วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฮั่นแน่ เช็กตัวเองว่าเป็นไหม? 10 สัญญาณนักเที่ยวหลังหยุดยาวปีใหม่

ฮั่นแน่ เช็กตัวเองว่าเป็นไหม? 10 สัญญาณนักเที่ยวหลังหยุดยาวปีใหม่

  • Share:

หลังจากแฮงค์เอาท์กันไปเต็มเหนี่ยวช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะครั้งนี้ที่มีวันหยุดต่อเนื่องนานเป็นพิเศษ ทำเอาหลายคนเกิดอาการ 'ติดลม' (ประมาณว่ายังเที่ยวไม่จุใจ) แต่จะมามัวฝันหวานต่อก็คงไม่ได้ มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายต้องกลับมาเผชิญโลกแห่งความจริง เดินหน้าลุยงานในปี 2558 อย่างเต็มที่กันต่อไป

แม้จะเตรียมตัวเตรียมใจกลับมาทำงานในระดับหนึ่งแล้ว แต่ก็มักจะมีสัญญาณบางอย่างที่ถูกแสดงออกมา ผ่านทั้งสีหน้า แววตา และคำพูด ของนักเดินทางตัวยง ออกมาด้วยเช่นกัน และนี่คือ 10 สัญญาณ ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากการได้หยุดเที่ยวยาวๆ ที่ 'ไทยรัฐออนไลน์' รวบรวมมาให้ จะมีอะไรบ้างและคุณมีอาการหนึ่งในนั้นหรือเปล่า ไปดูกัน!!

1. เป็น "คุณเฉื่อย" ขี้เกียจทำงาน

ยังไม่พร้อมทำงานเลย

ก็แหม.. การได้พักผ่อน หรือออกเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัวท่ามกลางสภาพอากาศที่เป็นใจแบบนี้ หลายคนก็อิ่มสุขไปตามๆ กัน ยิ่งหยุดหลายวัน ก็ยิ่งได้เที่ยวไปในสถานที่หลายแห่ง แถมมีเวลาพักเหนื่อยระหว่างเดินทางมากขึ้น ฟินกันซะขนาดนี้ พอนึกถึงวันที่จะต้องกลับไปเผชิญกับวงจรการทำงานเดิมๆ (ที่อาจจะน่าเบื่อสำหรับบางคน) ก็เลยมีเสียงโอดครวญตามมาติดๆ แต่อย่ากระนั้นเลย ยังไงก็ต้องกำจัดตัวขี้เกียจออกไปให้ได้ หนึ่งในวิธีที่ได้ผล คือ การเตรียมตัวเองให้พร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น อาจจะตื่นเช้ากว่าเดิมเล็กน้อย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรีบร้อนก่อนออกจากบ้านมากเกินไป หรือการทำตารางงานทุกวัน ก็เป็นอีกหนทางที่ทำให้เราจัดการลำดับงานต่างๆ ได้ดีขึ้น เหล่านี้ก็จะช่วยลดความเครียด และบรรเทาความหงุดหงิดของวันแรกในการทำงานให้น้อยลงไปได้บ้าง

2. เที่ยวเพลิน "กระเป๋าฉีก" หมดตูด

อยากเที่ยวอีก

ไม่ใช่เฉพาะกับนักเดินทางเท่านั้น แต่ใครๆ ก็อยากสนอง need ตัวเองด้วยการละลายทรัพย์ไปกับเรื่อง กิน ดื่ม เที่ยว ในเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ สำหรับคนที่อาจจะเพลิดเพลินมากไปหน่อย หลังปีใหม่เลยมีอาการชักหน้าไม่ถึงหลัง แบบนี้มีหวังต้องมานั่งซดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันตั้งแต่ต้นเดือนที่เริ่มทำงาน หากไม่อยากพบเจอกับสภาพการณ์เช่นนี้ แนะนำว่าควรวางแผนจัดสรรเงินไว้เป็นส่วนๆ ตั้งแต่ก่อนเริ่มทริปท่องเที่ยวปีใหม่ โดยแบ่งส่วนหนึ่งสำหรับเที่ยวแบบจัดเต็ม แต่ก็ควรมีสติแบ่งเก็บอีกส่วนไว้สำหรับใช้จ่ายช่วงหลังปีใหม่ด้วย


3. "เหนื่อยล้า" จากการเดินทางไกล

เพลีย

เป็นอีกหนึ่งปัญหาใกล้ตัว ที่นักเดินทางบางคนอาจจะละเลย แต่จริงๆ แล้วนอกจากเดินทางกันสนุกสนานเต็มที่แล้ว ก็ควรหันมาใส่ใจกับการพักผ่อนให้เพียงพอกันด้วย หลายคนใช้เวลาวันหยุดไปกับความสนุกสุดเหวี่ยงจนนาทีสุดท้าย นั่นคงเป็นการทำร้ายร่างกายตัวเองมากไปหน่อย จะดีกว่ามั้ยหากลองล็อกเวลาว่างไว้สักเล็กน้อย โดยเฉพาะก่อนวันเริ่มการทำงานวันแรก โดยควรเผื่อเวลาไว้สักครึ่งวัน เพื่อใช้สำหรับจัดการข้าวของสัมภาระต่างๆ จัดการเอกสารเพื่อเตรียมให้พร้อมสำหรับการทำงาน เพียงเท่านี้ก็จะเป็นการไม่หักโหมร่างกายจนเกินไป แถมยังทำให้มีพลังเต็มที่ในการกลับมาทำงานอีกด้วย

4. "น้ำหนักพุ่ง" ต้องรีดไขมันกันอีกแล้ว!

ลงพุง

เรื่องนี้ สาวๆ หลายคนคงกำลังประสบพบพานกันอยู่ ไหนๆ ปีใหม่ก็มีแค่ปีละครั้ง ก็เลยจัดเต็มกันเกินลิมิต ร้านไหนที่ว่าอร่อย อาหารนานาชนิดที่อยากกิน หรือบุฟเฟ่ต์เจ้าประจำ เป็นต้องกินแบบกระหน่ำทุกมื้อ และผลลัพธ์ที่ได้กลับมาหลังปีใหม่ คือ น้ำหนักที่พุ่งพรวด ซึ่งสาวๆ ก็ต้องมานั่งกุมขมับ เพราะทรวดทรงองเอวของตัวเองที่อวบขึ้นแบบไม่ได้ตั้งใจ แบบนี้ฉลองปีใหม่ครั้งหน้า คงต้องรู้จักควบคุมปริมาณกันสักหน่อย อาจจะไม่ต้องถึงขั้นงดอาหารที่ตัวเองอยากกิน เพียงแค่เตือนตัวเองสักนิดว่าให้ 'กินแต่พอดี' เท่านี้ปัญหาน้ำหนักพุ่งพรวดคงไม่มากวนใจสาวๆ ได้อีกแล้ว

5. "ผิวเสีย หน้าโทรม" หลังปาร์ตี้สุดเหวี่ยง

หน้าโทรมมั้ย

สำหรับขาเที่ยวที่เน้นปาร์ตี้ยามค่ำคืน ชนิดที่ว่าพอตกค่ำย่ำเย็น เป็นต้องมองหาสถานที่ชิคแอนด์ชิล เพื่อออกไปกินดื่มรับบรรยากาศดีๆ ในช่วงปีใหม่ แต่หากปาร์ตี้หนักเกินไป (ได้หยุดยาว 5 วัน ก็ไป 5 วัน) ความแก่ก่อนวัยก็อาจจะมาเยือน โดยแสดงผ่านริ้วรอยยับย่นบนใบหน้าและผิวกายที่หยาบกร้าน ซึ่งอาการเหล่านี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า มาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ติดต่อกันมากเกินไปนั่นเอง วิธีแก้ไขให้หน้ากลับมาใสโดดเด้งในชั่วข้ามคืนคงเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยการกลับมาพักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำมากๆ ก็อาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะเรียกความสดชื่นให้กลับมาได้

6. "จน" กับทริปต่างประเทศและของแบรนด์เนม

ว่าไม่ได้สำหรับคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ใฝ่ฝันอยากไปเที่ยวเมืองนอกสักครั้ง พอสบโอกาสดีในช่วงหยุดยาวปีใหม่ก็เลยขอจัดเต็มสักหน่อย แต่บางคนอาจจะจัดเต็มเกินไป พอเห็นสินค้าแบรนด์โปรดก็เผลอตัวเผลอใจ "ช็อปกระจาย" งานนี้มีบัตรเครดิตเป็นรูด มีเงินสดเป็นควักจ่ายอย่างเพลิดเพลินเจริญใจ ดีไม่ดีลืมปิดสัญญาณโรมมิ่งอีก เอิ่มม.. กลับมาหลังปีใหม่มีหวัง เคลียร์หนี้กันอีกยาว แบบนี้ไม่ดีแน่ แนะนำว่าหากอยากจัดทริปปีใหม่แบบทัวร์เมืองนอกต้องอย่ามัวเมาไปกับของแบรนด์เนมจนเกินพอดีนะจ๊ะ สาวๆ

7. นั่งนับวันรอ "หยุดยาว" ครั้งหน้า

เมื่อไหร่จะถึงวันหยุด

หากเป็นนักเดินทางตัวยง พวกเขามักมีพลังในการออกเดินทางได้ไม่มีที่สุด แม้ว่าจะเพิ่งจัดทริปในช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ไปหมาดๆ แต่นักเดินทางกลุ่มนี้ก็พร้อมที่จะแพลนทริปหน้าต่อทันทีแบบไม่มีเหนื่อย เรียกว่านั่งนับวันบนปฏิทินกันเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ก็ต้องเป็นคนที่มีกำลังทรัพย์และกำลังกายที่แข็งแรงเป็นทุนเดิม จึงสามารถวางแผนการเดินทางได้ปีละหลายๆ ครั้ง สำหรับใครที่เป็นนักเดินทางหน้าใหม่ก็ไม่ต้องอิจฉาไป ค่อยๆ เก็บหอมรอมริบ และสะสมไมล์เดินทางไปเรื่อยๆ แม้แต่ละปีจะจัดทริปเดินทางได้ไม่บ่อยนัก แต่ก็ได้ประสบการณ์การท่องเที่ยวไม่ต่างกัน

8. "จิตตก" เพราะงานแต่งเพื่อนช่วงปีใหม่

จิตตก

ช่วงเทศกาลปีใหม่ นอกจากจะเป็นวันหยุดสุขสันต์สำหรับทุกคนในครอบครัวแล้ว บางครอบครัวก็ได้สุขกันมากขึ้น เมื่อมีงานมงคลสมรสเกิดขึ้นในช่วงเดียวกัน สำหรับคนมีคู่ก็แฮปปี้กันไป แต่สำหรับหนุ่มโสดสาวโสดอาจเผชิญกับสภาวะ จิตตก กันเล็กน้อยถึงปานกลาง ก็เพื่อนหรือญาติตัวดีดันจัดงานแต่งในช่วงปีใหม่แบบนี้ ทำเอาคนร่วมงานอิจฉาไปตามๆ กัน ข้อนี้คงไม่มีคำแนะนำใดๆ คงต้องพึ่งพาโชควาสนากันต่อไปว่า ปีหน้าจะถึงคิวตัวเองสละโสดบ้างหรือเปล่า

9. "หิว" ..ก็ร้านประจำดันหยุดยาวต่อ

เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาระดับชาติ สำหรับพนักงานบริษัท หรือมนุษย์เงินเดือนที่ได้หยุดปีใหม่ตามวันเวลาที่บริษัทกำหนด เมื่อถึงวันแรกของปีที่เริ่มทำงาน กลับพบว่าร้านรวงต่างๆ รอบออฟฟิศ กลับยังไม่เปิดทำการ งานนี้ทำเอาเซ็งไปตามๆ กัน เพราะไม่มีร้านอาหารมาเปิดขาย งานนี้คงต้องอาศัยเดินเสาะหาร้านอื่นๆ ที่เปิดบริการแล้วหรือไม่ก็เข้าไปรับขนมจีบ ซาลาเปา ที่ร้านสะดวกซื้อกันไปพลางๆ ก่อนนะจ๊ะ

10. "สดชื่น มีหวัง" จากการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ

ปีใหม่ เริ่มต้นใหม่

หลายคนกลับไปเริ่มต้นทำงานหลังหยุดยาวปีใหม่กับที่ทำงานเดิม เจอเพื่อร่วมงานคนเดิม เจ้านายคนเดิม แต่ขณะเดียวกัน ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่เปิดศักราชใหม่ไปพร้อมกับการเริ่มงานแห่งใหม่ด้วย การทำงานที่ใหม่พร้อมๆ กับการก้าวสู่ปีใหม่คงเป็นอีกสีสันของชีวิตวัยทำงานที่ทำให้รู้สึกสดชื่น และมีหวัง แต่ไม่ว่าใครจะทำที่เก่า หรือที่ใหม่ ทุกคนล้วนอยากให้ปีนี้เป็นปีที่ดี มีพลังในการทำงาน เพื่อพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และยังนับรวมถึงการปรับปรุงตัวเองใหม่ในทางที่ดีขึ้น เช่น เปลี่ยนนิสัยการตื่นนอนหันมาตื่นเช้ากว่าเดิม หันมากินอาหารสุขภาพ หรือหันมาออกกำลังกาย เหล่านี้ล้วนทำให้ปีใหม่ปีนี้ เป็นปีที่สดชื่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังสำหรับทุกๆ คนแน่นอน

ทำงานที่เรารักกันเถอะ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้