วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“ภูเขาน้ำแข็ง” ยังต้องสั่นไหว

“ภูเขาน้ำแข็ง” ยังต้องสั่นไหว

โดย สายล่อฟ้า
7 ม.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

จะเป็น “ข่าวจริง” หรือ “ข่าวเท็จ” ก็ยังมิอาจจะทราบได้ เพราะยังไม่มี ใครการันตีได้ว่า อะไรเป็นอะไร แต่การ “ปล่อยข่าว” นี้ออกมานั้น ถือว่าทรงอานุภาพบรรลุเป้าหมายอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะอย่างน้อยๆก็ทำให้เกิดความสั่นไหวไม่น้อย

ทั้งใน คสช.เอง หมู่ทหารและแวดวงการเมืองที่กำลังเฝ้าจับตามองถึงความเป็นไป ทั้งที่ปรารถนาดีและปรารถนาร้ายก็ตาม

ข่าวที่ว่านี้ก็คือ มีการเจรจาให้นายทหารที่เข้าไปเป็นรัฐมนตรีอย่างน้อย 3 คน ลาออกจากราชการก่อนเกษียณให้เหลือเพียงตำแหน่งเดียวคือ ทำหน้าที่รัฐมนตรีเท่านั้น

เหตุผลประกอบสาระนั้นมีอยู่ 2 ประการ

1. เนื่องจากการควบคุมตำแหน่งนั้นจะทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้งานรัฐมนตรีก็เสีย งานกองทัพก็เสีย เพราะจับปลา 2 มือ

2. หากลาออกจากตำแหน่งทางการทหาร ก็จะทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายกลางปี ปลายปี ทำให้สามารถวางตัวบุคคลเข้าสวมตำแหน่งต่างๆได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น

โดยเฉพาะตำแหน่งของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รอง ผบ.ทบ.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รอง ผบ.ทหารสูงสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

2 ท่านนี้คือตัวแปรสำคัญ

รู้กันดีกว่า พล.อ.ฉัตรชัยนั้นถือเป็นเพื่อนผู้รู้ใจและ พล.อ.ไพบูลย์คือ น้องผู้รู้ใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ซึ่งจะเกษียณอายุราชการพร้อมกันในปลายปี 2558

ถัดมาก็คือ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.นั้น เป็นน้องชายสืบสายโลหิต พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วย ผบ.ทบ. น้องชายจาก “บูรพาพยัคฆ์” ไม่คนใดคนหนึ่งมีโอกาสที่จะก้าวไปสู่เก้าอี้สำคัญคือ ผบ.ทบ.

เพราะ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. คนปัจจุบันก็ต้องเกษียณอายุราชการปีนี้เช่นเดียวกัน การจะตั้งใครคนขึ้นมาแทนนี้ย่อมมีความสำคัญต่อความมั่นคงของ คสช.อย่างแยกไม่ออก

การปล่อยข่าวนี้ออกมานั้นคงมองเห็นแจ้งแทงทะลุแล้วว่า อะไรจะเกิดขึ้นภายหลังจากข่าวนี้ปรากฏออกมา

ถ้ามองในแง่ดีด้วยเหตุ 2 ประการที่ว่ามานั้นก็คือ ความหวังดีและต้องการให้เสียสละเพื่อจะทำให้การทำงานของรัฐบาลมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ และยังทำให้กองทัพสามารถเตรียมการเพื่อการโยกย้ายแต่งตั้งได้สะดวกขึ้น

ตรงกันข้ามย่อมรู้กันดีว่า ข่าวอย่างนี้จะเป็นไปในลักษณะประสงค์ แต่หวังร้ายมากกว่า เพราะมันเท่ากับไปทิ่มใจดำ พล.อ.ประยุทธ์อย่างตรงไปตรงมา

ประการหนึ่งที่ชัดเจนก็คือ ทำให้ทั้ง พล.อ.ฉัตรชัยและพล.อ.ไพบูลย์หลุดจากวงโคจรอำนาจทางการทหารในทันที หากทั้ง 2 คนไม่ยินยอมพร้อมใจ ก็ต้องคิดไปไกลกว่านั้นว่า เอ...ลูกพี่ทำไมมาทำอย่างนี้ หมายความว่าอย่างไร

อีกด้านหนึ่งก็เป็นการลดทอนฐานอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ไปในตัว

ประการที่สอง ก็ทำให้ พล.อ.ปรีชาและ พล.อ.ธีรชัยเกิดความกินแหนงแคลงใจกันในฐานะที่เป็นคู่แคนดิเดต ผบ.ทบ.ทั้งๆที่ก่อนหน้าเคยกอดคอร่วมสู้กันมา แม้จะอยู่กันคนละถิ่นก็ตาม แต่ก็มี “ลูกพี่” เป็นคนเดียวกัน

กระทบโดยตรงก็คือ พล.อ.ประยุทธ์นั่นแหละ ไม่ใช่ใครอื่น

เพราะการตัดสินใจให้ใครเป็น ผบ.ทบ.ในครั้งนี้ แม้จะพ้นจากตำแหน่ง ผบ.เหล่าทัพแล้ว แต่การเป็นนายกฯก็จะต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วยว่า จะเลือกน้องชายหรือจะเลือกน้องรัก

การหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาปล่อยข่าว จึงเป็นเพียงแค่ใช้ “พลุเล็กๆ” เพื่อให้นำไปสู่ “พลุใหญ่ๆ” ที่เป็นแรงกดดันต่อตัว พล.อ.ประยุทธ์เป็นสำคัญ

เป็นเกมการเมืองที่ลึกซึ้งแม้ “ภูเขาน้ำแข็ง” ยังต้องสั่นไหว!?

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้