการตรวจสอบจากหลายฝ่ายของทางสถาบัน แต่พบว่าเหมือนกับไม่มีการตรวจสอบ ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนต้องขอดูข้อบังคับของทางสถาบันอีกทีว่ามีกฎระเบียบอย่างไรบ้าง อาจต้องเรียกนายถวิลและนายสรรพสิทธิ์เข้าให้ข้อมูลอีกครั้ง สำหรับผู้ต้องหาอีก 4 รายที่ทางพนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายจับ ขณะนี้พยานหลักฐานทุกอย่างครบแล้ว ขาดเพียงเอกสารจากธนาคารต่างๆที่มีการฝากโอนเงินของกลุ่มผู้ต้องหายังไม่ส่งมาให้พนักงานสอบสวน ทั้งที่ขอไปนานแล้ว ทำให้การดำเนินการของทางตำรวจล่าช้า ด้านการติดตามตัวนายกิตติศักดิ์เริ่มมีความยากลำบากขึ้น เมื่อทางอัยการสูงสุดแจ้งว่าไม่สามารถประสานกับทางต่างประเทศได้ เพราะนายกิตติศักดิ์มีหมายจับของประเทศไทยไม่สามารถนำไปใช้กับต่างประเทศได้ ต้องรอให้ศาลตัดสินว่ามีความผิดก่อน สำนักงานอัยการสูงสุดจึงสามารถประสานได้

ด้าน พ.ต.อ.กรไชยเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เรียกบุคคลต่างๆ เข้ามาสอบปากคำแล้ว หากภายหลังพบพยานหลักฐานต่างๆ เชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับคดี ต้องเรียกมาสอบปากคำเพิ่ม พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาถ้าพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนบุคคลที่อาจถูกออกหมายเรียกเพิ่ม อาทิ นายภาดา บัวขาว หรือ “โอ๊ต ภาดา” คนสนิทของนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหารายสำคัญในคดี ตรวจสอบพบนายภาดารับทรัพย์สินไปหลายส่วน มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินแทนนายกิตติศักดิ์ ทั้งรถยนต์หรู บ้าน ที่ปรากฏอยู่ในเฟซบุ๊กของนายภาดา ส่วน น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือ “พิงกี้ สาวิกา” นางเอกสาวชื่อดัง ทราบว่าเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว นัดหมายเชิญตัวเข้าให้ข้อมูลในวันที่ 7 ม.ค.นี้ เท่าที่ทราบเจ้าตัวยินดีเดินทางเข้าพบ ขณะนี้พบว่าบุคคลที่มีชื่อเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนของบริษัททั้ง 7 แห่ง ในเครือของนายกิตติศักดิ์ ส่วนใหญ่มีความเกี่ยวพันในคดี

พ.ต.อ.กรไชยกล่าวต่ออีกว่า กรณีที่มีกระแสข่าวนางสมบัติ โสประดิษฐ์ และ น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ 2 แม่ลูก ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีติดต่อเข้ามอบตัวว่ายังไม่ได้รับการติดต่อ ชุดสืบสวนอยากให้ทั้งคู่เข้ามอบตัว หากไม่มามอบตัว แสดงว่ามีเจตนาหลบหนีหรือรู้ตัวว่าร่วมกระทำความผิด

“สำหรับผู้ต้องหารายอื่นๆชุดสืบสวนไม่ได้นิ่งนอนใจ ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดตามตัวมาดำเนินคดี อาศัยทุกช่องทาง อาทิ การดำเนินการด้านความร่วมมือทางอาญา กรณีผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ในประเทศที่ไม่ได้มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทย สำหรับฮ่องกงเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ไม่น่ามีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อกัน” พ.ต.อ.กรไชยกล่าว

ด้านการตรวจสอบทรัพย์สินของนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด หนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้ พ.ต.อ.กรไชยระบุว่า พื้นฐานเดิมนายกิตติศักดิ์ไม่มีกิจการอะไร ก่อนเปิดบริษัทต่างๆ ในช่วงปี 55-57 เป็นช่วงเวลาที่พบการกระทำผิด โดยบุคคล 3-4 คน บางรายถูกจับกุมและดำเนินคดีแล้ว ทรัพย์สินต่างๆที่ถูกตรวจสอบหากพบเป็นการฟอกเงินต้องยึดไว้ทั้งหมด เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่ต้องส่งคืนให้กับเจ้าของ ส่วนผู้ที่ซื้อไปต้องดูที่เจตนาว่าบริสุทธิ์ใจหรือไม่ ด้านมูลค่าของทรัพย์สินทั้งหมดที่ยึดไว้ตรวจสอบพบว่ามีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ประสาน ปปง.อายัดไว้ตรวจสอบ ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.57 รวม 38 รายการ ขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับข้อมูลกลับมาจากทาง ปปง.ว่าตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการหรือไม่ พร้อมตรวจสอบว่าผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินออกนอกประเทศหรือไม่

วันเดียวกัน นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า การฉ้อฉลสามารถเกิดขึ้นได้ในมหาวิทยาลัย ของรัฐ มหาวิทยาลัยในกำกับรัฐหรือที่เรียกว่ามหาวิทยาลัยนอกระบบ รวมทั้งมหาวิทยาลัยเอกชน หาก ไม่มีมาตรการตรวจสอบให้ละเอียดหรือละเลยการตรวจสอบ ขณะนี้เทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น สามารถตรวจสอบทั้งตัวเลขในสมุดบัญชี เทียบกับตัวเลขเงินที่มีอยู่จริงผ่านระบบออนไลน์ เหตุที่เกิดขึ้นถือว่าค่อนข้างหละหลวม สภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารต้องรับผิดชอบ ส่วนที่อดีตผู้บริหาร สจล.ระบุว่า การโยกย้ายเงินเพื่อฝากในธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูง เพื่อให้ดอกผลงอกเงยนั้น ทางสถาบันสามารถทำได้แต่ต้องยอมรับความเสี่ยง หลังเกิดกรณีของ สจล. ทราบว่าทุกมหาวิทยาลัยตรวจสอบเงินของสถาบันทันที อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีคณะกรรมการการเงินตรวจสอบเงินทุกวัน เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 7 ม.ค. เวลา 10.00 น. นายโมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการอธิการบดีสจล.นัดนักศึกษาและบุคลากรเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกรณีเงิน สจล.ถูกยักยอกหายไป ที่หอประชุมแคแสดด้านความเคลื่อนไหวของนางเอกสาว “พิงกี้” สาวิกา ไชยเดช นั้น นางสรินยา ไชยเดช มารดา เปิดเผยว่า บุตรสาวเพิ่งกลับจากประเทศญี่ปุ่น มีอาการป่วยและเหนื่อยอ่อนจึงทานยาและพักผ่อน รับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว เตรียมเข้าพบกับพนักงานสวบสวน บก.ป.ภายใน 1-2 วันนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ มีนายคึกฤทธิ์ จันทิมา ผู้กำกับละคร ที่พาไปพบกับนายกิตติศักดิ์ ก่อนเซ็นสัญญาตั้ง บ. เคพีพี โปรดักชั่น จก.เป็นผู้นัดหมาย

ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท. ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สว.กก.1 บก.ป. พร้อมกำลังเข้าจับกุมนางสมบัติ โสประดิษฐ์ และ น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ 2 ผู้ต้องหาแม่-ลูกตามหมายจับคดีลักทรัพย์เงินกองกลาง สจล.ที่บ้านเลขที่ 299/211 หมู่บ้านพงษ์เพชร 2 ซอยข้างธนาคารกรุงไทย สาขาแจ้งวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. พร้อมเงินสดกว่า 1 แสนบาท รถเก๋งบีเอ็มดับบลิว Z 4 สีขาว ทะเบียน 1 กข 9797 กรุงเทพมหานคร และบัญชีธนาคาร 10 เล่ม ขณะหลบหนีอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวของนายปฐมพงษ์ ศรีโรจน์ 27 ปี ที่เป็นแฟนหนุ่มของ น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ เบื้องต้น พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. สอบสวน น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ ทราบว่าได้รับการโอนเงินจากนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด เป็นเงิน 40 ล้านบาท ก่อนที่จะโอนให้นางสมบัติ ผู้เป็นมารดา 6 ล้านบาท ที่เหลืออยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน ก่อนนำตัวไปสอบสวนเพิ่มที่ บก.ป.

น.ส.จันทร์จิราให้การกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม อ้างว่ารู้จักกับนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ และให้เปิดบัญชีไว้เพื่อรอรับการโอนเงินค่าพนันฟุตบอล ไม่ทราบว่าเงินทั้งหมดเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ภายหลังพนักงานสอบสวนคุมตัวไว้ก่อนนำทั้งคู่ไปฝากขังที่ศาล จ.มีนบุรี โดยคัดค้านการประกันตัว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้