วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปมร้อน'เขย่า'เก้าอี้ 3 นายพล เกมตัดขา 'บิ๊กโด่ง-บิ๊กตู่'

ปมร้อน'เขย่า'เก้าอี้ 3 นายพล เกมตัดขา 'บิ๊กโด่ง-บิ๊กตู่'

  • Share:

แรงกระเพื่อมรับปีแพะ มาแรงเกินคาดเมื่อ ข่าว "3 นายพลเอก" กองทัพ เตรียมไขก๊อก ไปนั่งทำงานในหน้าที่ "รัฐมนตรี" เพียงอย่างเดียว กระทั่ง "บิ๊กนมชง-บิ๊กต๊อก-บิ๊กน้อย" ต้องออกมาประสานเสียงปฏิเสธ พร้อมทำความเข้าใจ งานนี้คงถูกเตะตัดขา ร้อนถึง "บิ๊กโด่ง"ในฐานะแม่ทัพบก หัวเรือใหญ่ ที่พลอยถูกลูกหลง ต้องออกมาตบโต๊ะ ให้ผู้ปล่อยข่าวหยุดเล่นเกม สร้างความขัดแย้งในกองทัพได้แล้ว เพราะการโยนหินถามทางครั้งนี้ยังสะเทือนไปถึง "บิ๊กตู่" ที่กำลังทำหน้าที่ "คืนความสุข" ให้พี่น้องประชาชนอยู่กระอักไม่น้อย...

"บิ๊กนมชง" พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ

 

"รัฐบาล-กองทัพ" งานเข้ารับปีใหม่ 58 ตั้งแต่ต้นปี เมื่อจู่ๆ "ข่าวหนัก ข่าวร้อน" ประดังเข้ามา แถมโดนโยนหินถามทาง ทำเอาอุณหภูมิบรรดาบิ๊กท็อปบูต ร้อนจนปรอทแทบแตก เมื่อสัญญาณวัดความสั่นสะเทือน แรงกระเพื่อมในกองทัพเลยเถิดเกิด "มโน" กันยกใหญ่ว่า นายทหารระดับ "พลเอก" 3 คน เตรียมจะลาออกจากตำแหน่ง ทั้งที่ยังไม่ถึงวาระเกษียณอายุราชการ ในเดือนตุลาคม 2558 นี้

ประกอบด้วย 1."บิ๊กนมชง" พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ (ตท.12) รองผู้บัญชาการทหารบก และรมว.พาณิชย์ 2."บิ๊กต๊อก" พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา (ตท.15) รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรมว.ยุติธรรม และ 3."บิ๊กน้อย" พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ (ตท.14) หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำผู้บังคับบัญชา และรมช.ศึกษาธิการ

"บิ๊กต๊อก" พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา

ข่าวนี้ดูผิวเผิน เหมือนไม่มีอะไร แต่หากมองให้ลึกๆ จะเห็นว่า รอยร้าวลึก ศึกภายในกองทัพ คสช. ยังระอุ ไม่จบ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม พี่ใหญ่ "บูรพาพยัคฆ์" จะออกตัวตลอด ไร้ความขัดแย้งคุมเกมได้ แต่อย่าลืม "ทหารแตงโม" "วงศ์เทวัญ" พวกที่เสียผลประโยชน์ และอยู่คนละฝ่าย ก็อยากจะปลดแอก มีรูหายใจ อิสระบ้าง

"บิ๊กน้อย" พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์

ประเด็นที่ถูกปล่อยออกมา จึงอ่านได้ไม่ยากในความไม่ลงรอย ของกองทัพยังขาดความเป็นเอภาพ โดยเฉพาะปัญหาเอาแต่ "รุ่น" ที่ยังมีความไม่เป็นเอกภาพ หรือ "ฝ่าย-ก๊ก" ที่มีการกั๊กๆ เห็นกันได้ชัด อยู่ภายในรั้วสีเขียว

แม้ต่างฝ่ายต่างรู้ว่าข่าวนี้เป็นการโยนหินถามทาง ปล่อยเพื่อหวังผลให้สั่นสะเทือนไปถึงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการทหารบก" ของ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ที่ยังนั่งควบในตำแหน่ง รมช.กลาโหม และส่งต่อไปยังเก้าอี้ "นายกรัฐมนตรี" ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะหาก "3 นายพล" ลาออกจริงๆ ยอมมีผลส่วนได้-เสีย ในช็อตต่อไป ในการวางตัวคนขึ้นมานั่งเก้าอี้ค้ำบัลลังก์ สร.1 ของตำแหน่ง "ผบ.ทบ." อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เพราะช็อตนี้ หากมองให้ลึกลงไป จะเห็นว่า ทหารที่อยู่ในเครื่องแบบ และยังนั่งควบในตำแหน่ง รมต. มีถึง 4 คน แต่ปล่อยข่าวออกมาเพียงแค่ 3 นายพลเท่านั้น เพื่อให้กระเทือนถึงใครหรือไม่ แต่เหนือสิ่งอื่นใดข่าวนี้ ย่อมกระทบไปถึง พล.อ.อุดมเดช 1 ใน บูรพาพยัคฆ์ ที่ไม่อาจมองข้ามไปได้เลย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

กระทั่งนายทหารทั้งหมดต้องออกมาชี้แจงเพื่อสยบไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมจนเกิดรอยร้าวในกองทัพ ทั้ง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองผบ.ทบ. และรมว.พาณิชย์ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รองผบ.สส. และรมว.ยุติธรรม พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ หน.ฝสธ.ประจำผู้บังคับบัญชา และรมช.ศึกษาฯ

ล่าสุด พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.ได้ออกมาตอกย้ำ "คนที่ปล่อยข่าวไม่ปรารถนาดี แอบแฝง ควรหยุดได้แล้ว เพราะกองทัพ รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ให้เป็นปกติ ไม่มีม็อบ ไม่มีความร้ายแรง จนสถานการณ์สู่ความปกติสุข จึงอยากให้ข่าวนี้เป็นวันสุดท้าย ไม่ควรจะนำมาขยาย และเชื่อว่าข่าวนี้เกิดจากคนที่เข้าใจในทางไม่ดี และถือว่าไม่ได้เป็นการกดดันอะไร"

การยิงนกหลายตัว ในปฏิบัติการปล่อยข่าวนี้ ทางฝ่ายทหารมองว่า อาจโยนหินเพื่อหวังผล เพื่อเป็นการส่ง "สัญญาณ" บีบให้บรรดาบิ๊กทหารในร่าง คสช. ที่ถ่างขาคุมงานทั้งกองทัพ และ ครม. สละเก้าอี้ในกองทัพ เพื่อให้จัดสรรเวลาไปติดตามงานที่ได้รับมอบหมายไปดูแลกระทรวงสำคัญได้เต็มที่

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก



แม้การโยกย้ายยังไม่เกิดขึ้นในเวลานี้ แต่หากข่าวปล่อยนี้ ทำให้ "บิ๊กทหาร" บางคนเกิดใจอ่อน "ลาออก" ก่อนวาระเกษียณ นั่นก็อาจทำให้คนอื่นๆ ที่อยู่ในตำแหน่งต้องคิดหนักเหมือนกัน เพราะในยุคที่คนในเครื่องแบบนั่งถ่างขาควบไม่ใช่เฉพาะ ใน ครม. แต่ยังรวมไปถึง คสช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ล้วนแต่ มีตัวแทนจากกองทัพเข้าไปนั่งทำหน้าที่อยู่ 



ที่สำคัญการข่าวทางทหาร มีความเห็นตรงกันว่า "ไฮไลต์" ประเด็นข่าวนี้ มุ่งหมายตรงไปที่เก้าอี้ "ว่าที่ ผบ.ทบ." ต่อจาก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร มากกว่า เพราะหากใครได้ขึ้นมานั่ง ก็จะต้องมีบทบาทสำคัญ ในการช่วยค้ำบัลลังก์ รัฐบาล และคสช. หลังจากหมดอำนาจ

 ดังนั้น ปฏิบัติการแซะเก้าอี้ครั้งนี้ จึงต้องจับจ้องไปยังแรงบีบให้ พล.อ.ฉัตรชัย ขยับพ้นตำแหน่ง "รอง ผบ.ทบ." เพราะถือเป็นตำแหน่งสำคัญสำหรับปูทางให้ ว่าที่ ผบ.ทบ.คนใหม่ ก้าวสู่ตำแหน่งได้แบบ ไร้อุปสรรค โดยผู้ที่อยู่ในข่ายที่จะขึ้นมาเสียบแทนได้ มีแค่อยู่ 2 คนในเวลานี้ 


พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม


1."บิ๊กหมู" พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผช.ผบ.ทบ.(1) ตท.14 เพื่อนร่วมรุ่น พล.อ.อุดมเดช รับราชการเติบโตในเส้นทาง "บูรพาพยัคฆ์" กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์กองทัพภาคที่ 1 เป็นมือทำงานให้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม 


2."บิ๊กติ๊ก" พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผช.ผบ.ทบ.(2)ตท.15 เป็นน้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ โดยสายเลือด เติบโตเส้นทางรับราชการในกองทัพภาคที่ 3 ที่ได้รับการผลักดันจาก พล.อ.ประยุทธ์ มาโดยตลอด


แต่อย่าลืมว่า หากพล.อ.ฉัตรชัย ลาออกจริง คนที่จะเป็นผู้แต่งตั้งคือ พล.อ.อุดมเดช ในฐานะ ผบ.ทบ. ขณะเดียวกันก็ต้องจะถูกกดดันเพราะบุคคลทั้ง 2 ต่างมี แบ็กอัพชั้นเลิศ แต่เชื่อว่าสุดท้าย พล.อ.อุดมเดช คงจะเลือกใช้เพื่อนร่วมรุ่นอย่าง "บิ๊กเซ็ง" พล.อ.สุรวัช บุตรวงษ์ (ตท.14) ที่ปรึกษาพิเศษ ทบ. และ กญอ.ททบ.5 มาเสียบแทนมากกว่า เพื่อไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมในกองทัพบก

ส่วนในตำแหน่ง รองผบ.สส. ของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา หากลาออกจริง คงไม่มีปัญหา เพราะใน บก.กองทัพไทย โดยพล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.สส.(ตท.12) มีการว่างตัวค่อนข้างชัดแล้วว่า "บิ๊กเต้" พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ(ตท.15) เสนาธิการทหาร จะขึ้นมาเป็น ผบ.สส.

ยิ่งตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการ ประจำผู้บังคับบัญชา ของ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ หากลาออกไป ก็คงหาพลโทอาวุโส ขึ้นไปครองยศ "พลเอก" ก่อนเกษียณเพื่อเป็นการตอบแทน ในการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ที่รับราชการให้กองทัพจนถึงวาระเกษียณ

ดังนั้น ข่าวที่จะรีบดัน หรือเปิดช่องให้กับ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผช.ผบ.ทบ.(1) หรือ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผช.ผบ.ทบ.(2) จึงมองว่า เป็นการโยนหินถามทางเพื่อให้เกิดกระแสขึ้นมา อีกทั้ง พล.อ.ฉัตรชัย ก็อ่านเกมแล้ว หากตัวเองลาออก ก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะจะไม่เกิดผลดีต่อรัฐบาล กองทัพ แต่กลับกลายเป็นหมากที่กดดันให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะเพื่อนรักมากกว่า

เพราะในที่สุดทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อุดมเดช ก็คงไม่กล้าเสี่ยงตั้งคนใดคนหนึ่งระหว่าง พล.อ.ธีรชัย-พล.อ.ปรีชา ขึ้นมาเพื่อให้เกิดอุณหภูมิร้อนในกองทัพ หรือเกิดความขัดแย้งภายใน ทบ.

อีกทั้ง บิ๊กทหาร ที่ควบรัฐมนตรี ทั้ง 3 คน ก็คงอยากจะเกษียณชีวิตราชการในเครื่องแบบ อย่างสง่าผ่าเผย ตามเส้นทางรับราชการของนายทหารนั่นเอง...



คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้