ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ความพยายามของมาเลเซีย

    นิติภูมิ นวรัตน์7 ม.ค. 2558 05:01 น.
    SHARE

    ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประสบความสำเร็จในการก่อตั้งศูนย์การพิมพ์และตีพิมพ์คัมภีร์อัลกุรอานเพื่อมอบให้กับมุสลิมในประเทศต่างๆ

    ชาติที่สองที่ทำลักษณะเดียวกันก็คือ มาเลเซีย

    มาเลเซียตั้งมูลนิธิเรสตูและให้มูลนิธินี้ตีพิมพ์คัมภีร์อัลกุรอานเป็นภาษาต่างๆ เช่นภาษาตากาล็อก เพื่อใช้แจกในฟิลิปปินส์ ภาษาแมนดารินเพื่อใช้แจกให้กับมุสลิมจีน ภาษาทมิฬ เพื่อใช้แจกในศรีลังกาและอินเดีย ภาษาไทย ภาษาเขมรเพื่อใช้แจกในกัมพูชา

    15 สิงหาคม 2555 กระทรวงกลาโหมมาเลเซียและมูลนิธิเรสตูนำคัมภีร์อัลกุรอานภาษาเขมรจำนวน 3,840 เล่ม ไปมอบให้มัสยิดกิโลเมตร 9 ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงพนมเปญ

    คัมภีร์ 3,840 เล่มนี่เป็นชุดที่ 1 ของ 40,000 เล่ม ที่ถูกจัดพิมพ์เป็นครั้งแรก เป้าหมายของกระทรวงกลาโหมและมูลนิธิเรสตูของมาเลเซียก็คือ ต้องการให้มุสลิมกัมพูชาจำนวน 500,000 คนเข้าใจคัมภีร์อัลกุรอาน เพราะก่อนหน้านี้ มุสลิมกัมพูชาอ่านคัมภีร์อัลกุรอานได้ ทว่าไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ยกเว้นคนที่รู้ภาษาอาหรับเท่านั้น

    กระทรวงกลาโหมและมูลนิธิเรสตูลงทุนศึกษาภาษาจาม (ของมุสลิมเขมร) และภาษากัมพูชา เพื่อใช้แปล เขียนและพิมพ์ โดยใช้เวลาแปล 15 ปี หมดเงินไป 3 ล้านริงกิต หรือ 30 ล้านบาท ใช้นักแปลมืออาชีพที่ชื่อนายซาการียา อาดัม และทีมงาน ถึงเวลานี้ คัมภีร์อัลกุรอานภาษากัมพูชาถูกพิมพ์ไปอีกแล้ว 60,000 เล่ม และจะทำยอด 100,000 เล่ม

    สายการบินแอร์เอเชียและมาเลเซียแอร์ไลน์อาสาส่งคัมภีร์อัลกุรอานจากมาเลเซียไปกัมพูชาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

    มาเลเซียเป็นมองโกลอยด์ที่ต่อสู้กับคอเคซอยด์ตะวันตกอย่างแข็งแรงแต่ทำอย่างเงียบเชียบและต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับพวกยิวอิสราเอลนี่ มาเลเซียไม่เคยลดราวาศอกให้เลย จนถูกอิสราเอลแกล้งมาแล้วมากมายหลายครั้งหลายหน แต่มาเลเซียก็ไม่เคยย่อท้อ

    กัมพูชามีสัมพันธ์อันดีมากกับมาเลเซียและตะวันออกกลาง สมเด็จฮุนเซ็นเคยไปเยือนตะวันออกกลางหลายประเทศ จากนั้นก็มีวิสัยทัศน์ตั้งรัฐมนตรีมุสลิมอย่าง นายโอสมัน ฮัสซัน ซึ่งเป็นรัฐมนตรีช่วยคมนาคม+ประธานมูลนิธิพัฒนาชาวมุสลิมแห่งกัมพูชา

    นอกจากจะตั้งใจให้เป็นศูนย์การพิมพ์คัมภีร์อัลกุรอานเพื่อมอบให้มุสลิมทั่วโลกแล้ว คณะผู้บริหารชาติของมาเลเซียยังตั้ง เป้าหมายให้มาเลเซียเป็นหนึ่งในศูนย์กลางศึกษาศาสนาอิสลาม และเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับอุดมศึกษาของมุสลิมทั่วโลก

    มาเลเซียเริ่มด้วยการให้ทุนนักศึกษาจากประเทศอิสลาม หลังจากนั้น ก็ส่งคณะการตลาดของรัฐบาลและของมหาวิทยาลัยไปประชาสัมพันธ์สถาบันการศึกษาของตน

    ที่สนใจที่สุดก็คือ นักศึกษามุสลิมจีนและเอเชียกลาง รองลงมาก็เป็นนักศึกษามุสลิมจากตะวันออกกลางและแอฟริกา

    สถาบันการศึกษามาเลเซียประสบความสำเร็จในการรับนักศึกษามุสลิมต่างชาติ ทว่าระยะหลัง นโยบายของมาเลเซียเรื่องนี้เป็นที่สนใจของขบวนการค้ามนุษย์ ขบวนการฯ จึงตั้งแก๊งส่งนักศึกษาจากเอเชียกลางมาเรียนบังหน้า ในเวลากลางวันก็ไปเรียนหนังสือที่วิทยาลัย เรียนบ้าง ไม่เรียนบ้าง ทว่าในยามราตรี นักศึกษาน้องหนูเหล่านี้ก็ตระเวนขายบริการ

    ร้อนถึงพวก D7 หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจแผนกอันธพาล การพนัน และอบายมุข แห่งสำนักงานตำรวจประจำรัฐ ต้องออกทำงานกันหนักมากขึ้น ต้องล่อซื้อบริการ ซึ่งนักศึกษาจากเอเชียกลางพวกนี้คิดค่าเช่าที่นาผืนน้อยของเธอครั้งละ 500 ริงกิตขาดตัว

    ที่จับได้บ่อยหน่อย ก็เห็นจะเป็นนักศึกษาสาวสวยมากๆ จากสาธารณรัฐอุซเบกิสถาน สาธารณรัฐทาจิกิสถาน และสาธารณรัฐคีร์กีซ ซึ่งทั้ง 3 แห่งเป็นสาธารณรัฐอิสลามในภูมิภาคเอเชียกลาง ส่วนที่จับได้ประปรายก็เห็นจะเป็นชาวเมียนมาร์และจีน

    ผมเอาเรื่องนี้มาเขียน ก็ประสงค์รับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพถึงความมุ่งมั่นและความพยายามทางด้านการเผยแผ่ศาสนาและความตั้งใจในการจะเป็นศูนย์การศึกษาของโลกอิสลามของมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดสนิทสนมของเรา

    แม้ว่าจะมีกรณีนักศึกษาน้องหนูชาวเอเชียกลางมาแทรก ทำให้มาเลเซียดูเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปบ้าง แฮ่ๆ แต่ก็เป็นเรื่องกระจอกงอกง่อยจิ๊บจ๊อยมากครับ

    ป.ล. ผมไม่เข้าใจ ว่าทำไม ‘งานนี้’ จึงเป็นของกระทรวงกลาโหม?

    คุณนิติ นวรัตน์

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เปิดฟ้าส่องโลกคุณนิติ นวรัตน์ความพยายามของมาเลเซียมาเลเซียศูนย์การพิมพ์คัมภีร์อัลกุรอาน

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 16:57 น.