กีฬา
100 year

นายกฯ ให้เวลาครม. 3 ด.ปั่นผลงาน ไม่ใช้อำนาจ คสช.สั่งคิดค่ามือถือ

ไทยรัฐออนไลน์6 ม.ค. 2558 19:20 น.
SHARE

นายกฯให้เวลาครม. 3 เดือน เร่งปั่นผลงาน ย้ำ สัมฤทธิผล 1 ปี ตามโรดแม็ป ไม่หวงเก้าอี้ เด็กๆ นั่งนอนตามสบาย ร่อนหนังสือแจงความผิด ผู้ต้องหาหมิ่นสถาบัน ฟุ้งราคาข้าว-ยางขาขึ้น ตั้งเป้าดันราคายาง 65 บาท/กก. ลั่นไม่ใช้อำนาจ คสช.สั่งคิดค่ามือถือ ชี้หน้าที่ กสทช. ระบุ ไม่มีใครโง่โกงเงินแค่ 7 ล้านค่าสติกเกอร์ไลน์ 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ม.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมครม.ครั้งแรกของปี 58 ตนเร่งรัดในการขับเคลื่อนงานทางยุทธศาสตร์ เช่น การบริหารจัดการน้ำ การสาธารณูปโภค แก้ปัญหาการค้ามนุษย์ การประมง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ปี วันนี้อย่าลืมว่า ประเทศชาติเดินหน้าไปตลอดทุกนาทีทุกวินาที งานขับเคลื่อนทุกอย่างมันเดินไปพร้อมๆ กันทั้งหมด

ตนจะกำชับให้รวดเร็วให้มากยิ่งขึ้น โดยสั่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน และเร่งรัดให้คณะอนุกรรมการต่างๆทั้งหมดให้เร็วขึ้น ส่วนเรื่องการทำงานของ สนช. และสปช.ที่ได้รายงานในที่ประชุมนั้น ตนก็ให้เวลาไป 3 เดือนว่า ให้ลองเริ่มคิดเริ่มทำกำหนดหัวข้อได้ออกมาวันนี้ออกมาแล้ว มี 22 คณะ ได้กำหนดว่า 3 เดือนต่อไป ต้องการอะไร คือ ขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วภายใน 1 ปี ให้ได้ และระยะยาวจะมีการส่งต่องานอะไร เช่น การปรับโครงสร้างกระทรวง ตำรวจ และพิจารณากฎหมายที่ยังไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนที่เดือดร้อนโดยเร็ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้การปฏิรูปจะเกิดโดย 3 กลุ่มด้วยกัน คือ 1.รัฐบาล คสช. ข้าราชการ 2.จากประชาชนที่ได้รับฟังความเห็นมา และ 3.สปช.ที่ได้กำหนดหัวข้อออกมาโดยทั้งหมดจะนำมารวมกลุ่มใหม่ผ่านกระบวนการเข้าสู่กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป อย่างไรก็ตาม อย่าไปให้ความสำคัญกับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างเดียว เพราะเป็นเรื่องของการเลือกตั้ง หรือ การบริหารราชการแผ่นดินระยะต่อไป อยากให้ทุกคนสนใจว่า วันนี้สนช.ออกกฎหมายอะไรบ้าง มีผลโดยรวมกับสังคมอย่างไร จะมีทั้งคนได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ เพราะการออกกฎหมายต้องใช้เวลา ซึ่งรัฐบาลจะดูแลทั้งผู้เสียประโยชน์และได้ประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องหนี้สาธารณะ หนี้บุคคล หนี้ครัวเรือน ที่ต้องดูแลทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ด้วย ภาษีที่ดิน รวมทั้งกระบวนการยุติธรรมต่างๆ

ดังนั้น ทุกคนต้องเข้าใจว่า เราบริหารราชการกันอย่างไร ถ้าจะให้ทุกคนได้หมดคงเป็นไปไม่ได้ ได้ชี้แจงไปแล้วว่า 3 เดือนต่อไป ต้องมีอะไรออกมาชัดเจน ทั้งหมดต้องเสร็จสิ้นภายใน 1 ปีให้ได้ วันนี้อะไรทำก่อนได้ทำทันทีโดยรัฐบาล และให้มีผลสัมฤทธิ์ 1 ปี โดยสนช.ตามโรดแม็ป ส่วนการทำให้เกิดความยั่งยืนเป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่จะรับไป ถ้าจะไม่ให้เสียเปล่ามันต้องส่งต่อให้ได้

เมื่อเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวถึงการจัดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2558 ว่า ได้สั่งการในที่ประชุมครม.ไปว่าปีนี้ จะจัดงานในลักษณะเดิมเหมือนทุกปี ที่จะมีการนำยุทโธปกรณ์ รถ ลา ม้า ช้าง มาแสดงให้เด็กชมเป็นธรรมดา อย่าไปตกใจ เพราะจะไปลือกันโน่นนี่อีก ยืนยันว่า อย่างไรก็ไม่มี เพราะฉะนั้นอยากให้เน้นว่า เราสอนให้ประชาชนและเด็กได้เรียนรู้ว่า ความมั่นคงคืออะไร และจะมีช่องทางใดช่วยกันดูแลบ้านเมือง เฝ้าระวังแจ้งเตือนข่าวร้าย และต้องฝากสื่อมวลชนช่วยกันด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯมีของขวัญพิเศษวันเด็กให้แก่เด็กๆ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “จะมีอะไร ตัวผมมีเจ้าของแล้ว เป็นของประเทศชาติ ซึ่งของขวัญทั่วไปทุกปีมีให้เด็กๆ อยู่แล้ว ทั้งหมวก ของใช้ อุปกรณ์เครื่องเขียน ผมให้มีความพิเศษให้ทุกวันอยู่แล้ว วันเวลาที่ให้ทุกคนให้ได้ทุกวัน อย่าไปคิดว่าวันเด็กต้องให้ ปีใหม่ต้องให้ ผมให้ความรู้สึกที่ดี ให้จิตใจว่าจะทำอะไรให้ทุกวันแค่นั้นก็เป็นสิ่งที่ทำอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีการสร้างค่านิยมปลูกฝังเด็กๆให้เด็กให้ได้ และอยากให้ไปเที่ยวในที่ที่ปลอดภัยใกล้บ้านไม่เป็นภาระกับพ่อแม่ สถานที่เที่ยววันเด็กมีเยอะ ตามกองทัพต่างๆ ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา”

เมื่อถามว่า นายกฯจะเปิดห้องทำงานให้เด็กๆ นั่งเก้าอี้นายกฯหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “จะนั่งโต๊ะ เก้าอี้ เตียง อยากนั่งอยากนอนอะไรก็เชิญ ผมก็จะมาร่วมเปิดงาน ”

 พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึง ผลการประชุมครม.เกี่ยวกับการดำเนินการตามแนวทางเศรษฐกิจดิจิตอล ของรัฐบาลว่า ที่ประชุมครม.มีการเสนอกฎหมายมา 3 กลุ่ม จำนวน 9 ฉบับ ทั้งเรื่องการจัดตั้งองค์กร และปรับรูปแบบของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่ต้องจัดทำเป็น พ.ร.บ. จากนั้นจะมีการตั้งคณะทำงานให้ขับเคลื่อนโดยเร็วภายในปี 58 นี้ เพราะมีผลเกี่ยวกับเรื่องการประมูลคลื่นความถี่ 4 จี ซึ่งยืนยันว่า เราไม่ต้องการเอื้อประโยชน์ให้ใครทั้งสิ้น และเป็นธรรมดาที่จะต้องมีผลกระทบกับหลายส่วน และที่ผ่านมาเรามีการยกระดับรัฐวิสาหกิจ เช่น ทีโอที แคท (CAT) และปรับรูปแบบการทำงานกสทช. ให้เป็นที่ยอมรับและมีรายได้เข้ารัฐที่มากขึ้น เพื่อชดเชยรายได้ที่เสียไปกับการอุดหนุนประชาชนที่เดือดร้อน

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ที่นายเอกภพ เหลือรา หรือตั้ง อาชีวะ ผู้ต้องคดีกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ยื่นขอสิทธิเป็นพลเมืองของนิวซีแลนด์ว่า ผู้ที่หลบหนีคดีไปอยู่ 7-8 ประเทศ ตนจะให้กระทรวงการต่างประเทศ ทำหนังสือไปชี้แจงทุกประเทศ ส่วนกรณี นายเอกภพ ไม่ใช่ความผิดของเรา เพราะนายเอกภพ ไปร้องขอกับรัฐบาลนิวซีแลนด์ ถ้าเราพูดอะไรก็จะเสียหายกับรัฐบาลนิวซีแลนด์ เพราะเป็นเรื่องสิทธิประชาชน ถ้านิวซีแลนด์จะรับก็เป็นเรื่องของนิวซีแลนด์ แต่เราจะไปบอกเขาว่า นายเอกภพ กระทำความผิดอยู่ ถ้านิวซีแลนด์ จะให้สิทธิต่อนายเอกภพก็เป็นเรื่องของเขา

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการชี้แจงความผิดของผู้ที่หลบหนีไปยังต่างประเทศอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ต้องบอกเขา เพราะเขาไม่เข้าใจและคิดไปว่าเป็นเรื่องการเมืองบ้างอะไรบ้าง มันใช่การเมืองไหม แล้วเราไปลงโทษได้หรือ ถ้ากระทำความผิดทางการเมือง ผมยังไม่เคยลงโทษใครในความผิดเกี่ยวกับการเมืองสักเรื่อง ที่หนีกันหัวซุกหัวซุนนั้น เป็นเรื่องอาญาหรือเปล่า ไม่มีการเมือง”

เมื่อถามว่า ใน 7-8 ประเทศที่ผู้ต้องหากลุ่มนี้หลบหนีไปอยู่ มีกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็มีแต่เขาไม่ส่ง เป็นธรรมดา ที่จะส่งบ้างไม่ส่งบ้าง แต่ที่ผ่านมาไม่เคยส่ง โดยเฉพาะคดีที่บ้านเขามีกฎหมาย เพราะเขาไม่เข้าใจถึงสถานภาพความเดือดร้อนของเรา สิ่งที่เราทำนั้น ก็เพื่อให้เข้าใจว่าเราได้ดำเนินการ”

นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.กล่าวถึงสถานการณ์ราคาข้าวและยางพาราว่า ตอนนี้ข้าวราคาขึ้น 0.15% อยู่ที่ประมาณ 12,900 บาท/ตัน ส่วนราคายางประมาณ 61 บาท/กก. และจะพยายามทำให้ราคาขึ้นไปถึง 65 บาท/กก. ทั้งนี้ อย่าไปมองเป็นจุดๆ ถ้ายางไม่ได้คุณภาพต้องลดราคาลงมา ซึ่งต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 50 กว่าบาท/กก. เราต้องค่อยๆ แก้ปัญหา ถ้าแก้รวดเดียวใช้เงินอุดหนุนแล้วเมื่อไหร่จะพอ ตอนนี้กำลังดูว่า คนกรีดยางจะทำอย่างไร วันนี้การทำยางไม่เหมือนกัน ภาคใต้กรีดเอง ภาคอีสานมีบริษัทจ้างคนงานคิดค่าแรงต่างหาก เราต้องแก้ทั้งระบบ

นายกฯไม่ปลื้มยอดอุบัติเหตุปีใหม่ เสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย นายกฯ กล่าวภายหลังการประชุมคครม.ว่า ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทั้งหมด โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงต่างๆ ที่ทุกคนได้ร่วมกันทำหน้าที่ให้คนไทยมีความสุขในช่วงปีใหม่ ในการเดินทางไปหาครอบครัว ไปท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลยังพอใจ แม้จะมีสถิติการสูญเสียลดลงจำนวนมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ จากปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ จึงอยากให้เกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุด หรือไม่เกิดขึ้น โดยวันนี้ตนได้สั่งการไปแล้วว่า จากนี้ไปสรุปมาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดในพื้นที่ตรงไหน อย่างไร สาเหตุเกิดจากอะไร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า โดยสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุคร่าวๆ นั้นเกิดจากการดื่มสุราแล้วขับรถเหมือนเดิม และเกิดเหตุในถนนที่ไม่ใช่สายหลักเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นประเด็นเดิมๆ ในทุกครั้งที่มีการเดินทาง ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เดี๋ยวจะหามาตรการอย่างอื่นต่อไป โดยสิ่งสำคัญต้องไปดูว่าตรงไหนที่มีการจราจรเป็นปัญหา ถนนไม่ได้มาตรฐาน หรือการอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ตนถือว่าครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกคน ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ อาสาสมัคร ได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ ในการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ทั้งนี้ขอยินดีกับทุกคนที่ผ่านวันขึ้นปีใหม่มาโดยสวัสดิภาพ ส่วนผู้ที่สูญเสียก็ขอแสดงความเสียใจ และเป็นบทเรียนว่า ต่อไปต้องระมัดระวังคนในครอบครัว ต้องกำชับการขับรถให้ดี

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนเรื่องการท่องเที่ยว ตนได้รับฟังสรุปตัวเลขการท่องเที่ยวว่าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในช่วงปีใหม่ ซึ่งที่ผ่านมามีวันหยุดราชการหลายวัน จึงอยากให้เปรียบว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 กับ ปี 2556 ว่า ต่างกันหรือไม่ ซึ่งปรากฏว่าต่างกันโดยปี 2557 สูงขึ้น ส่วนการท่องเที่ยวในปี 2558 นี้ เราได้กำหนดให้การท่องเที่ยวเป็นลักษณะเป็นกลุ่มขึ้นมา เช่น กลุ่มเชิงวัฒนธรรม เชิงสุขภาพ และอื่นๆ ประมาณ 12 กลุ่ม ซึ่งจะมีการสร้างความรับรู้ต่อไปในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยเราจะมีการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งก็ลองดูว่า เมื่อเราจัดกลุ่มควบคุมทั้งเรื่องมัคคุเทศก์ ความปลอดภัย การจราจร ตัวเลขการท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ “ผมคิดว่าสถานการณ์บ้านเราขณะนี้อยู่ในความสงบพอสมควร ถ้าเราดูแลเรื่องการท่องเที่ยวได้และ สร้างคุณค่าของการท่องเที่ยวในประเทศให้นักท่องเที่ยวได้อะไรกลับไป วันนี้เราต้องแข่งขันในเชิงการท่องเที่ยวมากขึ้น ในภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ทิ้งประเทศเพื่อนบ้านด้วย เพราะเราจะเป็นประชาคมอาเซียน ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง การกำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่คิดค่าบริการเป็นนาที โดยปัดเศษวินาทีเป็นนาทีว่า ตนยังไม่เห็นทุกเรื่อง แต่จะส่ง คสช. แล้วจะให้ คสช. ทำอะไร ใช้มาตรา 44 หรือ ต้องไปหาคำตอบให้ได้ว่า อะไรที่เป็นเรื่องของกลไกปกติ ก็ต้องทำให้ได้ ไม่ใช่อะไรก็ คสช. คสช.บอกแล้วว่าใช้เท่าที่จำเป็น ใช้ในเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง สงบเรียบร้อย แต่นี่เป็นเรื่องเศรษฐกิจต้องไปหามา สั่งวันนี้ วันหน้าก็ต้องแก้อีก กสทช.จึงต้องไปหากติกามา

เมื่อถามว่า แสดงว่าต้องรอไปก่อนใช่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนไม่ตอบ จะรอหรือไม่ ก็ต้องไปหาวิธีการมา แต่เห็นว่า กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ก็ต้องทำได้ตามปกติ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างหารือ แต่ที่ผ่านมาทำไมไม่ฟ้องรัฐบาลเก่า รัฐบาลเดิม ก็เห็นใช้กันโครมๆ ประหยัดกันเสียบ้าง เลิกใช้ก็เบาลง เลิกไลน์อะไรบ้าง ไร้สาระ แต่เรื่องนี้ กสทช.จะต้องเข้าไปดำเนินการเพราะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่แล้ว ถ้ามีเรื่องเหล่านี้ กสทช.ก็ต้องเข้าไปแก้ ได้หรือไม่ได้ ก็ไปว่ามา เข้าครม. กฎหมายจะว่าอย่างไรก็ว่ามา พอเราเข้ามาแก้ปัญหาก็จะเอาทุกเรื่อง แต่วันหน้าก็มีปัญหา จึงต้องได้รับการยอมรับทุกเรื่อง ถ้าไม่ผิดก็ไม่ผิด

นอกจากนี้ พลเอกประยุทธ์ ยังกล่าวถึง กรณีสติกเกอร์ไลน์ค่านิยม 12 ประการ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนว่าราคาดังกล่าวแพงเกินไปหนือไม่ วันนี้ต้องดูว่าเทคโนโลยีเหล่านี้มันแพงหรือไม่ ต้องใช้อะไร ใช้กับคนจำนวนเท่าไหร่ คุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งตนก็ไม่รู้ จะต้องไปดู ตนไม่ได้เป็นคนไปทำสัญญา เมื่อถามว่า อาจจะไม่ใช่วงเงิน 10 ล้าน หรือร้อยล้าน แต่ก่อนหน้านี้ก็มีกรณีไมโครโฟนในห้องประชุม ครม.ที่ราคาสูง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "แล้วมันควรจะเท่าไหร่ ต้องไปดูว่าสิ่งที่เขาทำตั้งใจหรือไม่ ตั้งใจทำเพื่ออะไร กระบวนการเป็นอบ่างไร มันผิดหรือถูก ต้องไปดูแบบนี้ ผมคิดว่าเขาคงไม่โง่เพื่อจะเอาเงิน 7 ล้าน มาวันนี้ ผมคิดอย่างนั้น แต่ถ้าเขาผิดก็ลงโทษมา ผมว่า ไอ้เงินขี้ประติ๋ว 7 ล้าน ปัดโธ่ ถ้ามันโง่โกงเงิน 7 ล้าน มันโง่ วันนี้บ้านเมือง รัฐบาลเป็นอย่างนี้ แล้วยังโกง ผมว่า ไปดูเจตนาเขาต้องไปดู"

เมื่อถามว่า นายกฯมั่นใจ วันนี้เรื่องเหล่านี้เล็กก็ไม่ได้ บาทหนึ่งก็ไม่ได้ ก็ต้องไปสอบกันมาวันนี้ตนต้องรับผิดชอบงบประมาณหลายแสนล้าน อนุมัติไปแล้ว ถ้าไปโกงกันข้างล่างก็ต้องไปตามจิกอีก และก็มาไล่ตนอีกว่าทุจริตกันหรือไม่ แค่นี้ก็เหนื่อยแย่แล้ว กว่าจะคิด จะสั่ง ทำนโยบายแผนงาน โครงการบูรณาการงานทุกกระทรวงมันเหนื่อย แต่ก็ต้องทำ แต่ถามว่าจะป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่นั้นอยู่ที่จิตใจคน ต้องไปดู ตรวจสอบมา อย่าไปมองว่าแย่กันทั้งหมด มันไม่ได้ คนดีก็เสียใจ คนไม่ดีก็ไม่ได้เดือดร้อน ต้องหาหลักฐานให้ชัดเจนว่ามีการโกง รับเงิน ให้มาฟ้องตน ตนจะปลดเดี๋ยวนี้เลย ใช้อำนาจที่มีอยู่ทางการปกครองสั่งการ อย่างไปเขียนให้เสียหายเรื่อยเปื่อยไม่ได้ ถ้ามองคนเลวทั้งหมดหรือดีทั้งหมดไม่ได้ ให้เป็นความเป็นธรรมกับเขา ให้กระบวนการพิสูจน์มา อย่าไปตัดสินตัวเอง อย่าตัดสินให้คนอื่น ทำตัวเองให้ดีที่สุด อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ไปเดือดร้อนคนอื่น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.กล่าวถึงการลงนามความร่วมมือโครงการรถไฟฟ้าระหว่างไทย-จีน ว่า ยังไม่มีการตกลงกัน ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องการวางเงินลงทุนแต่อย่างใด แต่ในการตกลงเป็นการร่วมมือกันและได้หารือกันในชั้นต้นว่าจะตั้งคณะกรรมการมาศึกษาใน 3 เรื่อง ได้แก่ การลงทุน การสำรวจ ก่อสร้างและการบริหารว่า จะดำเนินการอย่างไร จะลงทุนร่วม สัมปทาน หรือ ปันผล แต่เบื้องต้นเชื่อว่า จะเป็นการลงทุนร่วม โดยจีนอาจจะลงทุนมากกว่า เพราะไทยไม่มีเงินลงทุนมากนัก ยืนยันว่า จะไม่เสียประโยชน์

นอกจากนี้ประเทศอื่นๆ ก็ยังมีอีกหลายเส้นทาง ที่จะมาร่วมกับไทยได้ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น แต่ปัญหา คือ เราจะมีเงินหรือไม่ วันนี้ที่มีการเริ่มในเส้นทางดังกล่าว เพราะเป็นแผนในอาเซียนอยู่แล้วที่กำหนดไว้เดิมจึงเกิดขึ้นได้ และจะมีการเชื่อมโยงกันต่อไป ถ้าตรงไหนไทยมีงบประมาณ ก็ไปร่วมประมูลและสร้างขึ้นมาให้ได้ เพราะวันนี้ไม่ใช่รถไฟเท่านั้น มีรถไฟทางคู่ รถไฟทางเดิม รถไฟฟ้าอีก 10 สาย อย่างไรก็ตาม ไทยมีการตั้งคณะกรรมการไว้แล้ว มีทั้งระดับนโยบาย ระดับบริหารและระดับผู้ปฏิบัติ มี รมว.คมนาคม เป็นประธานอนุกรรมการในส่วนนี้ ไปคุยทั้งการลงทุน การสำรวจ ซึ่งบางเส้นทางก็มีประชาชนเข้าไปบุกรุกเส้นทางรถไฟก็จำเป็นต้องอพยพคนออก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และไทยก็มีเงินลงทุนไม่มาก ก็ต้องใช้ข้าวไปแลก แต่ขณะนี้ก็ยังคงอยู่ในคลัง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นายกฯให้เวลาครม.3 เดือนปั่นผลงานโรดแม็ปโง่โกงเงินแค่ 7 ล้านประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีร่อนหนังสือผู้ต้องหาหมิ่นสถาบันข้าว-ยางฯขาขึ้นไม่ใช้อำนาจคสช.คิดค่ามือถือกสทช.สติกเกอร์ไลน์ข่าวการเมือง

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED