วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เขตแดน หินดาบผ่า

เขตแดน หินดาบผ่า

  • Share:

เรื่องราวที่เบตงสมัยที่นักรบกองทัพปลดแอก และที่รามันสมัยนักรบขบวนการที่เคยมีครูเปาะสูเป็นผู้นำ ก่อนจะวางปืนเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เป็นประวัติศาสตร์หน้าหลังๆ...ที่ผ่านเลยไปไม่นานนัก

ย้อนหลัง...ไปเมื่อสี่ร้อยปีที่แล้วต่อเนื่องมาถึงเกือบสองร้อยปีที่แล้ว ดินแดนเหล่านี้มีประวัติศาสตร์การต่อสู้ท่ามกลางความซับซ้อนในเทือกเขาสันกาลาคีรี มีเหมืองแร่ดีบุกที่แย่งชิงกันแบบเอาเป็นเอาตาย

ระหว่างสองเมือง เมืองรามัน เมืองเประหนังสือเรื่องเล่าจากหมู่บ้านเชิงเขาบูโด (สกว.พิมพ์เผยแพร่) บันทึกไว้ว่า สมัยสุลต่านมันศูรซาร์ แห่งเมืองเประ (พ.ศ.2092-2120) เสด็จประพาสป่ามาใกล้เมืองฮูลูเประ ทรงพบหินก้อนใหญ่ มีลักษณะเหมือนถูกผ่าด้วยดาบ

ทรงประกาศให้หินก้อนนี้เป็นเส้นแบ่งเขตแดน ระหว่างเมืองเประ และเมืองปาตานี

หินก้อนนี้ชาวมลายูเรียกว่า หินตาปุง ชาวไทยเรียก...หินดาบผ่า

ต้องทำความเข้าใจกันก่อน ยุคสมัยนั้นเมืองปาตานีเป็นเมืองใหญ่หนึ่งเดียวด้านอ่าวไทย มีเมืองเล็กเมืองน้อยหลายเมือง เช่น เมืองยาลอ (ยะลา) รามัน เป็นบริวาร

ต่อมาเมืองรามันเริ่มร่ำรวยจากเหมืองแร่...ยกฐานะเป็นเมืองใหญ่ ทำท่าจะไม่ขึ้นกับปาตานี แต่ไม่มีเรื่องรบรากับปาตานี มีแต่เรื่องรบชิงเหมืองแร่กับเมืองเประ

รามันต้องการแม่น้ำมูดาเป็นทางส่งเหมืองแร่ออกทะเลอันดามัน แต่เมืองเประยึดหินดาบผ่าเป็นเส้นกั้นเขตแดน...ก็ไม่ยอม ตกลงกันไม่ได้ เรื่องก็ต้องรบกัน

เหมืองใหญ่สองเหมือง เหมืองเกลียนอินตันกับเหมืองกัวลากปายังอยู่ในเขตรามัน สุลต่านเประส่งกองทัพไปยึด สุลต่านโต๊ะนิ เจ้าเมืองรามันสู้เต็มที่ แต่ก็แค่รักษาเหมืองกัวลากปายังเอาไว้ได้ เสียเหมืองเกลียนอินตันให้เมืองเประ

พ.ศ.2385 แม่ทัพฝ่ายเประ ชื่อรายา สาฮิด ฝีมือรบเข้มแข็ง ฝ่ายรามันเปลี่ยนยุทธวิธีรบใหม่ เจรจาเป็นไมตรี ส่งน้องสาวชื่อนางสีกูวัต ให้เป็นเมีย ขณะขบวนแห่ขันหมากไปถึงบ้านราโมง ก็มีมือมีดลอบแทงแม่ทัพฝ่ายเประตาย

กำจัดแม่ทัพฝีมือดีฝ่ายเประได้ ฝ่ายเมืองรามันก็สั่งให้ลูกสาวชื่อ

โต๊ะนัง ซีกุวัต ไปดูแลเหมืองแร่เกลียนอินตันเอาไว้ สงครามร้อนแรงรามันเประ ก็ยังดำเนินต่อ ติดพันถึงรุ่นหลาน

ต่วนนิลาบู น้องสาวต่วนนิยากง เจ้าเมืองจาวัง...เขตแดนฝ่ายเมืองรามัน ขยายใหญ่ขึ้น...ล้ำแดนเมืองเประ

ตอนนั้นทั้งรามัน ทั้งเประ ต่างก็มีลูกพี่เดียวกัน คือสยาม...เประ

สู้ไม่ได้ก็ต้องฟ้องสยาม

พ.ศ.2425 สยามจับมือสองเมืองปักปันเขตแดน...ที่บูเก็ตนาซะ ระหว่างเมืองกือนายัตกับตาวาย แต่เมื่อผลประโยชน์เข้าตา เขตแดนใหม่ ก็เหมือนเขตแดนหินดาบผ่า...สองเมืองก็ยังรบกันต่อ

จนถึงปี 2452 หลังสัญญาอังกฤษกับสยาม มีการแบ่งเส้นกั้นเขตแดนกันใหม่ เขตแดนเมืองรามันก็เหลือเพียงเบตง ยะรม ส่วนเหมืองอินตัน

โกรเน บาโลน และเซะ หรือโกระ เป็นของฝ่ายมลายู

ในยุคฝรั่งล่าอาณานิคม สงครามชิงเหมืองแร่ ระหว่างรามันกับเประก็จบลง

วันเวลาผ่านเลยมาจนถึงวันนี้ ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ก็กลบประวัติศาสตร์หน้าเก่าลบเลือนไป เหลือทิ้งไว้สิ่งเดียว คือคำบอกเล่า กล่าวขาน

ถึงต่วนโต๊ะนิ เจ้าเมืองรามัน

ว่ากันว่า ต่วนโต๊ะนิไปไหนมาไหนแต่ละทีมีขบวนช้าง 300 เชือก ชื่อต่วนโต๊ะนิ ศักดิ์สิทธิ์ถึงขนาดเมื่อมีปัญหาช้างที่ไหนเพียงนึกถึงต่วนโต๊ะนิ เภทภัยจากช้างป่าก็จะหมดไปทันที

วันนี้มีกูโบร์ต่วนโต๊ะนิอยู่ 3 แห่ง ที่โกตาบารู (รามัน) ที่เบตง และที่เมืองโกระ เขตเมืองเประ (เปรัค) มีคนไปกราบไหว้กันไม่ขาด

ส่วนตาปุงเขตแดนหินดาบผ่า...เมื่อสี่ร้อยปีที่แล้ว เข้าใจว่าวันนี้อยู่ในเขตมาเลเซีย แต่ดูเหมือนไม่มีใครนึกถึงอีกแล้ว

ขึ้นชื่อว่าเขตแดนนั้น...ไม่ว่าจะใช้ดาบผ่าหิน (ภูเขา) เป็นสัญลักษณ์ หรือจะใช้หลักเขต หรือจะถึงขั้นสร้างกำแพง...เป็นหลักฐาน แต่หากทั้งสองฝ่ายไม่ยอมใช้ ไม่เชื่อถือ...ก็ไม่มีความหมาย

เขตแดนก็เหมือนคำสัญญา...ที่คุณสมชายขอไว้...ละกระมัง ตอนนี้เริ่มมีคนปล่อยข่าว สัญญาที่จะสิ้นสุดปลายปี 2558 จะเลื่อนไปถึงปี 2561 ผมไม่เชื่อข่าวนี้ครับ ผมเชื่อในศักดิ์ศรีชายชาติทหาร ทหารพูดคำไหน ก็คำนั้น.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้