วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ครม.ดันสุดติ่ง "เศรษฐกิจดิจิตอล"

ครม.ดันสุดติ่ง "เศรษฐกิจดิจิตอล"

  • Share:

ผ่านกฎหมายเพิ่ม 8 ฉบับรวด-สั่งยุบ “กทค.-กสท.”

ครม.เห็นชอบร่างกฎหมายอีก 8 ฉบับรวมของเดิม 2 เป็น 10 ฉบับ ผลักดัน “เศรษฐกิจดิจิตอล” เต็มสูตร ยุบคณะกรรมการ กทค.-กสท. ตั้งกองทุนพัฒนาดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ใช้เงินนำส่งเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจากกสทช. 50%

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลจำนวน 8 ฉบับ ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเร่งผลักดันการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิตอลให้เสร็จภายในปี 2558 ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวถือเป็นความจำเป็นที่ต้องทำ ไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ให้ใคร แต่ทำเพื่อประโยชน์ของชาติ ขณะเดียวกัน ยังปรับปรุงการทำงานของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อเตรียมความพร้อมการประมูลคลื่นความถี่ 4 จี

ด้าน ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ร่างกฎหมายที่ ครม.เห็นชอบในครั้งนี้มี 8 ฉบับ ซึ่งเมื่อรวมกับก่อนหน้านี้เห็นชอบไปแล้ว 2 ฉบับแล้ว คือ ร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมจะรวมเป็น 10 ฉบับ โดย 8 ฉบับล่าสุด คือ 1.ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งกองทุนพัฒนาดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับการให้การอุดหนุนงานวิจัยและพัฒนา โดยให้กู้ยืมหรือช่วยเหลือและจัดสรรงบให้หน่วยงานรัฐ เอกชนและประชาชน

2.ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม โดยกำหนดบทบาทของคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้จัดทำนโยบายในแต่ละภาคส่วนของการใช้ความถี่วิทยุในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนการพัฒนาดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตามที่คณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้กำหนด เพื่อให้งานมีความสอดคล้องกันในภาพรวม

ขณะเดียวกัน กำหนดให้การบริหารงานด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ดำเนินการโดยคณะกรรมการชุดเดียว คือ กสทช.เพื่อให้สอดคล้องกับยุคเทคโนโลยีหลอมรวม นอกจากนี้ มีข้อกำหนดให้ส่งเงินค่า ธรรมเนียมจากใบอนุญาตของ กสทช.เข้ากองทุนพัฒนาดิจิตอลฯ 50% ด้วย

3.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มีเนื้อหาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ มีสถานะเป็นนิติบุคคล เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

4.ร่าง พ.ร.ฎ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. ให้ทำงานร่วมกับภาคเอกชน ในงานด้านการพัฒนาระบบการให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน

5.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยตั้งสำนักงานคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ เป็นหน่วยงานกลางในการตรวจสอบ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย ครอบคลุมความผิดที่เกิดจากคอมพิวเตอร์โดยตรง

6.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยตั้งคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เพื่อวางแผนการจัดการปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีการทำสงคราม การโจมตีโดยใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการกระทำความผิด

7.ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยตั้งคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และรวบรวมข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน และ

8.ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล โดยมีคณะกรรมการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอลแห่งชาติ และตั้งสำนักงานขึ้นมาดูแล ในรูปแบบองค์การมหาชน เพื่อรับผิดชอบและผลักดันงานต่างๆให้สำเร็จ

ด้านนายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยถึงร่างกฎหมายเพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลของประเทศ รวม 8 ฉบับ ว่า ในส่วนการแก้ไข พ.ร.บ.กสทช. นั้น ไม่ได้ยกเลิก กสทช.เพียงยกเลิกอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เพื่อให้เหลืออำนาจหน้าที่บอร์ด กสทช.เพียงชุดเดียวเท่านั้น ส่วนประเด็นการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อนำไปประมูลนั้นจะต้องนำหารือคณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานก่อน เพื่อให้มีการใช้คลื่นความถี่อย่างมีประสิทธิภาพ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้