ข่าว
100 year

10สิ่งต้องห้าม..พลาด ในปีท่องเที่ยววิถีไทย

ทีมเศรษฐกิจ6 ม.ค. 2558 05:01 น.
SHARE

ขบวนแห่ประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมไทย ที่มีคนร่วมนับพัน บนระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร เริ่มจากสนามกีฬาแห่งชาติจดแยกราช-ประสงค์ มุ่งตรงไปยังสวนลุมพินี เพื่อสิ้นสุดบริเวณพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 จะปรากฏในวันที่ 14 มกราคม 2558 เป็นสัญลักษณ์ที่จะป่าวประกาศให้คนทั่วโลกได้รู้ว่า “ปีท่องเที่ยววิถีไทย” เริ่มต้นขึ้นแล้ว

เที่ยวอย่างไรถึงสะท้อนวิถีไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า อย่าไปคิดมากว่า ต้องย้อนอดีตกันไปไกลถึงยุคไหน วิถีไทยเป็นอารมณ์ท่องเที่ยวที่มีความสุขตามวิถีชีวิตคนไทย ง่ายๆสนุกๆสบายๆแบบไทยๆ...ที่เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร

“ทีมเศรษฐกิจ” จึงรวบรวม “10 สิ่งต้องห้าม...พลาดในปีท่องเที่ยววิถีไทย” มาให้ท่านผู้อ่านเลือกเที่ยวและได้เห็นภาพวิถีไทย ในบรรยากาศไทย ที่ประเทศไทยของเรา


1. 12 เมืองต้อง...ห้ามพลาด คงต้องเริ่มต้นจากโครงการที่เพียงแค่ชื่อก็ท้าทายให้ต้องไปเที่ยวกันแล้วกับแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองหรือเมืองดาวรุ่ง ที่คัดมาแล้วว่ามีจุดเด่น ทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ ลำปาง : เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา เพชรบูรณ์ : ภูดอกไม้สายหมอก น่าน : กระซิบรักเสมอดาว บุรีรัมย์ : เมืองประสาทสองยุค เลย : เย็นสุด...สุขที่เลย สมุทรสงคราม : เมืองสายน้ำสามเวลา ราชบุรี : ชุมชนคนอาร์ต ตราด : เมืองเกาะในฝัน จันทบุรี : สวนสวรรค์ร้อยพันธุ์ผลไม้ ตรัง : ยุทธจักรความอร่อย ชุมพร : หาดทรายสวยสี่ร้อยลี้ และนครศรีธรรมราช : นครสองธรรม


2. 22 เส้นทางสายดอกไม้ ใครที่ชอบถ่ายรูปสวยๆ เก็บบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ลองเลือกช่วงเวลาท่องเที่ยวในจังหวะดอกไม้บาน ทั่วประเทศไทยพบว่า มีดอกไม้ออกดอกสวยงามตลอดทั้งปี เพียงแต่ต้องไปให้ถูกที่ เที่ยวให้ถูกเวลา เริ่มจากมกราคม หุบเขาสีชมพู ภูลมโล จ.เลย สวนทิวลิป เทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม จ.เชียงราย และทางสายสุพรรณิการ์ จ.นครนายก กุมภาพันธ์ ทุ่งดอกเบญจมาศ จ.นครราชสีมา ทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี ถนนเหลืองปรีดียาธร จ.สุพรรณบุรี และป่าดอกเสี้ยว ป่าเหมี้ยง อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จ.ลำปาง

มีนาคม อุโมงค์ชมพูพันธุ์ทิพย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม เมษายน ถนนสายดอกคูน จ.ขอนแก่น และบึงล้านบัว อุทยานนกน้ำทะเลน้อย จ.พัทลุง พฤษภาคม นาบัว คลองมหาสวัสดิ์ จ.นครปฐม มิถุนายน ทุ่งดอกเปราะภูขาว อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก กรกฎาคม ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ สิงหาคม ทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อ ดอยหัวหมด จ.ตาก ทุ่งดอกปอเทือง จ.สงขลา


กันยายน ทุ่งดอกหงอนนาค อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ ตุลาคม ทุ่งดอกไม้ป่า อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี พฤศจิกายน หุบเขาบัวตอง ดอยแม่อูคอ จ.แม่ฮ่องสอน สวนชวนชม สวนนงนุช จ.ชลบุรี ธันวาคม ไร่ดอกกาแฟบาน จ.ชุมพร ลานต้นคริสต์มาส จ.เลย และทุ่งทานตะวัน เขาจีนแล จ.ลพบุรี

3. วิถีตลาดไทย...เสน่ห์ที่ไม่มีใครเหมือน ตลาดในประเทศไทยมีกลิ่นอายและวิถีชีวิตในแต่ละท้องถิ่นต่างอารมณ์กัน แถมมีของอร่อยไม่เหมือนกันด้วยสิ ถ้าใครไป จ.สุรินทร์ เช้าวันเสาร์เท่านั้นต้องแวะไป ตลาดนัดสีเขียว จะได้เห็นผักสดพื้นถิ่นแปลกตา ที่บรรดาเกษตรกรและแม่บ้านนำมาขายด้วยตัวเอง ขณะที่ ตลาดริมน้ำจันทบูร จ.จันทบุรี ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 300 ปี ช่วยรับประกันความเก๋าได้ ตลอดเส้นทางการเดินเที่ยวจะเห็นบ้านเรือนที่ผสมผสานศิลปะหลากหลาย จีน ฝรั่งเศส และไทย แถมมีร้านขายขนมโบราณ เช่น ขนมโก๋ ข้าวตัง และห้ามพลาดกับไอศกรีมตราจรวดที่ผลิตด้วยเครื่องจักรเจ้าแรกใน จ.จันทบุรี

ความนิยมท่องเที่ยวตลาดน้ำของไทยมีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ขอให้ตามไปดูตลาดน้ำแห่งแรกของประเทศ ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก จ.ราชบุรี ต้นกำเนิดของตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตลาดน้ำแห่งนี้มีวิถีชีวิตชาวคลองร่วมกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่กว่า 140 ปี เมื่อไปแล้วอย่าลืมชิม “ข้าวแห้ง” อาหารโบราณหากินได้ยาก คล้ายข้าวต้มทรงเครื่อง แต่ไม่มีน้ำซุป เสิร์ฟพร้อมไก่ฉีก เลือดหมู กุ้งทอด ปรุงรสหวานๆเค็มๆ

ส่วนใครตื่นเช้าต้องไป ตลาดสายหยุด จ.แม่ฮ่องสอน เปิดตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน ไปวายเอาตอนสายๆ 8-9 โมงเช้า ในช่วงเช้าของทุกวันเต็มไปด้วยความคึกคักของชาวเมือง ชาวเขา และนักท่องเที่ยว สินค้ามีทั้งข้าวของเครื่องใช้ เครื่องแต่งกายพื้นเมือง อาหารดั้งเดิม อาหารคาว อาหารหวาน สนนราคาสุดแสนสบายกระเป๋า กับข้าวถุงเริ่มต้นเพียงห้าบาท...สิบบาท

4. อาหารเฉพาะถิ่น...กินได้เฉพาะที่นี่ เมื่อเที่ยวแล้วก็ต้องกินกันให้พุงกางไปเลย ลองไปหาอาหารเฉพาะถิ่นกินกัน ถ้าใครไป จ.สุโขทัย ต้องไปกิน “ข้าวเปิ๊บหรือก๋วยเตี๋ยวพระร่วง” ของบ้านนาต้นจั่น กรรมวิธีการทำคล้ายข้าวเกรียบปากหม้อ แต่ใส่วุ้นเส้น ผักบุ้ง กะหล่ำปลี ถั่วงอก หรือผักอื่นๆลงไปบนแผ่นแป้ง และใช้ตะหลิวตวัดพับแป้งไปมาเพื่อห่อไส้ผักข้างใน อาการนี้แหละที่เรียกว่า “เปิ๊บ” เสร็จสรรพตักใส่ชาม กินได้เลย

ส่วนใครไป จ.อุตรดิตถ์ ต้องได้กิน ข้าวแคบ อาหารพื้นเมืองเลื่องชื่อ เอาข้าวเจ้าไปแช่น้ำแล้วโม่ จากนั้นนำไปหมักไว้จนมีกลิ่นทำให้เกิดรสเปรี้ยว เติมเกลือลงไป และนำแป้งมาละเลงบนปากหม้อที่มีความร้อน แล้วนำไปตากให้แห้ง เก็บไว้กินได้นานๆ มีเนื้อแป้งเหนียว ปรุงรสอร่อย มีหลายรส เช่น รสงา รสงาพริก รสกุ้งแห้งพริก รสสาหร่าย ส่วน จ.ตาก มีเมี่ยงจอมพล ที่ไปที่มาของชื่อนี้เมื่อในอดีตทุกครั้งที่จอมพลถนอม กิตติขจร มาเมืองตาก จะต้องไปกินเมี่ยงที่ร้านคุณป้าคนหนึ่งเป็นประจำ

ในบรรดาอาหารถิ่นนี้ ขอกล่าวว่าคงพลาดไม่ได้กับอาหารหลักของคนอีสานที่กลายเป็นอาหารโปรดของคนทั้งประเทศไปแล้วนั่นคือ ส้มตำ แต่รู้มั้ยว่า ที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย มีส้มตำน้ำใบสะทอน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นไม่เหมือนใคร ที่ใช้น้ำหมักใบสะทอนแทนปลาร้า และมี ส้มตำหัวโอ้ก หรือส้มตำด๊องแด๊ง คือ การนำแป้งขนมจีนที่บีบออกมาแล้วเป็นก้อนคล้ายลูกอ๊อด นำมาใส่ในส้มตำ หาลิ้มลองได้ใน อ.เชียงคาน จ.เลย

5. วิถีวัดยุคใหม่...ความอัศจรรย์ของวัสดุ พุทธศาสนิกชนเวลาท่องเที่ยวก็นิยมเข้าวัด ไหว้พระหาความสงบทางจิตใจ และพบว่าวัดจำนวนมากเป็นแหล่งท่องเที่ยวของประเทศ ขณะที่วิถีวัดยุคใหม่ มีความอัศจรรย์ของวัสดุที่นำมาก่อสร้างมากมาย เริ่มจาก พระมหาธาตุเจดีย์ไตรภพไตรมงคล ได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์สเตนเลสองค์แรกของโลก ยามต้องแสงแดดจะส่องประกายแวววาวเป็นเงางาม ตั้งอยู่บนยอดเขาคอหงส์ จ.สงขลา ส่วนที่ วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) จ.ร้อยเอ็ด มีพระมหาเจดีย์ชัยมงคล สร้างจำลองมาจากเจดีย์บูโรพุทโธ ของอินโดนีเซีย แต่สร้างด้วยหินทรายทั้งหมดงดงามดั่งเทพบันดาล ดูคล้ายเมืองสวรรค์ทั้ง 7 ชั้นตระการตา และที่ วัดป่าสว่างบุญ จ.สระบุรี มีมหาเจดีย์ 500 ยอด ยิ่งใหญ่ สวยงามอลังการไม่แพ้กัน ส่วนยิ่งสูง ยิ่งมหัศจรรย์ ต้องยกให้ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ แหล่งท่องเที่ยวที่ซ่อนตัวอยู่ใน จ.ลำปาง มีเจดีย์บนยอดเขากับจุดชมทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศา

สำหรับโบสถ์ที่โดดเด่น เชิญแวะไป วัดป่าลำขาแข้ง จ.กาญจนบุรี มีโบสถ์สเตนเลสและพระพุทธรูปสเตนเลสหนึ่งเดียวในโลก ฉลุลายไทยวิจิตรงดงาม และยังมี อุโบสถเงิน วัดศรีสุพรรณ จ.เชียงใหม่ สร้างเป็นทรงล้านนากรุด้วยโลหะเงินและดีบุก สุดยอดไฮไลต์ต้องไปชมโบสถ์เรืองแสง วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จ.อุบลราชธานี บริเวณวัดมีจุดชมวิวสามารถมองเห็นแม่น้ำโขง ทิวเขาของประเทศลาว ช่วงเวลาหลัง 6 โมงเย็นเป็นต้นไปจะได้เห็นภาพประติมากรรมต้นกัลปพฤกษ์ที่ติดอยู่ผนังหลังโบสถ์ปรากฏสีเขียวเรืองแสงขึ้นมา

6. ประเพณีที่คุ้น แต่คุณยังไม่เคย ประเทศไทยมีประเพณีมากมาย เนื่องจากมีหลากเชื้อสาย หลายชาติพันธุ์ มีความเชื่อ ศาสนา ต่างกันออกไป ทำให้ประเพณีเดียวกัน มีการปฏิบัติที่ต่างกัน ขอแนะนำว่าใครอยากประสบแต่ความสุข ร่ำรวยด้วยทรัพย์สินเงินทอง หาเวลาสักครั้งในชีวิตไปร่วม ตักบาตรเที่ยงคืน หรือตักบาตรเป็งปุ๊ด ประเพณีทางภาคเหนือ ที่มีเฉพาะ วันขึ้น 15 ค่ำ ที่ตรงกับวันพุธ พระภิกษุสามเณรในเมืองทุกรูปจะออกบิณฑบาตในถนนสายต่างๆ ตอนเที่ยงคืน บางปีอาจมีครั้งเดียว หลายครั้ง หรือไม่มีเลย

หากใครเคยไปร่วม ประเพณีสงกรานต์มอญ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี จะรู้ว่ามีความแตกต่าง มุ่งเน้นความกตัญญูต่อบุพการีและการบำรุงพระพุทธศาสนา ทั้งการอาบน้ำพ่อแม่ที่มารักษาศีลที่วัด การสรงน้ำพระโดยรางไม้ไผ่ ทั้งจะเห็นภาพผู้ชายนอนคว่ำลงกับพื้นเพื่อให้พระสงฆ์เดินไปยังที่สรงน้ำ และเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นชาวมอญจะร่วมกันถวายผ้าป่า ด้วยการนำสำรับอาหาร ต้นผ้าป่าที่ตกแต่งอย่างสวยงามเทินบนหัวแห่ไปยังวัด พร้อมการประโคมดนตรีอย่างสนุกสนาน

ขณะที่ เทศกาลลอยกระทงสาย ของชาวมอญโพธาราม จ.ราชบุรี นำกระดาษสีมาพับมุม 4 มุม วางเชือกที่ฟั่นเป็นตีนกา เทน้ำมันพืช 1 ช้อนลงไป แล้วนำไปลอยในแม่น้ำ จะเห็นแสงเป็นสายตามร่องน้ำสวยงาม ส่วนที่วัดพระธาตุดอยกองมู จ.แม่ฮ่องสอน มีลอยกระทงสวรรค์ เอากระทงกระดาษที่ผูกติดอยู่กับลูกโป่งสวรรค์และจุดเทียนสั้นๆ นำไปลอยขึ้นฟ้า เป็นการลอยกระทงที่ไม่เหมือนใคร

7. สัตว์ป่าน่ารัก...ของนักนิยมธรรมชาติ ปีที่ผ่านมาคนไทยฮือฮากันแล้วกับการชม วาฬบรูด้า ที่อ่าวตัว ก. หรือ อ่าวไทยตอนบน ช่วงที่ชมได้สะดวกคือสิงหาคม-ตุลาคม ที่คลื่นลมสงบและอาหารของวาฬบรูด้าอุดมสมบูรณ์


สำหรับ โลมา มีหลายจุดที่พบเห็นได้ เช่น โลมาอิรวดี ที่อ่าวตราด จ.ตราด ปากแม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ปากแม่น้ำท่าจีน จ.สมุทรสาคร ปากแม่น้ำบางตะบูน จ.เพชรบุรี แต่ละจุดมีอย่างน้อย 30 ตัว และที่ทะเลน้อย จ.พัทลุง หมู่เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล มีจุดละ 20 ตัว ส่วน โลมาหลังโหนก หรือโลมาเผือก มีที่อ่าวขนอม จ.นครศรีธรรมราช และบ้านตะเสะ อ.กันตัง จ.ตรัง จุดละประมาณ 50 ตัว นอกจากนี้มี โลมาปากขวด แพร่กระจายอยู่ในอ่าวพังงาตอนใน บริเวณเกาะไข่นอก-ไข่ใน จ.พังงา เกาะไม้ท่อน เกาะเฮ และเกาะแอว จ.ภูเก็ต

ขณะที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีการบริหารจัดการให้เข้าชม ฝูงกระทิง โขลงช้างป่า อย่างเป็นระบบ และช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน จะมี นกเหยี่ยว นับแสนตัว อพยพหลบหนาวจากตอนเหนือของโลกมายังประเทศไทย จากเขาเรด้า จ.ประจวบคีรีขันธ์ สู่เขาดินสอ จ.ชุมพร

8. ภูเขาดอย...คอยผู้พิชิต ฟิตกันหน่อยกับการเที่ยวพิสูจน์จิต ชนะใจตัวเอง ด้วยการพิชิต ยอดเขาโมโกจู ยอดเขาที่สูงที่สุดของผืนป่าตะวันตก ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร เดินป่าระยะไกล ไปกลับกว่า 62 กิโลเมตร เตรียมเวลาไว้เลย 5 วัน 4 คืน เส้นทางสุดโหดนี้มีคำกล่าวว่า “หากพิชิตยอดโมโกจูแล้ว ยอดเขาอื่นไม่ใช่ปัญหา”


ถัดมาต้องขึ้น ดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่ ยอดเขาที่สูงที่สุดจากระดับน้ำทะเล 2,220 เมตร อุดมไปด้วยพืชพันธุ์ไม้ต่างๆที่ขึ้นเฉพาะถิ่นที่นี่เท่านั้น ความท้าทายต่อมา คือ เขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช ยอดเขาที่ถือว่าเป็นหลังคาของภาคใต้ และต้องไม่พลาด เขาช้างเผือก จ.กาญจนบุรี อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ มี “สันคมมีด” ที่เสมือนสะพานที่สามารถเดินบนสายหมอกและปุยเมฆ ส่วนใครแรงน้อยลองขึ้น ดอยห้วยต้นไฮ จ.สุโขทัย ดอยแห่งนี้ไม่ได้สูงเสียดเมฆหรือหนาวสุดขั้ว เป็นดอยเตี้ยๆ เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ระยะทางเพียงกิโลเมตรกว่าๆ ยามค่ำคืนหากพักค้างบนดอย ก็จะได้เห็นทะเลดาวระยิบตา

9. สุขภาพดี วิถีชีวิตมีสุข กับการออกกำลังกายด้วยมวยไทยที่นิยมกันมากทั้งคนไทยและต่างชาติ พูดถึงการออกกำลังกาย ณ ดินแดนทางภาคเหนือ มีการออกกำลังกายที่เรียกว่า การฟ้อนเชิง (อ่านว่าเจิง) ศิลปะการต่อสู้ของทหารในสมัยล้านนา ปัจจุบันเรียกขานกันว่า ล้านนา-ไทเก๊ก ขณะที่ธรรมชาติบำบัดเพื่อคลายการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอกที่นิยมกันมากตอนนี้มีการฝึก ฤาษีดัดตน ด้านศาสตร์แห่งแพทย์แผนไทย มีนวดแผนไทยสารพัดแบบ ภาคเหนือมี นวดตอกเส้น ของล้านนา นวดทวารวดี จ.สุโขทัย ส่วนภาคใต้มี นวดโนรา กินรีลงสรง แต่ละพื้นที่ล้วนนำเอาศิลปะและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้

10. ของฝากต้องห้ามพลาด คนไทยเที่ยวที่ไหนก็นิยมของติดไม้ติดมือไป ฝากคนรอบข้าง ซึ่งมีโดดเด่นทุกจังหวัด แต่ลำดับหนึ่งต้องยกให้ปลาที่ “คนกินไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้กิน” ปลากุเลาตากใบ ราชาแห่งปลาเค็ม จ.นราธิวาส เลื่องชื่อลือชาในความอร่อยมาก เหนือกว่าปลาเค็มทั่วๆไป เป็นปลาที่เนื้อเนียนละเอียด รสเค็มกำลังดี ตอนทอดจะมีกลิ่นหอมโชยเตะจมูกยั่วน้ำลายไป 3 บ้าน 8 บ้าน เมื่อทอดเสร็จแล้วจะมีเนื้อแน่นเนียน ฟู เค็ม มัน ยิ่งถ้ามายำบีบมะนาว ซอยหอมแดง พริกขี้หนูลงไป ถือว่าอร่อยเด็ด ส่วนราชาปลาทู ต้องยกให้ ปลาทูแม่กลอง รสอร่อยกว่าที่ไหนๆ เพราะมีเนื้อแน่น มัน

ส่วนผลไม้น่าสนใจ มะไฟจีน พบการปลูกที่ จ.น่าน เพียงแห่งเดียว ทุเรียนหลง–หลิน-ลับแล จ.อุตรดิตถ์ หนึ่งในสุดยอดทุเรียนไทย มะยงชิด จ.นครนายกและ จ.สุโขทัย ตบท้ายด้วยชมพู่เพชร จ.เพชรบุรี รสชาติหวานกรอบหอมกว่าชมพู่พันธุ์ใดๆในประเทศไทย

********************************

ข้อมูลครบ โปรดเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า แล้วไปกันเถอะ...ท่องเที่ยววิถีไทย.

ทีมเศรษฐกิจ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปเศรษฐกิจท่องเที่ยววิถีไทยอุโมงค์ชมพูพันธุ์ทิพย์ตลาดน้ำตลาดนัดสีเขียวตลาดสายหยุดอาหารท้องถิ่นอุโบสถเงินยอดเขาโมโกจู

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้