ข่าว
100 year

'ยาแรง'ล้างพันธุ์เก่า?

ทีมข่าวการเมือง6 ม.ค. 2558 05:01 น.
SHARE

เปิดศักราชรับปีแพะ

ก่อนอื่นเลยถือว่าได้ยาโด๊ปขนานเอกช่วงส่งท้ายปี กับออปชัน “นายกฯไม่มีเกษียณ” ที่ออกจากปากของ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ส่งซิกเป็นนัยเปิดทางให้ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.

ได้ตั๋วอยู่ยาวแบบไม่มีกำหนดเวลา

ในจังหวะที่ทีมงาน “บูรพาพยัคฆ์” นำโดยพี่ใหญ่อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ และ รมว.กลาโหม นำน้องๆ ในกองทัพตบเท้ามุดถ้ำบ้านสี่เสาเทเวศร์อวยพรปีใหม่ “ป๋าเปรม”

สยบแรงกระเพื่อมเกมอำนาจระหว่าง “ขั้วที่สาม” กับ “ขั้วอำนาจเก่าแก่”

กลบกระแสปมร้อนรายการ “ทาบบารมี” ระหว่าง “ป๋าเก่า” กับ “ป๋าใหม่”

ที่แน่ๆบวกลบคูณหารแล้ว คนที่มีแต่ได้กับได้ก็คือ “นายกฯลุงตู่” จากเดิมที่มี “พี่ป้อม” คอยเป็นแบ็กอัพคุมเกมประคองหลังให้ แถมยังได้ “ป๋าเปรม” การันตีสถานะ “นายกฯไม่มีเกษียณ”

ไปๆมาๆ ชักจะเนียนเหมือนยุคป๋าครองเกมอำนาจ

แต่จะหนักก็ตรงเงื่อนปมเศรษฐกิจ ที่เจอแรงตกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก ซ้ำสถานการณ์ภายในที่ฟุบยาวจากวิกฤติความขัดแย้งทางการเมือง

ย้ำเลยว่า ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น สถานการณ์เข้าขั้นซีเรียส

ตามข้อมูลดิบที่หลุดจากปากของบอสใหญ่บริษัทยักษ์ค้าปลีก ยืนยันสถานการณ์ร้านสะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น” ยอดขายตกลงฮวบฮาบ

สะท้อนเศรษฐกิจรากหญ้าที่เข้าสู่ภาวะหดตัว

และนั่นก็คือสัญญาณเตือนรัฐบาล เมื่อไหร่ที่ความเดือดร้อนลามถึงปากท้องชาวบ้าน อาการหงุดหงิดพาลฝ่ายบริหารจะเกิดขึ้นง่ายๆ

ซึ่งนั่นก็จะเป็นแรงกดดัน กระตุกให้ “นายกฯลุงตู่” ต้องรีบยกเครื่องทีมเศรษฐกิจ ดึงมืออาชีพเข้ามาช่วยประคองสถานการณ์เฉพาะหน้าไว้ก่อน

เคลียร์สถานการณ์ร้อนๆ ไม่ให้กระแทกชิ่งไปถึงกระบวนการปฏิรูปที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม

ตามจังหวะที่คิวร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดกติกาใหม่กำลังเข้าสู่ช็อตได้เสีย

จากปมร้อนที่มาของนายกรัฐมนตรีที่ตีตกการเลือกตั้งโดยตรงไปแล้ว แต่ที่สลับฉากมาแทนก็คือการเปิดช่องทางพิเศษให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจาก ส.ส.

นัยว่า เพื่อไม่ให้ติดล็อก “นายกฯ มาตรา 7” เหมือนช่วงวิกฤติ

แต่เรื่องของเรื่อง มันยังมีปมที่ร้อนแรงกว่าปมที่มาของนายกรัฐมนตรี ยั่วแรงต้านมากกว่าประเด็นใดๆ

นั่นก็คือโมเดลล้างบาง “นักเลือกตั้งพันธุ์เก่า”

ตามกระแสวงในทีมออกแบบกติกาเลือกตั้งใหม่ งานนี้ไม่ใช่ “ลูกกรงเหล็กมาตรา 8” ที่ล็อกผู้เคยต้องโทษคดีเว้นวรรคทางการเมือง

จากคดีคอร์รัปชันหรือกรณีทุจริตเลือกตั้งห้ามรับตำแหน่งทางการเมือง

อย่างที่ห่วงกันว่า จะเป็นการเหวี่ยงแหเหมารวมพวกมือบริหารอาชีพดีๆไปหมด

แต่ของจริงจะเป็นด่านสกัดด้วย “มาตรการภาษี” และการ “ดีแคร์บัญชีทรัพย์สิน”

โดยหลักการคร่าวๆ กติกาเลือกตั้งในรัฐธรรมนูญใหม่จะบังคับให้ผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งต้องแจกแจงบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน ตลอดจนรายการเสียภาษีทั้งหมด ต่อคณะกรรมการชุดหนึ่งที่ตั้งขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ

แทบจะ “แก้ผ้าล่อนจ้อน” ให้เห็นก่อนลงสมัครรับเลือกตั้ง

แน่นอนด้วยเงื่อนไขนี้ พวกที่หลบเลี่ยงภาษีก็จะมีตัวเลขที่มุบมิบไว้ประจานออกมา

โดยเฉพาะพวกเคลียร์บัญชีทรัพย์สินหนี้สิน หากตัวเลขไม่ตรงตามที่เคยแจ้งกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไว้ ก็จะโดนตามไล่บี้ตรวจสอบทรัพย์สินส่วนที่เกินมา

มีหวังโดนทวงบัญชีทบต้นทบดอก

ด้วย “ยาแรง” ขนานนี้ ถ้าไม่ “ใสสะอาดหมดจด” จริงๆ ก็คงไม่กล้าเสี่ยงเข้ามาเจอปังตอ

เชื่อกันว่า ด้วยวิสัย “นักเลือกตั้งพันธุ์เก่า” จะฝ่อไปเอง.

ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองประยุทธ์ จันทร์โอชาเปรม ติณสูลานนท์บูรพาพยัคฆ์ประวิตร วงษ์สุวรรณสัญญาณเซเว่นอีเลฟเว่นยอดขาย

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้