วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เข็มทิศชี้ชะตา ศรัทธาปีแพะ

เข็มทิศชี้ชะตา ศรัทธาปีแพะ

  • Share:

มีคนบอกว่า ความเชื่อก็เหมือนเข็มทิศ กำหนดชีวิตคนเรา มนุษย์กับความเชื่อมักแยกกันไม่ออก ที่สำคัญคนเราเชื่ออย่างไร ชีวิตก็มักจะดำเนินไปตามนั้น

หนึ่งในความเชื่อยอดนิยมของคนไทย สังเกตได้จากทุกครั้งในวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคมของทุกปีตามวัดวาอาราม ศาลเจ้า และศาสนสถานชื่อดังหลายแห่ง มักเนืองแน่นเบียดเสียดไปด้วยผู้คน

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะหลายคนเชื่อว่า การได้ไปทำบุญไหว้พระ หรือนมัสการสิ่งที่ตนเคารพเพื่อความเป็นสิริมงคลในวันแรกเริ่มประเดิมศักราชใหม่ นัยว่าเมื่อเริ่มต้นดี ทำอะไรก็มักจะมีชัยเกินไปกว่าครึ่งในหลายๆเรื่องตามมา หลายวัดหรือศาลเจ้าฮอตฮิต จึงมีสภาพไม่ต่างกับปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศ

ความเชื่อข้างต้น จัดอยู่ในชุดความเชื่อเรื่องปีนักษัตรเกิด กับการไหว้พระขอพรปีใหม่ ผู้ที่เกิดในแต่ละปีนักษัตร ควรไปไหว้พระขอพรปีใหม่ที่ไหนดี จะได้เสริมบารมีดวงชะตาของตนให้เกิดสิริมงคล เว็บไซต์ชื่อดังหลายเว็บในสื่อสังคมออนไลน์มีข้อแนะนำจากบรรดาโหร และซินแส ให้อ่านกันจนตาแฉะ

เป็นต้นว่า ผู้ที่เกิด ปีนักษัตรชวด (หนู) เริ่มต้นศักราชใหม่ ปี 2558 นี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในปีเกิด ที่ดวงชะตามีเกณฑ์ร่วมชงเล็กน้อยกับปีมะแม 2558 ถึงแม้เจ้าตัวดวงกำลังจะดี แต่อาจถูกให้ร้ายนินทาจากมิตรสหาย บรรดาโหรดังจึงแนะให้ไปนมัสการ หลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตร กทม. เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย มีมิตรสหายแท้

ใครเกิด ปีนักษัตรฉลู (วัว) หรือเกิดปี พ.ศ.2468, 2480, 2492, 2504, 2516, 2528, 2540, 2552 ปีแพะ 2558 นี้ ถือว่า มีดวงชงหรือปะทะรุนแรงสุด หรือ 100%

โหรดังทั้งหลายจึงแนะนำให้ไปนมัสการขอพรจาก พระพุทธเทววิลาส วัดเทพธิดารามวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล และเสริมชะตาชีวิตให้ดีขึ้น

ส่วนผู้ที่เกิดในปีนักษัตร มะแม มะโรง และ ปีจอ หรือได้แก่ พ.ศ.2459, 2462, 2465, 2471, 2474, 2477, 2483, 2486, 2489, 2495, 2498, 2501, 2507, 2510, 2513, 2519, 2522, 2525, 2531, 2534, 2537, 2543, 2546, 2549, 2555

บรรดาโหรทั้งหลายเตือนว่า ผู้ที่เกิดในปี พ.ศ.ดังกล่าว ชะตาตกเกณฑ์ร่วมชงกับปีมะแม 2558

อาการร่วมชงของคนเกิด ปีมะโรง (งูใหญ่) ปีนี้มีอุปสรรค จะให้ผ่อนหนักเป็นเบา ควรไปนมัสการขอพร พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร สัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ

ผู้ที่เกิด ปีมะแม (แพะ) ซึ่งตรงกับรอบนักษัตรเกิดของตัวเอง ท่านว่า อาการปีร่วมชง จะออกมาในรูปถูกเอาเปรียบจากเพื่อนฝูง ปีนี้โหรและซินแสหลายสำนักจึงแนะให้ไปนมัสการ หลวงพ่อโต วัดขุนจันทร์ ตลาดพลู กทม.

ตามด้วย ผู้ที่เกิด ปีนักษัตรจอ (สุนัข) ทางโหราศาสตร์ เชื่อว่า ปีนี้ท่านมีดวงหมู่มิตรหมางเมินถูกคนกลั่นแกล้ง อยากผ่อนหนัก

ให้เป็นเบา ควรไปนมัสการขอพร พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ที่วัดอัปสรสวรรค์ ภาษีเจริญ กทม. ดังนี้เป็นต้น

นอกจากความเชื่อที่ยกตัวอย่างมา ยังมีอีกหลายความเชื่อ ปลีกลึกในรายละเอียด ผสมปนเปกันไประหว่างดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ คติความเชื่อโบราณของไทยและจีน

เป็นต้นว่า รากเหง้าวัฒนธรรมความเชื่อที่ถ่ายทอดมาจากลัทธิเต๋า ซึ่งกล่าวไว้ว่า สรรพสิ่งต่างๆในโลกนี้ ล้วนประกอบกันภายใต้ธาตุทั้ง 5 คือ ดิน น้ำ ไฟ ทอง ไม้

ทั้ง 5 ธาตุ ล้วนมีความสัมพันธ์ต่อกัน และทำลายล้างซึ่งกัน ธาตุหลักเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่ประกอบอยู่ในทุกสรรพสิ่ง หรือทุกสิ่งล้วนอาศัยพลังจากธาตุหลักเหล่านี้ ไม่เว้นแม้แต่คนเรา

ยกตัวอย่าง ผู้ที่เกิดปี พ.ศ.ใด มีธาตุประจำตัว เป็นศัตรูหรือคู่อริกับปี พ.ศ. หรือผู้ที่มีธาตุเกิดใดในทางกลับกัน ธาตุบางธาตุกับบางปีเกิด มีดวงชะตาส่งเสริมเกื้อหนุนกัน เหล่านี้คือตัวอย่าง

ความเชื่อของคนเรา

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี พระนักคิด นักเทศน์ นักเขียน ที่รู้จักกันดีในนามว่า “ว.วชิรเมธี” เคยให้ความเห็นไว้ว่า หากคนเรายึดติดกับความเชื่อใด ก็มักจะเกี่ยวพันโยงใยไปในทิศทางนั้น หรือพูดอีกอย่าง เราเชื่ออย่างไร วิถีชีวิตของเราก็มักจะดำเนินไปทางนั้น

ท่าน ว.บอกว่า สังคมใดมีหลายความเชื่อ สังคมนั้นมีเสน่ห์ ดีกว่ามีเพียงความเชื่อเดียว เพราะถ้าสังคมใดมีระบบความเชื่อเดียว สังคมนั้นมักจะเต็มไปด้วยความอึดอัดขัดข้อง

เมืองไทยเราก็เป็นสังคมแบบพหุความเชื่อ หรือมีความเชื่อหลากหลาย แต่พระพุทธเจ้าไม่ทรงแนะนำให้มนุษย์เชื่ออะไรก็ได้ ทรงให้คนเราเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ

ชุดความเชื่อที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า พึงต้องระวังมี 3 ข้อ คือ

“เชื่อกรรมเก่า” จะทำให้กลายเป็นมนุษย์พันธุ์ยอมจำนน ไม่ลุกขึ้นสู้ เช่น เกิดมาไม่หล่อ ไม่สวย ก็โทษกรรมเก่า ทั้งที่สมัยนี้สวยได้ด้วยศัลยกรรมมีดหมอ ก็ไม่ยอมปรับปรุง เอาแต่โทษและยอมรับกรรมเก่า

ถัดมา เป็นพวก เชื่อเทพเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างปล่อยให้อยู่ในเงื้อมมือของเทพเจ้า รอให้เทพบันดาลหลายคนกลายเป็นมนุษย์

ขี้อ้อน ต้องอ้อนเทพตลอดเวลา ในที่สุดทำให้ขาดความมั่นใจในตนเอง ยอมมอบกายถวายชีวิตแก่เทพเจ้า

อีกกลุ่ม เชื่อว่าแล้วแต่ชะตากรรม หรือโชคชะตาจะพาไป มองทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็น “ความบังเอิญ” ในที่สุดผู้ที่มีความเชื่อแบบนี้ จะกลายเป็นคนที่หลักลอย ไม่คิดจะลุกขึ้นมาพัฒนาอะไรทั้งสิ้น

“ส่วนความเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ ในทรรศนะของพุทธศาสนา มีอย่างน้อย 4 เรื่อง คือ เชื่อในระบบเหตุปัจจัย คือ เชื่อว่าเบื้องหลังปรากฏการณ์ทุกอย่างในโลก ล้วนมีเหตุและผลอยู่ในตัวของมันเอง

ถ้าเราเชื่ออย่างนี้เราจะมองอะไรแบบมีที่มาและที่ไป”

“ถัดมาเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ พระพุทธองค์ตรัสว่า มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพในการฝึกฝนพัฒนา เราอยากเก่ง อยากพัฒนาในศักยภาพด้านใด สามารถฝึกกันได้”

“ประการที่สาม เชื่อมั่นในตนเอง ว่าตนเป็นที่พึ่งของตน จะทำให้เราเป็นผู้ที่ไม่หวังการดลบันดาลประทานพรจากมือที่มองไม่เห็น เราจะพึ่งมันสมอง สองมือของตัวเราเอง”

“สุดท้าย คือ เชื่อในกฎแห่งกรรม คือ เชื่อมั่นว่าทุกครั้งที่เราทำอะไรก็ตาม ประกอบด้วยเจตนาจะมีผลตามมาเสมอ คล้ายกับบูมเมอแรงที่ขว้างปาออกไป แล้วมันก็ย้อนกลับมาหาตัวเราอีกครั้ง เมื่อเราเชื่อในกฎแห่งกรรม จะทำให้เราเป็นคนที่รับผิดชอบชีวิต เลือกทำแต่เฉพาะในสิ่งที่ดีงาม เพราะเรารู้ดีว่าหากกระทำสิ่งไม่ดี สิ่งนั้นจะย้อนกลับมาเล่นงานเราเสมอ”

ปีแพะ 2558 ขออวยพรให้ความสุขสวัสดี พึงมีแก่ผู้ที่เชื่อ ในสิ่งที่ควรเชื่อ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้