วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘ปู’สู้คดีถอดถอน 9ม.ค.ไปชี้แจงเอง

‘ปู’สู้คดีถอดถอน 9ม.ค.ไปชี้แจงเอง

  • Share:

สปช.-ปชป.จี้สนช.สอย สุรชัยคาดรู้ผลต้นก.พ.นี้

สปช.-ปชป.กระตุ้น สนช.ต้องกล้าสอย “ปู-ขุนค้อน-นิคม” อย่าห่วงกระทบปรองดอง “ประสาร” บี้อย่าปล่อยให้คนผิดลอยนวล ประนีประนอมกันไม่ได้ “นิพิฏฐ์” ลั่น สนช.คนไหนไม่กล้าออกไป “ตวง” จวกจำเลยตอนทำผิดทำไมไม่กลัว “สุรชัย” ยันจะสอยแบบไร้อคติ คาดรู้ผลโหวตใครโดน-ไม่โดนปลาย ม.ค.-ต้น ก.พ. “นิคม” ฮึดไม่พึ่งทนายขอบินเดี่ยวไปแจงเอง เด็ก พท.มึนมาตรฐาน ปชต. “ชวน” ไม่นิ่ง-อุ้มแต่พรรคพวก ประชาธิปัตย์ผวาเกมนิรโทษกรรมแรงทะลุซอย เตือนอย่าหลงกลพวกโหนกระแส ทบ.แจ้ง 8 ม.ค.เคลื่อนยุทโธปกรณ์ไปร่วมงานวันเด็ก วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก ปมการยกร่างรัฐธรรมนูญ การนิรโทษกรรมทางการเมือง การถอดถอนบุคคลสำคัญทางการเมือง ยังคงเป็นประเด็นร้อนข้ามปี

“เทียนฉาย” เร่ง สปช.ปั่นผลงาน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ม.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเริ่มประชุมนายเทียนฉายกำชับให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปทั้ง 18 ด้าน เร่งทำงานเรื่อง การปฏิรูปในระยะ 1 ปีจากนี้ ทั้งการทำแผนปฏิรูปทั้งระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง อาทิ การแก้ไขกฎหมาย หรือยกเลิก พ.ร.บ.บางฉบับ และงานปฏิรูปที่ใช้เวลาเกินกว่า 1 ปี อาทิ การรื้อโครงสร้างและระบบ โดยให้เร่งส่งแผนงานมาให้ สปช.พิจารณา เพื่อให้การดำเนินงานเสร็จตามเป้าหมาย ในวันที่ 8 ม.ค. ตนพร้อมคณะกรรมการประสานงาน ประกอบด้วย ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูป 18 คณะ วิปสปช. และคณะกรรมาธิการวิสามัญอีก 5 คณะ

เปิดโร่ สปช.คลุกวงในยกร่าง รธน.

จากนั้นที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสปช.หารือเรื่องต่างๆ โดยนายนิมิต สิทธิไตรย์ สปช. หารือว่า เสนอให้มีกระบวนการหรือกลไกประสานงานและรับฟังความคืบหน้าการยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกับ สปช. เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ สปช.พิจารณาลงมติเห็นชอบ ดังนั้น การสื่อสารระหว่างกันถือว่า มีความจำเป็น ทั้งนี้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธาน สปช.คนที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชี้แจงว่าในการพิจารณารัฐธรรมนูญรายมาตรา ตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. จะเปิดโอกาสให้สมาชิก สปช.ร่วมรับฟังด้วย นอกจากนี้ยังหารือกับคณะกรรมาธิการยกร่างฯว่า ในบทบัญญัติที่เกี่ยวกับนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ หมวดสิทธิเสรีภาพ และข้อเสนอการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการปฏิรูปชุดต่างๆ จะเชิญคณะกรรมาธิการปฏิรูปชุดนั้นๆร่วมประชุมด้วย ข้อเสนอที่ สปช.ส่งมา ต้องสกัดเอาแก่นมาเขียนในรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้รัฐธรรมนูญยาว เกินไป แต่ยินดีให้ สปช.เข้าร่วมรับฟังการพิจารณา

เคาะ ส.ส.เขต 250–ปาร์ตี้ลิสต์ 200

เมื่อเวลา 13.30 น. ห้อง 220 อาคารรัฐสภา 2 มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธานในการประชุม มีวาระการพิจารณายุทธศาสตร์สร้างความปรองดองแห่งชาติ และพิจารณา ความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุ กมธ.ใน กมธ.ปฏิรูปการเมือง โดยก่อนเข้าสู่วาระที่ประชุมได้ให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน สปช. ในฐานะ กมธ.ยกร่างฯชี้แจงถึงความคืบหน้าของการยกร่างฯว่า ล่าสุดทาง กมธ.ยกร่างฯได้ข้อสรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อเสนอแนะที่ได้จาก กมธ.ปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะระบบเลือกตั้ง ได้ข้อยุติที่จำนวน ส.ส.ทั้งหมด 450 คน มาจาก ส.ส.แบ่งเขต 250 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 200 คน ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมืองได้ ขณะที่ ระบบการคำนวณที่มา ส.ส. ที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯได้มอบหมายให้ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ กมธ.ยกร่างฯ เป็นผู้จัดทำแนวทางการแบ่งภาคและเขตเลือกตั้ง

“บวรศักดิ์–สมบัติ” เคลียร์ใจชื่นมื่น

พ.ต.อาณันท์ วัชโรทัย สปช. ในฐานะ กมธ. ปฏิรูปการเมือง กล่าวถึงการประชุม กมธ.ปฏิรูปการ เมืองที่ได้เชิญนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ. ยกร่างฯเข้าชี้แจงในสาระสำคัญของการยกร่าง รัฐธรรมนูญ ว่า หลังจากที่นายบวรศักดิ์มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อประเด็นข้อเสนอเรื่องที่มานายกรัฐมนตรี จากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ตามที่ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง นำเสนอต่อ กมธ.ยกร่างฯ วันนี้ทั้งสองคนได้มีการพูดคุยชี้แจงทางวิชาการ ระบบการปกครองที่ยังเข้าใจกันคลาดเคลื่อน โดยเมื่อนายบวรศักดิ์และนายสมบัติชี้แจงกันเป็นที่เข้าใจ นายบวรศักดิ์จึงกล่าวขออภัยต่อความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนดังกล่าวต่อนายสมบัติ ทำให้บรรยากาศจบด้วยความชื่นมื่น

พท.ให้ “ชวน” ตอบมาตรฐาน ปชต.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ประชาชนไม่เข้าใจประชาธิปไตยดีพอนั้น เหมือนดูถูกภูมิความรู้ความเข้าใจของประชาชน จึงอยากขอให้นายชวนตอบคำถาม ดังนี้ว่า 1.เหตุใดเมื่อมีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีถึงสองหนแต่กลับไม่ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจระบอบประชาธิปไตย แล้วกลับออกมา ตำหนิประชาชน 2.การที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ให้ชนะการเลือกตั้ง เพราะไม่พอใจการบริหารประเทศของพรรคประชาธิปัตย์ แสดงว่าประชาชนไม่เข้าใจประชาธิปไตยดีพอใช่หรือไม่ 3.นายชวนยังคงยึดมั่นในระบบรัฐสภาอยู่หรือไม่ เหตุใดนายชวน พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ จึงห้อยนกหวีดออกมาเดินขบวน ปิดบ้านปิดเมืองจนทำให้เศรษฐกิจเสียหายยับเยิน

ซัดจุดยืนโยกเยก–อุ้มแต่พวกพ้อง

นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า 4.นายชวนคิดว่าประชาชนที่เข้าใจประชาธิปไตย คือพวกที่ห้อยนกหวีดเหมือนนายชวน เป็นแผนประทุษกรรมร่วมมือกันวางแผนที่จะนำไปสู่การปฏิวัติใช่หรือไม่ 5.การที่นายสุเทพออกมาทวงเงินค่าใช้จ่ายในการเดินขบวนเป็นพันล้านกับ คสช. แสดงว่านายสุเทพเข้าใจประชาธิปไตยใช่หรือไม่ 6.นายชวนสร้างชื่อจากการต่อสู้กับเผด็จการเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ปัจจุบันกลับส่งเสริมให้เกิดเผด็จการ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีทางชนะเลือกตั้ง แสดงว่านายชวน เป็นผู้เข้าใจระบอบประชาธิปไตยใช่หรือไม่

“หากพฤติกรรมของนายชวนเองยังไม่เป็น แบบอย่างประชาธิปไตยที่ดีพอ ไม่ได้ยืนในหลัก ประชาธิปไตยอย่างแน่วแน่มั่นคง ก็ไม่ควรที่จะไป ตำหนิประชาชนว่าไม่เข้าใจประชาธิปไตยดีพอ พรรคเพื่อไทยเห็นตรงข้ามกับนายชวน เราเคารพความเห็นของประชาชน เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่อาจเรียนรู้และเข้าใจในกระบวนการประชาธิปไตยมากกว่านายชวนก็เป็นได้” นายอนุสรณ์กล่าว

ปชป.ผวานิรโทษแรงทะลุซอย

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ แกนนำ พรรคเพื่อไทย เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ใช้ ม.44 นิรโทษกรรมให้ทุกฝ่าย ทั้งแกนนำและผู้ชุมนุมว่า ตอนที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ สปช. ในฐานะประธานคณะทำงานแนวทางการสร้าง ความปรองดองเสนอเรื่องการปรองดองนิรโทษกรรมระบุไม่ชัดเจน ทั้งที่สภาฯชุดที่แล้วศึกษาเกือบปีจนได้ข้อยุติว่า จะนิรโทษกรรมให้ประชาชนที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่รวมถึงคนที่มีคดีอาญาอื่นทั้งใช้อาวุธสงคราม ปล้น ฆ่า เผาและแกนนำ พอนายเอนกจุดพลุเรื่องนี้ คนที่ไม่ได้รับการนิรโทษฯก็มาโหนกระแสพ่วงไปด้วย วงจรนี้จึงกลับมาอีก ขอให้นายเอนกระบุให้ชัดเจนว่าใครบ้างและขอร้องอย่าพ่วงคดีผิดอาญาอื่นๆ หากมีการเสนอให้รวมไปถึงคดีถอดถอนช่วยทั้ง ส.ว. ส.ส. หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะยิ่งเป็นการโหนกระแสที่หนักข้อ ครั้งนี้จะเป็นฉบับทะลุซอยออกถนนใหญ่ จะยุ่งกันใหญ่

เตือนอย่าหลงกลแผนซ้อนแผน

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ขณะนี้หลายฝ่ายคงสับสน หลังมีคนบางกลุ่มออกมาเสนอทางออกนิรโทษกรรมจึงขอเตือนว่า รากเหง้าปัญหาของสังคมไทยที่เกิดขึ้น คือ 1.การแทรกแซงการโยกย้ายข้าราชการ และใช้เพื่อตอบสนองทางการเมือง 2.พยายามแทรกแซงศาลและองค์กรอิสระ 3.จาบจ้วงเบื้องสูง 4.แบ่งแยกประชาชน โดยใช้งบประมาณ 5.ใช้อันธพาลจำกัดการทำกิจกรรมนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม 6.ทุจริต คอร์รัปชัน 7.ไม่ยอมรับการตรวจสอบ โดยอ้างสองมาตรฐาน 8.แก้รัฐธรรมนูญเพื่อมีอำนาจเบ็ดเสร็จ 9.ผลพวงที่ไม่ยอมรับผิด ใช้อำนาจเผด็จการรัฐสภาออกกฎหมายล้างผิดให้ตนเองและพวกพ้อง เข้าใจดีว่า แม่น้ำทั้ง 5 สายกำลังแก้ไข แต่ต้องการย้ำว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่เอื้อเฟื้อและให้อภัย แต่คนไทยมักจะให้อภัยกับคนผิดที่สำนึกผิด และมีข้อจำกัดบางปัญหาที่ไม่ควรให้อภัย ฉะนั้นอย่าหลงทาง

กต.จี้ถามกีวี่ออกวีซ่า “ตั้ง อาชีวะ”

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายเอกภพ เหลือรา หรือ “ตั้ง อาชีวะ” โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่าได้รับหนังสือเดินทางและเดินทางไปอยู่ที่นิวซีแลนด์แล้วนั้น ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญอุปทูตสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยเข้าพบ เพื่อขอรับทราบสถานะของนายเอกภพในการพักอยู่ในนิวซีแลนด์ ซึ่งขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ฯ กำลังตรวจสอบข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนิวซีแลนด์ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะเชิญเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เข้าพบเพื่อขอทราบสถานะและความคืบหน้าต่อไป พร้อมกับแสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อฝ่ายนิวซีแลนด์

“สุรชัย” ยันสอย “ปู” ไร้อคติ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณี สนช.จะพิจารณาถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ในวันที่ 8 ม.ค. และการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯในวันที่ 9 ม.ค. ว่า ในวันดังกล่าวจะเป็นวันเริ่มแถลงเปิดคดี โดยให้ผู้กล่าวหาคือ ป.ป.ช. แถลงข้อเท็จจริง และให้ผู้ถูกกล่าวหาแก้ข้อกล่าวหา จะชี้แจงด้วยตัวเอง หรือมอบหมายให้ตัวแทนมาก็ได้ จากนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการซักถาม มาทำหน้าที่ตั้งคำถาม เพื่อถามผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาแทนสมาชิก สปช. ซึ่งกระบวนการซักถามจะมีขึ้นภายใน 7 วัน ภายหลังจากแถลงเปิดคดีแล้ว ยืนยันว่า สนช.ต้องเดินหน้ากระบวนการถอดถอน ขณะนี้ไม่มีช่องทางใดหยุดการถอดถอนได้เพราะมีการบรรจุเรื่องเข้าสู่วาระไปแล้ว สิ่งใดถูกหรือผิด ขอให้ไว้วางใจ สนช.ว่าจะทำหน้าที่ด้วยความถูกต้อง เป็นธรรม ไม่มีอคติ เชื่อว่าไม่มีอะไรกระทบกับการสร้างความปรองดอง

รู้ผลต้น ก.พ.ใครโดน-ไม่โดน

นายสุรชัยกล่าวว่าคาดว่าการลงมติถอดถอนคดีนายนิคม และนายสมศักดิ์ จะมีขึ้นประมาณปลายเดือน ม.ค. ส่วนคดีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไล่เลี่ยกันคือปลายเดือน ม.ค.หรือต้นเดือน ก.พ. แต่อาจมีตัวผันแปรคือ การตั้งคำถาม หากมีคำถามมาก จนไม่สามารถซักถามให้เสร็จภายในวันเดียว ก็อาจมีผลต่อเรื่องวันเวลาบ้าง เมื่อถามว่า หากถอดถอนไม่สำเร็จ สนช.จะกลายเป็นจำเลยของสังคมหรือไม่ นายสุรชัยตอบว่า เรื่องนี้เป็นสองมุม ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของสังคม ไม่ว่า สนช.จะมีมติออกมาอย่างไร ก็ต้องมีแรงเสียดทานเกิดขึ้น แต่การจะทำอะไรต้องตอบสังคมได้ ส่วนกรณีที่ต้องใช้เสียงสนช. 132 เสียง ในการถอดถอน จนอาจไม่สามารถถอดถอนได้ เป็นการคาดคะเน แต่ขอให้ สนช.ตัดสินโดยยึดความถูกต้องจากพยานหลักฐาน ไม่ใช่ยืนอยู่บนความเกรงใจ หากเป็นเช่นนั้น จะหาความถูกต้องไม่เจอ ส่วนการถอดถอน 38 ส.ว.คาดว่าจะบรรจุระเบียบวาระในสัปดาห์หน้า

“ตวง” จวกตอนทำผิดทำไมไม่กลัว

นายตวง อันทะไชย สมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยที่ สนช.จะดำเนินการถอดถอน และจะยื่นหนังสือคัดค้านมายังประธาน สนช.ไม่ให้ดำเนินการต่อ ส่วนตัวเคยพูดหลายครั้งว่าตอนที่พวกเขาทำความผิดทำไมไม่กลัว แต่พอจะมีการลงโทษกลับกลัวในสิ่งที่เคยทำ และยังพูดวกกลับไปเรื่องเดิม เช่น รัฐธรรมนูญปี 50 ไม่มีแล้ว เรื่องนี้จบไปนานแล้วแต่ที่ สนช.กำลังทำอยู่คือทำตามกฎหมาย พ.ร.บ.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามมาตรา 58 ที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวให้คงอยู่ในการทำหน้าที่ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เมื่อ ป.ป.ช.ยื่นมา สนช.ทำหน้าที่แทนวุฒิสภาก็ต้องดำเนินการตามหน้าที่

ท้าขี่ม้าสามศอกไปฟ้องได้เลย

นายตวงกล่าวต่อว่า หากบ้านเมืองไม่มีการเอาผิดกับผู้กระทำผิดแล้วจะอยู่อย่างไร ที่ สนช.ทำอยู่ไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่งหรือพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่งแต่ทำเพื่อประเทศชาติ หากใครเห็นว่า สนช.ทำไม่ถูกต้องขอแนะนำให้มีการไปฟ้องร้องที่ไหนก็ได้ตามสบาย หากการทำหน้าที่ต้องมานั่งเกรงใจว่าจะไม่ถูกใจคนนั้นคนนี้ที่เคยกระทำผิด บ้านเมืองจะอยู่อย่างไร ใครจะกล้ามาค้าขายกับประเทศเรา เพราะคนทำผิดจะมาบอกหรือว่าทำผิดแล้วจะไม่ยอมรับผิด ส่วนจะดำเนินการถอดได้หรือไม่แล้วแต่สมาชิกแต่ละคนจะพิจารณา

40 ส.ว.ลั่นผิดก็ผิดอย่าปรองดอง

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ทั้งนี้ นายประสาร มฤคพิทักษ์ สปช.หารือถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมพิจารณาถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตรองประธานรัฐสภาและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามสำนวนที่ ป.ป.ช.ส่งมา แต่มีการพยายามให้ข้อมูลว่า ไม่สามารถดำเนินการถอดถอนได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 50 ถูกยกเลิกไปแล้ว และการดำเนินการถอดถอนอาจกระทบต่อการปรองดองได้นั้น ส่วนตัวเห็นว่า เรื่องการสร้างความปรองดองต้องไม่นำประเด็นความผิดมารวมกัน การประนีประนอมสามารถทำได้โดยเทคนิคและวิธีการ แต่กระบวนการตามหลักนิติรัฐ นิติธรรมต้องยืนบนหลักความถูกต้อง ขอให้ สนช. พิจารณาเรื่องดังกล่าวด้วยความเที่ยงธรรม ยืนยันในสิ่งถูกต้อง ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก อย่าให้คนผิดลอยนวล

ปชป.บี้ สนช.ไม่กล้าลาออกไป

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ขอให้ สนช.คิดโดยปราศจากพญาอคติทั้ง 4 คือ ลำเอียงเพราะรัก ชังกลัวและไม่รู้ ถ้าคิดว่าตัวเองไม่มั่นคงก็ขอให้ลาออกไปให้คนที่มีความกล้าเข้ามาทำหน้าที่แทน เพราะบ้านเมืองยามวิกฤติต้องการคนกล้ามากกว่าคนดี หากทั้งดีและกล้าก็ยิ่งดี แต่หากเอาคนดีแต่กลัวมาทำงาน เมื่อไม่กล้าแล้วการทำงานในยุคปฏิรูปที่ต้องการแก้ไขปัญหาใหญ่ในชาติ ก็ไร้ประโยชน์และความตั้งใจที่จะปฏิรูปคงไม่สำเร็จตามที่วางไว้แน่

“นิคม” ไม่พึ่งทนายขอไปแจงเอง

นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมพิจารณาถอดถอนกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.มิชอบ ว่า ส่วนตัวไม่รู้สึกวิตกกังวลในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด พร้อมสู้คดีไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในทุกประเด็น โดยแนวทางการต่อสู้คดีส่วนใหญ่จะใช้หลักฐานและเอกสารต่างๆแบบที่เคยใช้ต่อสู้คดีในชั้นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อาทิ บันทึกการประชุมที่ถอดมาจากชวเลข รายงานของกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับการประชุม เป็นต้น จึงมองว่าไม่มีสิ่งใดน่ากังวลเลย เพราะเป็นข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ซึ่งประกอบไปด้วยหลักฐาน ไม่มีประเด็นอะไรที่พูดลอยๆ และในวันที่ 8 ม.ค. พร้อมจะเดินทางมาชี้แจงกับทางสนช.ด้วยตัวเองเพื่อจะได้อธิบายเหตุผลทุกเรื่องให้ สนช.ได้รับทราบในทุกประเด็น

“เต้น” โพสต์โต้ “สมชัย” ช่วย “โอ๊ค”

วันเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า เห็นรัฐบาลเล่นบทนิ่งกรณี “โอ๊ค” ตั้งฉายาให้ก็ OK เพราะนี่เป็นเรื่องปกติของผู้มีอำนาจที่ต้องมีเสียงสะท้อนจากรอบด้าน แต่เห็น กกต.สมชัยโพสต์กลอนตอบโต้แล้วก็อดใจ
ไม่ไหวจริงๆ “แป๊ะรำคาญไม่ให้งานบนเรือแป๊ะ ยังเที่ยวแขวะคนอื่นเขาไม่เข้าท่า ทั้งเซลฟี่โพสต์กวีหลายลีลา ทุกอย่างไม่ใช่หน้าที่ กกต. เสียงวิจารณ์เอาผลงานพิสูจน์ได้ แต่นี่เอาสะใจแล้วไงต่อ เงินเดือนสูงตำแหน่งหรูนั่งชูคอ กกต.วุฒิภาวะ อนุบาล”

“ทักษิณ” ห่วง ศก.แย่สั่งเด็กๆอยู่นิ่งๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มาพักอยู่ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีคนในครอบครัว ลูกๆ ญาติสนิท เดินทางไปร่วมฉลองปีใหม่ด้วยกันเงียบๆ เป็นการส่วนตัว ไม่ค่อยมีนักการเมืองหรือนักธุรกิจไปพบมากนัก อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณได้พูดกับคนที่ไปพบว่า เป็นห่วงเศรษฐกิจประเทศไทยกำลังแย่ เห็นใจผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน คนหาเช้ากินค่ำจะลำบากมาก อีกทั้งยังมีแรงกดดันจากต่างประเทศจะทำให้ลำบากมากขึ้น ฉะนั้นจะต้องใช้คนมีความรู้ความสามารถจริงๆแก้ปัญหา ก็คงต้องเปิดโอกาสให้รัฐบาลทหารทำงานเต็มที่ คนในพรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดง อย่าไปขัดขวาง เพราะลำพังปัญหาในปัจจุบันก็หนักมากอยู่แล้ว หากแก้ไขไม่ได้เดี๋ยวจะถูกกล่าวโทษว่าไปสร้างปัญหา

“บิ๊กโด่ง” เล็งแจงข่าว 3 บิ๊ก ทบ.ไขก๊อก

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน มีการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ.เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ พล.อ.อุดมเดช กล่าวในที่ประชุมถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า 3 นายพล ได้แก่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม และรอง ผบ.สส. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ และรอง ผบ.ทบ. และ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ และหัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา กองทัพบก อาจจะลาออกจากตำแหน่งทหารก่อนเกษียณอายุราชการในเดือน ต.ค.รวมถึงความแตกแยกในกองทัพว่า ที่ผ่านมายังไม่มีผู้ใหญ่ใน คสช.พูดถึงเรื่องนี้ หลังเป็นข่าวมาระยะหนึ่ง ขอให้รอดูต่อก่อนว่ากระแสข่าวจะเป็นอย่างไรต่อไป หากสื่อมวลชนยังสนใจและติดใจในประเด็นเรื่องใด ก็พร้อมชี้แจงเรื่องต่างๆด้วยตนเอง

ทบ.แจ้ง 8 ม.ค. เคลื่อนยุทโธปกรณ์

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 ม.ค.2558 กองทัพบกจะทำการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์จากหน่วยทหารในพื้นที่ กทม., จ.ราชบุรี, จ.ปราจีนบุรี, จ.สระบุรี และ จ.ลพบุรี มายัง กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ กทม. เพื่อเตรียมจัดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 58 โดยมีรายละเอียดการเคลื่อนย้ายดังนี้ เวลา 11.00-12.00 น. เคลื่อนย้ายเฮลิคอปเตอร์จาก จ.ลพบุรี มายังกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ เวลา 19.00-23.00 น. เคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย อาทิ ยานเกราะล้อยาง, รถถังชนิดต่างๆ, ปืนใหญ่, รถลาดตระเวน (ฮัมวี่), รถกู้ภัย, รถสายพานอเนกประสงค์, รถประปาสนาม จาก จ.ราชบุรี, ปราจีนบุรี, สระบุรี และ กทม. สำหรับเส้นทางการเคลื่อนย้ายจะผ่านเส้นทางสำคัญดังนี้ 1. จ.ราชบุรี : ใช้เส้นทาง ถ.เพชรเกษม-ถ.ปิ่นเกล้านครชัยศรี-สะพานกรุงธน-ถ.ราชวิถี-กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ 2. จ.ปราจีนบุรี : ใช้เส้นทาง รังสิต-นครนายก-ถ.วิภาวดีรังสิต-ถ.พหลโยธิน-กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ 3. พื้นที่ กทม. : จากที่ตั้งหน่วยทหารในเขตดุสิต, และหลักสี่ โดยใช้เส้นทางตามถนนสำคัญ เช่น ถ.ทหาร, ถ.ประดิพัทธ์, ถ.พหลโยธิน, ถ.แจ้งวัฒนะ, ถ.วิภาวดีรังสิต

โดยกองทัพบกจะเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์กลับที่ตั้งหน่วยทหาร หลังจากจบกิจกรรมวันเด็กแล้ว ในวันที่ 10 ม.ค.58 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ตามเส้นทางเดิม จึงขอแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบ และขออภัยในความไม่สะดวกทั้งปวง ที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ในครั้งนี้ด้วย

นายกฯรับของวันเด็กจาก “ป่อเต็กตึ๊ง”

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมาน โอภาสวงศ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง และคณะ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อมอบของขวัญนำไปแจกเด็กๆที่มาร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2558 ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันเสาร์ที่ 10 ม.ค. ได้แก่ ชุดสมุด ดินสอ และไม้บรรทัด จำนวน 120,000 ชิ้น

นอกจากนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ส่งมอบของขวัญวันเด็กดังกล่าวกระจายไปยังหน่วยงานต่างๆทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวน 4,800,000 ชิ้น

“ลุงตู่” ใจดีให้เด็กนั่งเก้าอี้นายกฯ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอบคุณคณะกรรมการบริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่ได้มอบของขวัญที่จะนำไปแจกจ่ายให้แก่เด็กๆและเยาวชนทุกคนที่เข้าร่วมงานวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ และนำไปแจกจ่ายให้แก่โรงเรียนที่ห่างไกลชนบทในส่วนภูมิภาคก่อน ทั่วประเทศอย่างทั่วถึง
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ 2558 ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ปีนี้นายกฯจะเปิดห้องทำงาน และเปิดโอกาสให้เด็กๆที่มาเที่ยวงานได้นั่งเก้าอี้ของนายกฯด้วย

สมเด็จพระบรมฯพระราชทานปฏิทิน

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องสีงาช้าง (ด้านนอก) ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต รองหัวหน้าสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมาร ผู้แทนพระองค์เชิญสมุดบันทึกและปฏิทินพระราชทาน มอบให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2558

อ้อน “ไบ๊ ชุนหลี่” ซื้อเอทานอลเพิ่ม

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย ไบ๊ ชุนหลี่ ประธานสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ภายหลังการเข้าพบ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายกฯกับนายไบ๊ ชุนหลี่ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงความร่วมมือ 4 เรื่อง คือความร่วมมือดาวเทียมสื่อสาร แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีความรู้ระหว่างจีนและไทย เรื่องการพัฒนารถไฟ พลังงานทดแทนและความหลากหลายทางชีวภาพ และสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ใน 1 ปี จากนี้ไปให้เร่งดำเนินการและวางแผนความร่วมมือต่อเนื่อง นอกจากนี้ นายกฯได้ฝากเรื่องการ ซื้อไฟฟ้าจากทางการจีน ไทยจะซื้อไฟฟ้าจากไชน่าเซาเทิร์น พาวเวอร์กริด ประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ อยู่ในช่วงการพิจารณาของทางการจีน และนายกฯได้เสนอให้จีนพิจารณาซื้อเอทานอลจากไทยเพิ่มขึ้น โดยฝ่ายจีนจะรับไปพิจารณา

2 คนไม่พอขอตั้งอีก 2 รองโฆษก รบ.

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาบุคคล เพื่อเสนอนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพิ่มอีก 2 ตำแหน่ง เพื่อช่วยงานประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลงานรัฐบาล เนื่องจากที่ผ่านมาตนต้องไปกับนายกรัฐมนตรีทุกครั้งที่เดิน ทางไปปฏิบัติภารกิจงานต่างประเทศ ทำให้เหลือ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียวที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลาดังกล่าว ถือเป็นงานที่หนัก โดยเบื้องต้นวางไว้เป็นผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 1 คน

สะพัด “น้องตั๊น–จิตภัสร์” ก็มาด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบุคคลที่คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อ ค่อนข้างชัดเจนแล้ว 1 ตำแหน่งคือนายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล อดีต ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะที่ชื่อของ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หนึ่งในแกนนำ กปปส. ที่มีชื่อมาก่อนหน้านี้ ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ยังไม่มีการทาบทาม น.ส.จิตภัสร์ แต่อย่างใด

จี้สอบไลน์ค่านิยม 12 ประการแพง

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.ผ่าน พ.ต.อ.อิทธิพล กิจสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. ให้ตรวจ สอบการดำเนินโครงการจ้างเหมาทำสติกเกอร์ไลน์ เพื่อเผยแพร่ค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการ ของรัฐบาลที่มีราคาแพงเกินจริง โดยนายศรีสุวรรณระบุว่า กระทรวงไอซีทีดำเนินโครงการจ้างเหมาจัดทำ สติกเกอร์ไลน์ ค่านิยมคนไทย 12 ประการ ให้ผู้สนใจ โหลดฟรีผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ตามนโยบาย คสช.เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่คนไทย วงเงิน 7,117,400 บาท โดยกำหนดราคากลางที่ 7,117,353.24 บาท แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเรื่องที่มาและเหตุผลของราคากลางที่แพงกว่าการดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกันของเอกชนทั่วไป การดำเนินการดังกล่าวจึงไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจ สอบการกำหนดราคากลางดังกล่าวที่แพงเกินจริงด้วย

“ปู” ฉายเดี่ยว 9 ม.ค. แจงคดีข้าว

เมื่อเวลา 20.00 น. นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้รับผิดชอบคดีรับจำนำข้าว กล่าวถึงการเตรียมตัวแถลงเปิดคดีโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในวันที่ 9 ม.ค. ว่า ทีมทนายความได้หารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถึงแนวทางการชี้แจงต่อที่ประชุม สนช.ที่จะแถลงเปิดคดีถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยได้ข้อสรุปว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อคัดค้านการแถลงเปิดคดีของป.ป.ช.ในโครงการจำนำข้าวด้วยตัวเอง ในวันที่ 9 ม.ค. โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์มีความมั่นใจว่า จะสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงในโครงการทั้งหมดต่อ สนช.ได้ เนื่องจากเห็นว่าโครงการดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งในวันที่ 6 ม.ค. ตนจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เพื่อยืนยัน ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมจะไปชี้แจง และในวันที่ 7 ม.ค. จะไปยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด เพื่อขอความเป็นธรรมไม่ให้รีบเร่งส่งฟ้องคดีอาญาโครงการจำนำข้าว จนกว่าจะมีการสอบข้อไม่สมบูรณ์ในคดีจนครบถ้วนทุกประเด็น

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้