วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ฉลอง'มั่นใจ เรื่องเมียสาว คุยกับลูกได้

'ฉลอง'มั่นใจ เรื่องเมียสาว คุยกับลูกได้

  • Share:

“ฉลอง ภักดีวิจิตร” ควงเมียวัยคราวลูกกลับกรุง ออกสื่อเปิดใจเคลียร์ปัญหาทั้งเรื่องสาแหรกภรรยาใหม่ ระบุรู้แค่มาจากตระกูล เจ้าขุนมูลนายที่เมืองขุขันธ์ ส่วนที่รีบแต่งเพราะอายุมากแล้วไม่อยากรอ พร้อมมั่นใจฝ่ายสาวไม่ได้แต่งเพราะหวังทรัพย์สิน เหตุรวยอยู่แล้ว และที่ผ่านมายกมรดกที่สร้างร่วมกับภรรยาเก่าให้ลูกทั้งสามหมด จากนี้ถือว่าต้องสร้างใหม่ โดยจะให้ทำทุกหน้าที่ยกเว้นนักแสดง และปลื้มฝ่ายหญิงเคยหยอดคำหวานจะอยู่ด้วยตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ ส่วนเรื่องลูกชายโพสต์ ข้อความเชิงไม่พอใจ ต้องปรับความเข้าใจกัน เชื่อแค่เข้าใจผิด ด้าน “เล็ก” เผยชีวิตคู่ “ฉลอง” เป็นคนสุดโรแมนติก อบอุ่น ให้เกียรติเสมอต้นเสมอปลาย ยันอายุไม่ใช่อุปสรรค เพราะอีกฝ่ายเป็นคนเข้าใจชีวิตต่างวัย

หลังเป็นข่าวฮือฮางานวิวาห์ฟ้าแลบระหว่างผู้กำกับอาวุโสคนดัง ฉลอง ภักดีวิจิตร ศิลปินแห่งชาติวัย 83 ปี กับเล็ก-พิมพ์สุภัค อินทรีย์ หรือเล็ก วัย 38 ปี ที่มีอายุห่างกันถึง 45 ปี ที่บ้านพักของฝ่ายสาวที่ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตามมาด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหลายด้านถึงความรักต่างวัยครั้งนี้รวมถึงกรณีที่ กอล์ฟ-กัญจน์ ภักดีวิจิตร ลูกชายผู้กำกับดังออกมาตัดพ้อในโซเชียล เน็ตเวิร์กทำนองไม่เห็นด้วยกับการวิวาห์ครั้งล่าสุดของบิดา ซึ่งทุกคนต่างรอผู้กำกับชื่อดังมาไขความกระจ่าง หลังทั้งคู่ยังอยู่บ้านของภรรยาสาวที่ จ.ศรีสะเกษ และมีกำหนดกลับ กทม.วันที่ 4 ม.ค.

กระทั่งเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ฉลอง ภักดีวิจิตร เดินทางมาออกรายการ “คันปาก” ที่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 หลังเสร็จสิ้นรายการได้เปิดใจต่อสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวจำนวนมากเป็นครั้งแรก เริ่มจากที่คนมองว่ากำลังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามันนั้น ตนก็มีความสุขไปตามธรรมชาติ ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก เพราะส่วนตัวมีอายุแล้วและยังต้องทำงานใหญ่ๆ ต่อไปในอนาคตเพื่อความบันเทิงของประชาชน ถามว่าอะไรที่ทำให้ตัดสินใจเลือกผู้หญิงคนนี้เป็นคู่ชีวิตใหม่ คงเป็นความดีในตัวเขา คิดว่าเขาเป็นผู้หญิงที่จะมาดูแล ให้ความอบอุ่น ให้ความรัก สำคัญที่สุดคือให้กำลังใจในการทำงานต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า เร็วไปมั้ย ในการตัดสินใจแต่งงาน ผู้กำกับชื่อดังกล่าวว่า ตนอายุ 83 ปีแล้วจะให้รออีก 2 ปีก็คงไม่ทันกาล หลังจากที่ภรรยาของตนเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 12 เม.ย.57 ก็ทำงานมาตลอด แล้วใครจะมาดูแล ให้ความอบอุ่นให้กำลังใจตน ลูกทั้งสามคนก็ต่างคนต่างมีครอบครัวแล้วจะมาดูแลตนได้ไหม ตนอยู่คนเดียวจะทำอย่างไร ซึ่งหลังจากแต่งงานแล้วคิดว่าผู้หญิงคนนี้ให้ชีวิตกับตนได้ เขาบอกว่าจะอยู่กับตนตราบใดที่ตนยังมีลมหายใจและสิ้นลมเมื่อไหร่เมื่อนั้นเขาถึงจะหยุดรัก

เมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับลูกทั้งสามคนเป็นอย่างไร ฉลองกล่าวว่า ตอนนี้ ลูกกู๊ด-เฉิด ภักดีวิจิตร มาช่วยทำงาน เขาก็มีอาชีพสร้างละคร ตนก็ให้เขาทำงานและยินดีที่เขาพึ่งตัวเองได้ เมื่อเขาต้องการให้ตนช่วยเหลืออะไรก็เต็มใจ เพราะลูกคือลูก พ่อคือพ่อ ส่วนเรื่องที่กัญจน์ ภักดีวิจิตร โพสต์ข้อความเชิงไม่พอใจนั้น เรื่องนี้ต้องปรับความเข้าใจกันว่าทำไมถึงเขียนไปแบบนั้น เขาอาจจะเข้าใจผิดอะไรก็ได้ ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกันเพราะตนเพิ่งกลับจากศรีสะเกษ พอถึงกรุงเทพฯก็เข้าที่พักเลย แต่หลังจากวันนี้ก็คงจะต้องพูดคุยกัน และยืนยันไม่เครียด ที่จะเป็นคนกลางระหว่างภรรยาใหม่กับลูก แต่ถึงอย่างไรก็ต้องพูดกันด้วยเหตุผล เรื่องที่ตนจะแต่งงานลูกทราบดี ซึ่งเขาก็เฉยๆ ไม่มีท่าทีอะไรกับตน ต้องคุยกันอีกทีว่าทำไมไปโพสต์แบบนั้น ถามว่าเสียใจไหมก็มีความรู้สึกนิดหน่อย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ด้วยเรื่องของอายุที่แตกต่างกันมากทำให้คนมองว่าฝ่ายหญิงยอมแต่งงานด้วยเพราะหวังในเรื่องทรัพย์สิน ฉลองชี้แจงว่า คงเป็นธรรมดา ของคนทั่วไป ต่างจิตต่างใจ คิดไปต่างๆนานาว่าผู้หญิง จะมาหลอกตนหรือเปล่า แต่ความจริงไม่มี เพราะทางครอบครัวของผู้หญิงก็มีฐานะอยู่แล้วที่ จ.ศรีสะเกษ

ส่วนที่มีการขุดประวัติว่าภรรยาใหม่สืบเชื้อสายเจ้าแห่งเมืองศรีสะเกษนั้น ฉลองกล่าวว่า ไม่มีการขุดประวัติอะไร เขาก็เป็นคนศรีสะเกษคนหนึ่ง จริงๆ ตนไม่ค่อยทราบประวัติครอบครัวเขามาก ทราบแค่ว่าเขาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น มาจากตระกูลเจ้าขุนมูลนายที่เมืองขุขันธ์ ส่วนเรื่องที่ถูกจับตามากขึ้นเขาไม่ได้เครียดเพราะตนให้ความอบอุ่นและให้กำลังใจตลอด ส่วนเรื่องของมรดก ไม่มีปัญหาเพราะพอภรรยาเก่าเสียชีวิตทนายก็มาจัดการ ซึ่งตนบอกว่าไม่เอาอะไร ให้ลูกทั้งสามคนให้หมด ฉะนั้นการจดทะเบียนสมรสไม่มีผลอะไร มีผลแค่ว่าตนต้องสร้างทรัพย์สินขึ้นมาใหม่ ตนให้ความยุติธรรมกับลูกที่ร่วมสร้างกันมากับภรรยาคนก่อนถึง 48 ปี ตนคงต้องสร้างตัวใหม่และย้ายออกไปเพื่อความสบายใจของภรรยาและลูกๆ คงต้องแยกไปอยู่ต่างหาก แต่ความสัมพันธ์กับลูกก็คงเหมือนเดิม ลูกกับพ่อตัดกันไม่ได้ ถึงจะย้ายไปอยู่ที่ใหม่แต่คงไปๆมาๆ ที่บ้าน

เมื่อถามว่า จะให้ภรรยาเข้ามาช่วยในการทำงานเมื่อไหร่ นายฉลองกล่าวว่า จะให้เริ่มฝึกงานและเรียนรู้ตั้งแต่ละครทอง 10 คิดว่าคงไม่ยากเพราะเขาสำเร็จวิชาการสื่อสารจาก ม.รามคำแหง โดยให้มาอยู่เคียงข้างไม่ว่าหน้าที่อะไรก็ตาม แต่คงไม่ได้ให้เป็นนักแสดง
สุดท้ายเมื่อถามว่า คาดคิดมาก่อนหรือไม่ว่า การแต่งงานใหม่ของตัวเองจะเป็นข่าวดังขนาดนี้ ผู้กำกับอาวุโสคนดังตอบว่า ตนได้รับตำแหน่งมากมาย จนกระทั่งได้รับพระราชทานเป็นศิลปินแห่งชาติ จึงเป็นธรรมดาเมื่อข่าวมันแตกออกไปลูกหลานที่เป็นสื่อมวลชนคงจะสนใจกันมาก บางคนโทร.มาหาถึงกับบอกว่าช็อกก็มี

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างออกอากาศ ทางรายการคันปาก ได้โทรศัพท์สัมภาษณ์เจ้าสาวคนล่าสุดของนายฉลอง เริ่มจากถามถึงกระแสวิจารณ์ที่ยังคาใจว่ามาแต่งงานเพราะเรื่องเงินทอง ซึ่ง เล็ก-พิมพ์สุภัคเปิดเผยว่า “ทุกอย่างออกมาจากใจ รักด้วยใจ ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินทองเพราะที่บ้านมีกินมีใช้ ไม่เคยรบกวนคุณอาเลย” และเมื่อพิธีกรถามถึงตอนที่เจอกันครั้งแรกเป็นยังไง ภรรยาใหม่ของนายฉอง ที่เรียกผู้กำกับอาวุโสว่า “คุณอา” ก็กล่าวว่า คุณอาเปิดประตูมาก็จ้องเราอยู่นาน เราก็คิดว่ามองเราเพราะเราอ้วนขึ้น ตอนนั้นยังไม่ได้คิดอะไร รุ่งเช้าหลังจากงานวันเกิดวันนั้น คุณอาก็โทร. ติดต่อพี่สาวเพื่อจะคุยกับเรา และก็ได้ศึกษาเรียนรู้กันมาเรื่อยๆ

เมื่อถามว่า นายฉลองเป็นคนโรแมนติกหรือไม่ เล็กเผยว่า เป็นคนโรแมนติกมาก หวานมาก อยู่ที่บ้านก็มีสีสันในครอบครัวตลอดเวลา เป็นผู้ชายอบอุ่น ไปช็อปปิ้งบ้าง ทานข้าวบ้าง มีเวลาให้ตลอด หลังจากเลิกกองถ่ายตอนเย็นก็กลับมาทานข้าวด้วยกันทุกวัน เป็นผู้ชายที่เอาใจใส่ดูแลดีมากๆ ทำให้ส่วนตัวคิดว่าอายุไม่เป็นอุปสรรคใด แต่ยิ่งทำให้เข้าใจกันมากขึ้น คุณอาเป็นคนเข้าใจชีวิตต่างวัย คุณอาให้เกียรติตนมาตลอด ไม่ว่าจะตอนอยู่ด้วยกันสองคนและไปเดินห้าง คุณอาไม่เคยล่วงเกินอะไร เป็นคนตรงไปตรงมา ตลอดเวลาที่คบกัน ตั้งแต่ตื่นนอน ไปกองละคร ทานข้าวก็จะรายงานตลอด โดยปกติคุณอาจะตื่นตีห้าครึ่งทุกวัน และตนรอส่งคุณอาไปกองถ่ายเวลาหกโมงครึ่ง ถามว่าได้พบครอบครัวของอาฉลองหรือยัง สำหรับตนแล้วยังไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับลูกชายคนโตเท่าไหร่ และก็ยังไม่เคยเจอหน้ากัน จึงไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆ

ส่วนกรณีข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา คงไม่มีผลกระทบอะไรกับชีวิตส่วนตัว แต่กลับทำให้เข้าใจสามีตัวเองมากขึ้น ให้กำลังใจมากขึ้นด้วย ส่วนข้อซักถามที่ว่า การวิวาห์ครั้งนี้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะเลือกแต่งงานเลยหรือรอไว้ก่อน เจ้าสาวของผู้กำกับดังเผยด้วยเสียงหนักแน่นว่า “ไม่รอค่ะ ไม่มีผลใดๆทั้งสิ้น เพราะเรามั่นใจในผู้ชายคนนี้มากๆ กระแสไม่มีผลใดๆยิ่งรักกันมากขึ้น” เล็กกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

และเมื่อถามว่า ประทับใจผลงานของนายฉลองเรื่องใดมากที่สุด เล็กกล่าวว่า คงเป็นละครเรื่อง อังกอร์ ส่วนโอกาสร่วมแสดงคงไม่มี ขออยู่ข้างๆให้กำลังใจดีกว่า พร้อมกันนี้ยังกล่าวฝากถึงแฟนๆ ด้วยว่า

“คงอยากให้ความอบอุ่นและกำลังใจ ขอยืนอยู่เคียงข้างคุณอาฉลอง เพื่อจะได้สร้างและพัฒนาผลงานดีๆต่อไป ทั้งในด้านการสร้างภาพยนตร์และโทรทัศน์ คุณอาไม่เคยหยุดนิ่งไม่ว่าจะเป็นการหาความรู้เพิ่มเติม อยากฝากประชาชนที่ติดตามผลงานของคุณอาให้กำลังใจคุณอาเยอะๆ ค่ะ” เล็ก-พิมพ์สุภัคกล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้