วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผจก.ทีมในดวงใจ

ผจก.ทีมในดวงใจ

โดย บี บางปะกง
7 ม.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

เปิดหัวตะลุยฟุตบอลโลกวันนี้ ขอร่วมแสดงความยินดีกับ “บิ๊กเป็ด” ดร.ธัญญา โพธิ์วิจิตร “ด็อกเตอร์ลูกหนัง” ป้ายแดง ที่สำเร็จปริญญาเอก และจะเข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในวันพฤหัสบดีที่ 8 ม.ค.นี้

ก็หวังว่าสภาลูกหนังคุณภาพคับแก้วอย่าง “ดร.เป็ด” จะได้ใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์อันล้นเหลือ มาช่วยพัฒนาฟุตบอลไทยให้เติบใหญ่ โดยเฉพาะกับตำแหน่ง “ประธานพัฒนาทีมชาติไทย” ซึ่งผมเห็นสมควรว่า ประมุขลูกหนัง “นายกยี” วรวีร์ มะกูดี น่าจะมอบหมายภารกิจสำคัญไม่ว่าจะเป็นคัดโอลิมปิก บอลโลก ให้ ดร.ธัญญาได้เข้าไปช่วยดูแลอย่างเป็นเรื่องเป็นราว รับประกันว่าจะได้ประโยชน์มหาศาล

กลับมาที่เรื่องราวของทีมชาติไทย ล่าสุด “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้ประกาศรายชื่อ 20 แข้งช้างศึกชุดเตรียมสู้ ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกุนซือขวัญใจมหาชนตัดสินใจใช้นักเตะชุดแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ เกือบทั้งหมด ซึ่งก็น่าจะเป็นเหตุผลในเรื่องของ “ทีมเวิร์ก-ความต่อเนื่อง” ที่ไม่ต้องมาปรับจูนกันมาก เพราะ 1-7 ก.พ.นี้แล้ว ศึกคิงส์คัพก็จะโม่เกือกกันที่เมืองย่าโม โคราช

และโอกาสนี้ทางสมาคมฟุตบอลฯ ก็ได้ทำการแต่งตั้ง “บิ๊กน้อย” พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ และหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เข้ามานั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมชาติไทยชุดใหญ่คนใหม่ แทนที่ “บิ๊กเษม” เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการทีมจอมทุ่มเท ที่ขอโบกมือลาหลังประสบความสำเร็จพาทีมไทยคว้าอันดับ 4 เอเชียนเกมส์อินชอน ก่อนจะมาเรียก “ศรัทธา” มวลมหาประชาแฟนบอลทั้งประเทศคืนได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้าแชมป์ ซูซูกิคัพได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี
ความจริง “บิ๊กเษม” เปรยเรื่องนี้กับผมก่อนซูซูกิคัพจะเริ่มแล้ว เพราะตัวเองทิ้งธุรกิจ และลูกน้องในบริษัทมาร่วมปี เพื่อมาทุ่มเทให้กับการดูแลทีมชาติ ซึ่งเรียนตามตรงว่าคงหายากแล้ว กับผู้จัดการทีมที่ “บ้าฟุตบอล” เข้าเส้นขนาดนี้

ที่ผมและเพื่อนๆสื่อสายบอลไทย ชอบเรียก “บิ๊กเษม” ว่าเป็น ผจก.ทีมจอมทุ่มเท ก็เพราะทั้งตัวและหัวใจแกเทกายถวายชีวิตให้บอลทีมชาติจริงๆ อย่างที่ไม่มีเรื่องราวอื่นมาเจือปน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ การเมือง หรือยศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ

เรียกว่านักข่าวคนไหนที่เคยสัมผัสตัวตนของพี่เษม ร้อยทั้งร้อยต้องยกนิ้วให้ คนอะไรถึงขนาดเปลี่ยนนามสกุลตัวเองทั้งบ้านเพื่อให้ทีมไทยคว้าแชมป์ก็ยังอุตส่าห์ทำมาแล้ว

ความจริงเรื่องราวและวีรกรรมของคุณเกษมยังมีอีกเยอะ เล่าวันเดียวไม่หมด เพราะแกผ่านร้อนผ่านหนาว และเจอมาแล้วทุกรูปแบบบนถนนสายทีมชาติ ทั้งสมหวัง ผิดหวัง หวานอมขมกลืน สุขเศร้า เคล้าน้ำตา แต่สุดท้ายทุกอย่างจบลงด้วยความแฮปปี้เอนดิ้ง
ตลอด 20 ปีของการเป็นสื่อกีฬาในสายข่าวฟุตบอลไทย ผมสัมผัสผู้จัดการทีมชาติมาแล้วหลายต่อหลายท่าน ประทับใจบ้าง ไม่ประทับใจบ้าง ก็ว่ากันไป

แต่ที่ยกให้เป็น “ผู้จัดการทีมในดวงใจ” นั้น มีไม่กี่คนหรอกครับ

และหนึ่งในนั้นก็คือ เอกบุรุษที่ชื่อ “เกษม จริยวัฒน์วงศ์” ผู้นี้นี่เอง!!!

บี บางปะกง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้