กีฬา
100 year

“กรมกิจการเด็กและเยาวชน” น้องใหม่ พม. ปั้นอนาคตชาติเชิงรุกครบวงจร : ขอตัวจริง “ร่วมคิด-ร่วมทำ”

ทีมข่าวพัฒนาสังคม6 ม.ค. 2558 05:01 น.
SHARE

นายณรงค์ - นางระรินทิพย์

“ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต”

คำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2558 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบให้กับเด็กไทยทุกคน

ขณะที่อีกหนึ่งในสิ่งดีๆ สำหรับเด็กและเยาวชนที่กำลังเกิดขึ้นในปี 2558 คือการจัดตั้ง กรมกิจการเด็กและเยาวชน จากการปรับโครงสร้างใหม่ของ กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่...) พ.ศ... ที่เป็นการแบ่งงานส่วนราชการใหม่ใน พม. ผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วาระ 2 และ 3 แล้ว โดยอยู่ระหว่างการประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ตามโครงสร้างใหม่ พม. สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) จะถูกแยกเป็น 2 กรม คือ กรมกิจการผู้สูงอายุ และกรมกิจการเด็กและเยาวชน ซึ่งบทบาทการทำงานจะมีภารกิจทั้งการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ รวมถึงการปฏิบัติการที่มีความเชื่อมโยงในกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

นางระรินทิพย์ ศิโรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ กล่าวว่า กรมกิจการเด็กและเยาวชนจะเป็นการนำหน่วยงานปฏิบัติด้านเด็กและเยาวชนซึ่งแต่เดิมอยู่ในความรับผิดชอบของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เช่น สถานสงเคราะห์เด็ก บ้านพักเด็กและครอบครัว มาอยู่ใน กรมกิจการเด็กและเยาวชน เป็นการโฟกัสกลุ่มเป้าหมายชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตามโครงสร้างเบื้องต้น ประกอบด้วย

งานด้านการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ การผลิตองค์ความรู้ งานด้านคณะกรรมการระดับชาติ เช่น คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและ เยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ งานส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน งานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน และ ความมือระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวเนื่องไปถึงอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ทั้งนี้ การทำงาน ยังต้องประสานกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ดูแลเกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน สภาเด็กและเยาวชนทุกระดับ รวมถึงท้องถิ่นที่จะสร้างความเข้มแข็งการทำงานในพื้นที่มากขึ้น

“รัฐบาลชุดนี้เน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กทุกช่วงวัย ดังนั้นทำอย่างไรให้เกิดการพัฒนาและการลงทุนกับเด็กและเยาวชนอย่างแท้จริง กรมกิจการเด็กและเยาวชนจึงเป็นความคาดหวังจากสังคม ดังนั้นการดำ-เนินงานใดๆ จะต้องเน้นทั้งด้านการพัฒนา ส่งเสริม และการคุ้มครอง ที่สำคัญคือต้องให้เด็กเป็นตัวตั้ง หรือ Child Center ให้เด็กได้มีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ รวมถึงการทำงานต้องอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและโดยเฉพาะท้องถิ่นพื้นที่ ยิ่งการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 จะนำไปสู่การอพยพเคลื่อนย้ายของผู้คนใน 10 ประเทศสมาชิกจึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะต้องเน้นความสำคัญทั้งการพัฒนาและการสร้างภูมิคุ้มกัน รวมถึงการป้องกันและแก้ปัญหาเด็กที่อาจจะมีมากขึ้น จึงต้อง ทำงานเชิงรุก ไม่ใช่แต่เพียงการตั้งรับ” ผอ.สท. ย้ำถึงแนวทางการทำงาน

หันมาฟังเสียงสะท้อนจากเยาวชน นายณรงค์ ฟับประโคน ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ระบุชัดว่า เป็นสิ่งดีที่จัดตั้งเป็นกรมกิจการเด็กและเยาวชน จากเดิมที่งานเด็กและเยาวชนอยู่ภายใต้ สท. ซึ่งต้องดูแลหลาย กลุ่มเป้าหมาย อีกทั้งภายใต้ สท.มีการแยกเป็นสำนักส่งเสริมและพิทักษ์เด็ก และสำนักส่งเสริมและพิทักษ์เยาวชน ซึ่งเป็นการทำงานแยกส่วน เมื่อเป็นกรมเดียว จะทำให้เกิดการบูรณาการการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นและโฟกัสที่กลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากเห็นคือ การเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีบทบาทดำเนินงานส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ การดำเนินกิจกรรมโครงการต่างๆ ให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ไม่ใช่เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งที่ถูกเห็นความสำคัญ เด็กและเยาวชนปัจจุบันกล้าแสดงออกและมีข้อมูลมากมายหลายอย่าง เด็กและเยาวชนคิดสร้างสรรค์ก่อประโยชน์มากมาย แต่กลับไม่ได้แรงผลักดันหรือสนับสนุน ดังนั้น ผู้ใหญ่จึงควรรับฟังเสียงเด็ก เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออก ไม่ใช่ผู้ใหญ่คิดและให้เด็กต้องทำตาม แต่ควรจะเป็นเด็กนำผู้ใหญ่หนุน

“การจัดสมัชชาเด็ก ซึ่งสภาเด็กและเยาวชนทุกระดับเข้ามามีส่วนร่วมจัดขึ้นทุกปีเพื่อระดมความคิดเห็นถึงแนวทางการพัฒนาและการแก้ปัญหาเด็กที่เกิดขึ้นในสังคม มีการ กลั่นกรองเป็นข้อเสนอส่งผ่านไปถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนหรือแก้ปัญหาเด็กประเด็นต่างๆ แต่ที่ผ่านมาก็ยังเห็นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมกับสิ่งที่สมัชชาเด็กได้เสนอ ทำให้เกิดคำถามถึง เสียงสะท้อนจากเด็กและเยาวชนยังคงไม่ได้รับความสำคัญเท่าที่ควร” ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ย้ำถึงปัญหาที่ผ่านมา

ทีมข่าวพัฒนาสังคม สนับสนุนเต็มที่กับการยกระดับหน่วยงานที่ดูแลด้านเด็กและเยาวชน โดยขยับขึ้นชั้นจัดตั้งเป็น กรมกิจการเด็กและเยาวชน เพื่อเดินเครื่องงานด้านเด็กและเยาวชนอย่างมีเป้าหมายชัดเจน ต่อเนื่อง ด้วยความจริงใจและจริงจัง

เพราะเรามองว่าปัจจัยสำคัญของการพัฒนาและแก้ปัญหาเด็ก จำเป็นต้องลงทุนกับเด็กและเยาวชนแต่เริ่มต้น ที่สำคัญคือการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเอง

หากเด็กและเยาวชนไทยยังได้รับการพัฒนาด้วยต้นทุนต่ำ สภาพแวดล้อมแย่ หน่วยงานต่างๆไม่แยแสอย่างแท้จริง

อนาคตประเทศไทยคงหนีไม่พ้น มีแต่ “ผู้ใหญ่ที่ด้อยคุณภาพ” เต็มเมือง.

ทีมข่าวพัฒนาสังคม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมกิจการเด็กและเยาวชนเด็กและเยาวชนพม.โครงสร้างใหม่ระรินทิพย์ ศิโรรัตน์ณรงค์ ฟับประโคน

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED