วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โอ๊คจัดให้ ฉายา12คนการเมือง

โอ๊คจัดให้ ฉายา12คนการเมือง

  • Share:

อนุทินเตือน กันท่าทักษิณ ปัญหาไม่จบ! ‘พรเพชร’ห่วง ปมถอดถอน

“อนุทิน” ฟันธงตั้งพรรคทหารไปไม่รอด หยัน “หญิงหน่อย” ไม่ กล้าตีจากนายใหญ่ รัฐบาลหลังเลือกตั้งอยู่ไม่นาน เขียน รธน.กีดกัน “ทักษิณ”ปัญหาไม่จบ ฉะเขียนย้อนยุค “แจกซองข้ามโถฉี่” ไม่เชื่อมีปฏิวัติซ้อน “พรเพชร” ห่วงงานถอดถอนเต็มมือ ย้ำ สนช.ต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อดับไฟ “โอ๊ค” ผ่าหมากตั้งฉายา 12 คนการเมือง “สมชัย-หลวงพี่เทือก-อมรา-ปนัดดา-เสรี” โดนถ้วนหน้า “หม่อมอุ๋ย” งานก็อปเกรดเอ พระเอกลิเกให้ “มาร์ค” “วิชา-ตุลาการศาล รธน.” จอมสองมาตรฐาน จิกกัด “บิ๊กตู่” ผู้มีวิสัยทัศน์ล้ำเลิศ

ท่ามกลางกระแสข่าวว่าหลังจบสิ้นโรดแม็ป การปฏิรูป จะมีการตั้งพรรคการเมืองนอมินีเพื่อสานต่ออำนาจของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย วิเคราะห์ว่าพรรคการเมืองทหารไปไม่รอดแน่นอน

“อนุทิน” ฟันธงพรรคทหารไปไม่รอด

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่า คสช.หรือทหารจะตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อต่ออำนาจว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ที่ผ่านมาทหารตั้งพรรคมากี่คนก็ไปไม่รอด เมื่อถามว่า อาจมีการสกัดพรรคการเมืองใหญ่แล้วรวบรวมพรรคเล็ก ดึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โดยมีพรรคทหารมาร่วมรัฐบาล นายอนุทินตอบว่า ถามว่าคุณหญิงสุดารัตน์กล้าทิ้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ตนว่ายี่ห้อคุณหญิงสุดารัตน์ไม่กล้า ดูอย่างนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย วันนี้ไม่มีอะไรและยังไม่เห็นหนทางว่าจะเป็นไปได้

รัฐบาลหลังเลือกตั้งอยู่ได้ไม่นาน

เมื่อถามว่า นายเนวินจะกลับมาเล่นการเมืองอีกหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า วันนี้เขาเป็นเทพเจ้าวงการกีฬา เป็นเทพเจ้านำความเจริญให้ชาวบุรีรัมย์ไปแล้ว เลือก อบจ.เมื่อไหร่ก็ชนะ แต่ในระดับชาติคงไม่เล่นแล้วยิ่งวันนี้ยิ่งไม่เล่นใหญ่ จังหวะตอนนั้นคือสามารถเจรจากับทหารให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นเป็นนายกฯ แต่วันนี้ถ้าจะไปสู้กับ พ.ต.ท.ทักษิณยิ่งไม่เอา หายไปเลยดีกว่า ที่ผ่านมานายเนวินมักอยู่ท่ามกลางเขาควาย เลือกถูกข้างก็ดีไป แต่คราวนี้คงไม่เอาด้วยเพราะจะขาดเพื่อน ทุกวันนี้ที่ไปทำฟุตบอลก็ดีกว่าอยู่เปล่าๆ เล่นการเมืองก็โดดเดี่ยว เหมือน พ.ต.ท.ทักษิณที่ช่วงหนึ่งไม่มีเพื่อนมีแต่ลูกน้อง แต่วันนี้เริ่มมีเพื่อนแล้ว พรรคเพื่อไทยวันนี้สร้างวัฒนธรรมเอาไว้ว่าต้องเอาผลงานเข้าแลก ผมว่าพรรคมันใหญ่เกินไป ซึ่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณเอาอยู่ทั้งพรรค แต่พอแมวไม่อยู่บรรดาเจ๊ๆก็มีบทบาทในพรรค ส่วนการเลือกตั้งครั้งหน้าน่าจะราวเดือน มิ.ย.2559 แต่รัฐบาลที่มาจากเลือกตั้งจะอยู่ไม่นาน

ชี้ ขรก.เกียร์ว่างรอเวลา

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่สองพรรคการเมืองใหญ่จะเจรจากันรู้เรื่องหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ถ้าเป็นตนปิดประตูต่อยกันดีกว่า เป็นบทเรียนแล้วในวันนี้ เมื่อถามว่า ดูรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า บอกตรงๆว่าวันนี้ข้าราชการไม่ได้อะไรมากกับ คสช. ข้าราชการเลยเฉยๆไม่กระตือรือร้น เพราะรู้ดีว่าเดี๋ยวก็ไป การเมืองขณะนี้พูดอะไรไม่ได้เพราะยังไม่รู้กติกา เราต้องดูรูปแบบให้ชัดเจน ตนก็มีทางเลือก ถ้าจะให้พรรคเล็กตัดสินใจตนจะทำพรรคภูมิใจไทยให้เหลือแค่ จ.บุรีรัมย์ แม้การเมืองจะเขี้ยวขนาดไหนก็คิดว่าอยู่ได้ไม่นาน การเลือกตั้งหลังปฏิวัติรัฐบาลจะอยู่ได้ไม่นาน เพราะนักการเมืองส่วนใหญ่ไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญต้องมาแก้ไขกันใหม่

จ้องกีดกัน “ทักษิณ” ปัญหาไม่จบ

นายอนุทินกล่าวอีกว่า การเมืองวันนี้ไม่ต้องไปดูอะไรมาก อย่างตนมาจากนักธุรกิจทำพรรค การเมืองแบบทุนนิยม ไม่ต้องอะไรมาก ไม่เคยกลัวเลยว่าจะเลือกตั้งแบบไหนทั้งแบ่งเขต รวมเขต จะเรียงเบอร์ ไม่เรียงเบอร์ หรือให้เลือกนายกฯโดยตรงได้ทั้งนั้น เพราะปัจจัยสำคัญอยู่ที่หัวคะแนนไม่ใช่ผู้สมัคร ฉะนั้นการเขียนรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้เป็นการปฏิรูปการเมือง เป็นการเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อกัน พ.ต.ท.ทักษิณมากกว่า ถ้ายังเอาแต่ป้องกัน พ.ต.ท.ทักษิณโดยไม่ลดราวาศอก เชื่อเถอะว่าอยู่ไม่ได้ไม่มีทางเลย ถ้าจะกัน พ.ต.ท.ทักษิณได้ พรรคเพื่อไทยต้องลดขนาดเล็กลง แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณต้องประกาศหยุดเล่นการเมือง “ไม่ใช่ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ เหมือนทุกวันนี้”

นิรโทษต้องจบในแพ็กเกจเดียว

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ารัฐธรรมนูญที่เขียนกันอยู่นี้เพื่อต้องการสกัด พ.ต.ท.ทักษิณเพียงคนเดียว นายอนุทินตอบว่า เราต้องย้อนไปมองว่าทำไมเหตุการณ์ 92 ศพหลุดคดีเพราะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ คดีคนเสื้อเหลืองหลุดหมด แต่ทำไม พ.ต.ท.ทักษิณต้องรับโทษ ถามว่า หากนิรโทษกรรมเกิดได้โดยเอาเฉพาะคดีที่ยังไม่ตัดสิน คดีที่ตัดสินแล้วไม่นับ ก็ต้องกำหนดวันออกมาเลยว่าวันไหน ปีไหน และจะไปยกเว้นเฉพาะแกนนำไม่ได้ กรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก็ขอนิรโทษแพ็กเกจเดียวในวโรกาสไหนก็ว่ากันไป ทุกคนต้องได้รับนิรโทษกรรม แต่ต้องคุยกันว่า พ.ต.ท.ทักษิณต้องจบนะ ต้องเลิกเล่นการเมือง ถ้าคนอื่นอยากเล่นการเมืองก็ได้แต่ต้องไม่ให้เงิน

ฉะ รธน.ย้อนยุคแจกซองข้ามโถฉี่

เมื่อถามถึงประเด็น ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรค การเมืองอีก นายอนุทินตอบว่า จะเอาอย่างในอดีตที่มีการแจกซองข้ามโถฉี่กันอีกหรือ ต้องบอกว่าเขาไม่เข้าใจ ทุกวันนี้ ส.ส.มีเอกสิทธิ์ในสภา อย่างในอดีต ส.ส.ในกลุ่มของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็เคยโหวตให้พรรคเพื่อไทยทั้งที่อยู่พรรคภูมิใจไทยแท้ๆ หรือพรรคเพื่อไทยบางคนก็มาโหวตให้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ทุกคนมีเอกสิทธิ์ในสภาไม่จำเป็นต้องสังกัดหรือไม่สังกัดพรรค มันอยู่ที่ว่าถ้าคุณแหกคอกเขาก็ขับคุณออกจากพรรค รัฐธรรมนูญปี 50 คานอำนาจไว้ดีแล้ว และไม่ใช่นักการเมืองร่าง พวกคุณ ร่างเอาไว้ไม่ใช่เหรอ ด้วยเหตุผลเดียวคือทำให้การ เมืองอ่อนแอ อย่าไปกังวลว่าจะสังกัดหรือไม่สังกัด เพราะมันจะหนักกว่าเดิมเหมือนปล่อยผี รับหมดทุกเรื่องเวลาจะโหวตอะไร คนที่ร่างไม่รู้ว่าเอกสิทธิ์ ส.ส.คืออะไร รู้แต่ว่า ส.ส.จะโหวตตามมติพรรค เข้าใจว่า ส.ส.ทุกคนมีสปิริต แต่จริงๆการเมืองทุกวันนี้มันไม่ใช่

ลั่นดาล ปชป.แกนนำตั้งรัฐบาล

นายอนุทินกล่าวต่อว่า สมัยก่อนเรามีรัฐธรรมนูญซึ่ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ สองสมัย วันดีคืนดี “ป๋าเปรม” บอกพอแล้ว พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เข้ามาเป็นนายกฯ ก็ถูกทหารปฏิวัติ จากนั้น พล.อ.สุจินดา คราประยูร มาเป็นนายกฯ มีม็อบมือถือ ผู้มีการศึกษาเรียกร้องนายกฯ ต้องมาจากเลือกตั้ง แต่ 22 ปีผ่านไปมีปฏิวัติ 2 ครั้ง มีรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ร่างโดยคนที่ไม่ได้อยู่ในการเมือง คนร่างคือนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ทีแรกก็บอก ว่านายกฯ ต้องมาจากเลือกตั้ง แต่มาคราวนี้บอกว่าให้เลือกนายกฯโดยตรง มันเป็นการแสดงอาการเขิน ของคนที่อยากเป็นนายกฯหรือไม่ “แต่ผมไม่กลัวว่าจะเลือกอย่างไร ยิ่งไปเลือกกันมากเท่าไหร่พรรคเพื่อไทยยิ่งมา ยิ่งไปเขียนรัฐธรรมนูญกีดกัน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ออกไป ส.ส.เขตก็เข้ามาอีก ไม่ต่างอะไร กันพรรคเพื่อไทยก็เข้ามาอีก ต่อให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.มากขนาดไหนก็เป็นไปไม่ได้ เพราะภาคอีสาน ประชาธิปัตย์มาไม่ได้ อย่างมากก็ได้แค่ 100 กว่าๆ ซึ่งไม่ได้เป็นแกนนำ นอกจากเกิดจากการปล้น ต่อ ให้ไปเลือกตั้งในค่ายทหารเพื่อไทยก็มาอยู่ดี” นายอนุทินกล่าว

เชื่อไม่มีปฏิวัติซ้อน

นายอนุทินกล่าวอีกว่า เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งถ้า พล.อ.ประยุทธ์ หรือ พล.อ.ประวิตรอยากถอยออกแต่บังเอิญมีคนบอกว่าไม่ได้ ต้องเป็นนายกฯต่อ มันก็จะเข้าหลักการเดียวกับคณะ รสช.ที่ว่า “สุไม่เป็น นายกฯ ก็ให้เต้เป็น ถ้าเต้ไม่เป็นก็ให้ตุ๋ย” ตรงนี้ไม่รู้ใครเป็นกุนซือ ซึ่งอำนาจของความเป็นนายกฯจะด้อยลงเพราะไม่ได้เป็น ผบ.ทบ. เขาเองก็ไม่กล้าหาทางออกด้วยการใช้อำนาจ ทุกคนอยากให้หัวหน้า คสช.ออกคำสั่ง แต่คนที่ใช้อำนาจเข้าใจดี ส่วนใหญ่จะสั่งอะไรต้องผ่าน ครม. ช่วงหลังๆไม่มีการออกคำสั่งโดยหัวหน้า คสช. เพราะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อถามว่าปีนี้ปัญหาปากท้องประชาชนจะนำไปสู่การปฏิวัติซ้อนหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า คงไม่มีโอกาสเกิด เพราะไม่มีใครกล้า โครงสร้างอำนาจกองทัพยังเกื้อหนุน อำนาจยังอยู่ในมือของคนที่เขาไว้วางใจคือ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ.ที่วางตัวกันไว้นาน ฉะนั้น ไม่มีปฏิวัติ ซ้อน ขนาด พ.ต.ท.ทักษิณยังนิ่ง “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เงียบสนิท ไปทำมาหากินจึงไม่มีปัจจัยอะไร

วันนี้ไม่มีใครกล้าหือต้องทำให้ดี

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังเป็นผู้มีอิทธิพลทางการเมืองไทยอยู่ นายอนุทินตอบว่า “แบรนด์ทักษิณติดตลาดไปแล้ว ฝั่งตรงข้ามยังเรียกระบอบทักษิณที่สร้างกระแสได้ ฉะนั้น คสช.หรือใครก็ตามที่ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อฆ่าทักษิณยิ่งทำไม่ได้ เพราะนักการเมืองมันฆ่าไม่ได้ สุดท้ายมีทางเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องคุยกับทักษิณ ถ้าไม่คุยกับทักษิณไม่มีวันจบ” ส่วนรัฐบาล คสช.ก็คงลากถูลู่ถูกังไป ไม่เคยคิดว่าจะให้รัฐบาลมีอันเป็นไป เชื่อว่านายกฯมีความตั้งใจจริง ถ้าวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไปแล้วคนอื่นมา มันจะยุ่ง พล.อ.ประยุทธ์เก่งที่ได้เป็นนายกฯ เก่งที่ไม่มีใครกล้าหือ เชื่อว่ายังอาสาต่อไปเพราะดูคนอื่นแล้วไม่ผ่าน ต้องประคองกันไปเรื่อย เมื่อใกล้จะเจ๊งก็ปรับ ครม. หลบกระแสไปพักหนึ่ง สุดท้ายที่ทะเลาะกันต้องหารูปแบบอันหนึ่งอันใดออกมา ถ้าคุยกันรู้เรื่องก็ดี ถ้าไม่รู้เรื่องก็ยุบไปไม่เอา แล้วมาร่างกันใหม่ซึ่งเป็นไปได้อาจจะ 2 ปี เพราะเริ่มใบ้ออกมาแล้ว ถ้าจะทำต้องทำให้ดีวันนี้ไม่มีใครไปรบกวน

มท.1 ยันไม่มีเล่นพรรคเล่นพวก

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้หน่วยงานของรัฐ เช่น กระทรวงมหาดไทย จัดการเลือกตั้งแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ถ้าเป็นข้อยุติก็อยากไปทำและต้องทำให้ได้ ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่เช่นนั้นเราเป็นกรรมการแล้วทำไม่ได้คนก็ตีกัน เปรียบเทียบเวลาเล่นบอลถ้าเล่นกันแพ้ชนะด้วยฝีมือก็พอทน แต่ถ้าอีกฝ่ายลุแก่อารมณ์แล้วทำอะไรที่ไม่ควรทำ กรรมการไม่เป็นกลาง ก็เกิดเหตุขึ้น ดังนั้น ต้องไม่มีพรรคไม่มีพวก ทำตามกฎหมาย ไม่ให้คนระแวงว่าไม่ยุติธรรม เข้าข้างใดข้างหนึ่ง บ้านเมืองก็จะสงบ แต่ถ้าทำแล้วออกมารู้กันเลยเข้าข้างเล่นพวก สังคมอยู่ไม่ได้

“มาร์ค” ให้ลูกพรรคจ้อตามกติกา

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าแม้ขณะนี้พรรคไม่สามารถจัดประชุมหรือเคลื่อนไหวทำกิจกรรมได้ แต่อดีต ส.ส.ยังต้องทำงานติดตามปัญหาความเดือดร้อนประชาชน ต้องสะท้อนความคิดเห็นโดยไม่ขัดต่อกฎหมายหรือคำสั่งที่มี ต้องพูดเท่าที่จะพูดได้ว่าอะไรที่เป็นปัญหาของนักการเมือง เขตจะเล็กหรือใหญ่ ส.ส.จะมากหรือน้อย กลัวว่าจัดการเรื่องตรงนั้นตรงนี้ไม่ได้ เรื่องภายในนักการเมืองต้องพร้อมยอมรับกติกา สิ่งที่เราควรสะท้อนความคิดเห็นให้มากคือโครงสร้างที่ต้องเป็นประชาธิปไตย สะท้อนเจตนารมณ์ประชาชน ส่วนการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ติดตามประสานงาน ทั้งการปฏิรูป การออกกฎหมาย นโยบายรัฐบาล โดยมีบุคคลที่เชี่ยวชาญแต่ละด้านคอยติดตามตลอดเวลา โดยเฉพาะปัญหาราคายางพารา ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ที่ภาคใต้

แฉหวังวางกับดักรัฐบาลใหม่

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ดูแนวทางการร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการวางกับดักลดอำนาจผู้แทนประชาชน คนที่ประชาชนเลือกตั้งเข้ามาเหลือสัดส่วนน้อยลง หากเดินตามแนวทาง กมธ.ยกร่างฯเชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่อยู่ได้เต็มที่ปีเดียว เพราะเมื่อถึงเวลาโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี จะไม่ผ่าน นายกฯต้องลาออก โดยเฉพาะการเปิดให้ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรค จะยิ่งทำให้พรรค การเมืองอ่อนแอ เกิดการซื้อเสียงขายตัวเละเทะวุ่นวายไปหมด แนวทางการร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังทำกันอยู่ สุดท้ายก็เป็นเพียงการปฏิรูปเพื่อกำจัดฝ่ายตรงข้าม เขียนย้อนยุคไป 10-20 ปี ในโอกาสขึ้นปีใหม่ควรคืนความสุขด้วยการคืนอำนาจประชาชนมากที่สุด เร็วที่สุด เขียนเสร็จไม่ต้องทำประชามติ ไม่ต้องเขียนกฎหมายลูก อยากเลือกตั้งเร็วๆ ใช้ไป 1-2 ปีค่อยให้ประชาชนแก้ไข ตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมาปรับปรุงใหม่ ให้ ส.ส.เว้นวรรคไปชั่วคราว

ซัดคนกุมอำนาจไม่เชื่อพลัง ปชช.

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า มองการร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้เป็นไปในลักษณะของกลุ่มผู้มีอำนาจร่างเพื่อเอื้อประโยชน์กับตนเอง เลิกคิดไปได้เลยว่าจะให้อำนาจเป็นของประชาชน เพราะกลุ่มคนที่มีอำนาจขณะนี้ยังมองที่ปลายเหตุ คิดว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังยากจน ขาดความรู้ ดังนั้นจึงฝากอนาคตของประเทศไว้กับประชาชนไม่ได้ เพราะไม่เชื่อในพลังของประชาชนที่จะขับเคลื่อนประเทศ คิดแต่ว่าจะออกแบบรัฐธรรมนูญอย่างไรให้อำนาจยังอยู่กับพวกเขาต่อไป โดยต้องทำให้เนียนให้ทั่วโลกยอมรับ วันนี้รัฐบาลและ คสช.ควรเน้นงานด้านกายภาพ เช่น การบริหารจัดการน้ำ การบุกรุกพื้นที่ป่า ระบบขนส่งทางราง ปัญหาสังคม ควรรีบจัดการให้เรียบร้อยในช่วงนี้ที่รัฐบาลและ คสช.ยังมีอำนาจอยู่ในมือ และที่สำคัญที่ควรเร่งทำคือปัญหาปากท้องประชาชน วันนี้กลุ่มทุนใหญ่ในประเทศเริ่มมีอำนาจมากขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อประชาชน

กกต.พร้อมทบทวนเงินหนุนพรรค

อีกเรื่อง นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงข้อเรียกร้องของพรรคการเมืองที่อยากให้ทบทวนมติการระงับการจัดสรรเงินสนับสนุนพรรค การเมือง ของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองปี 2558 ว่า กกต.ปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ที่ให้ยุติการให้เงินสนับสนุนพรรคการเมืองเป็นการชั่วคราว แต่ถ้าจะให้ทบทวนพรรคการเมืองต้องเสนอเรื่องมายัง กกต.จะได้นำเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณาทบทวน แต่ต้องดูมติ กกต.เสียงส่วนใหญ่จะว่าอย่างไร เราเห็น ใจพรรคการเมืองที่ยังมีค่าใช้จ่ายต่างๆ อาจต้องสำรองเงินไปก่อน

“พรเพชร” ห่วงงานถอดถอนเต็มมือ

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า สิ่งที่กังวลใจมากที่สุด คือคำร้องให้พิจารณาถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งที่ทยอยเข้ามา ทั้งคำร้องถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภาและนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา คำร้องถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีจำนำข้าว และที่จะเข้ามาใหม่คือคำร้องถอดถอนอดีต ส.ว. 38 คน และคำร้องถอดถอน ส.ส.กว่า 200 คน ซึ่งจะรบกวนเวลาการทำงานของสมาชิก สนช. แต่แน่นอนต้องมีข้อยุติลงทางใดทางหนึ่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องทางการเมืองต้องยุติที่สภาฯ สิ่งที่ สนช.ทำได้ดีที่สุดคือการพิจารณาโดยยึดหลักความเป็นธรรม ความยุติธรรม ยึดหลักกฎหมาย และกระบวนการถือเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่ สนช.ต้องระวัง

ย้ำ สนช.ต้องเป็นกลางเพื่อดับไฟ

นายพรเพชรกล่าวว่า สนช.ต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ทำหรือไม่แสดงให้เห็นว่าไปเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือมีอคติต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ตรงนี้จะเป็นเกราะป้องกัน สนช. ที่สำคัญจะมีผลทำให้ความขัดแย้งของคนในสังคมลดน้อยลง เพราะถ้าเราไปสร้างความรู้สึกเกลียดชัง โดยทำให้เขาเห็นว่า สนช.ซึ่งผู้ตัดสินเองไม่มีความเป็นธรรม มันก็จบ ทำให้สิ่งที่จะตามมาคือการขาดความน่าเชื่อถือ

“สมบัติ” แจงยังไม่เคาะที่มา ส.ว.

นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง กล่าวถึงกรณี สปช.บางคนแสดงความเห็นคัดค้านข้อเสนอของ กมธ.ยกร่างฯ ที่จะให้มี ส.ว.มาจากการสรรหาจำนวน 200 คน ว่า น่าจะเป็นการแสดงความเห็นทั่วไป เพราะยังไม่มีมติใดๆ ในเรื่องนี้เลย ยังต้องมีการอภิปรายและปรับแก้ไขได้ การออกแบบที่มาของ ส.ว.ขึ้นอยู่กับอำนาจที่จะให้ดำเนินการด้วย อย่างประเทศอังกฤษ ส.ว.มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด จึงให้มีอำนาจแค่กลั่นกรองกฎหมายเท่านั้น ส่วนประเทศฝรั่งเศสมาจากการเลือกตั้งทางอ้อม จึงกำหนดให้มีอำนาจสูงกว่า ขณะที่สหรัฐอเมริกามาจากการเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ จึงให้มีอำนาจสูงกว่า ส.ส. ดังนั้นถ้า ส.ว.มาจากการสรรหาและกำหนดให้มีอำนาจน้อยกว่า ส.ส.ก็ไม่เป็นไร ไม่ขัดกับหลักสากล แต่จะให้มีอำนาจเท่าหรือมากกว่า ส.ส. ถือว่าไม่สอดคล้องกับหลักสากล

“โอ๊ค” ตั้ง 12 ฉายาคนการเมือง

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โพสต์ลงเฟซบุ๊ก ตั้งฉายาบุคคลการเมืองแห่งปี รวม 12 ฉายา ตรงกับหลักค่านิยม 12 ประการของรัฐบาล ได้แก่ 1. “ผิวหน้าแข็งแกร่ง” นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ที่ขยันให้สัมภาษณ์สื่อรายวัน เป็นกรรมการกลางฯแต่เข้าข้างพรรคการเมืองหนึ่งอย่างเปิดเผย สนใจดูงานต่างประเทศมากกว่าจัดการเลือกตั้งให้สำเร็จ ขยันทำทุกเรื่องยกเว้นงานในหน้าที่ ปัจจุบันยังกินเงินภาษีของประชาชนอยู่ทุกเดือน 2. “พระดี” หลวงลุงกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. และอดีตแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ป่วนประเทศจนถึงทางตันเสียหายหลายแสนล้าน หลังรัฐประหารดันยื่นใบเสร็จพันล้านโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ อ้างว่าวางแผนกับ พล.อ.ประยุทธ์โค่นล้มรัฐบาล จนต้องหนีไปบวช ปัจจุบันตั้งตนเป็นแกนนำ “พรรคฯพระพุทธเจ้า” เดินสายเทศนาแต่เรื่องการเมือง ถือเป็นพระดีแห่งปีที่มุ่งเน้นเอาชนะทางการเมือง

“อมรา-ปนัดดา-เสรี” โดนถ้วนหน้า

3.“วัตถุศักดิ์สิทธิ์” กรวยแห่งหลวงปู่พุทธะอิสระ ระหว่างเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม กปปส. หลวงปู่พุทธะอิสระปลุกเสก “กรวย” จนกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ใครบังอาจไปขยับมักมีอันเป็นไป ไม่เว้นแม้กระทั่งทหารยศพันเอกฯ ยังโดนยิง 4.“คนหาย” นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้ออกแอ็กชั่นปกป้องม็อบ กปปส. แต่พอมีการรัฐประหารกลับหายเงียบ (แต่รับเงินเดือนหลักแสนเท่าเดิม) 5.“ผู้ทรงคุณธรรม” ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายรัฐมนตรี คิกออฟผลงานชิ้นโบดำให้กับรัฐบาลที่พยายามโชว์จุดยืนด้านความโปร่งใส ด้วยไมค์ทำเนียบฯที่ราคาแพงราวกับทองคำ เป็นเจ้าของวาทกรรม “ไม่ได้โกง แค่ส่วนต่างเยอะ” 6.“เหยียดมนุษยชนยอดเยี่ยม” นายเสรี วงษ์มณฑา ที่ระบุว่าคนในเมืองมีการศึกษา ย่อมต้องมีสิทธิมีเสียงมากกว่าคนชนบทที่ไร้การศึกษา

“หม่อมอุ๋ย” งานก็อปเกรดเอ

7.“พระเอกลิเก” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปากเก่งเป็นที่หนึ่ง บอยคอตเลือกตั้งมาแล้ว 2 ครั้ง ล่าสุดใช้วิธีส่งลูกพรรคฯแยกร่างไปเป็น กปปส. สร้างเงื่อนไขจนรถถังออกมาแอ่นแอ๊น แต่พอดูอาการทหารไม่เข้าข้าง จึงเริ่มออกมาโวยวาย 8.“สองมาตรฐาน” นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ทรงความยุติธรรมดุจตาชั่งเอียง จากกรณีไล่บี้ตรวจสอบโครงการจำนำข้าวรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในเวลาไม่ถึง 2 เดือน แต่กลับปล่อยคดี ปรส.จนหมดอายุความ และส่อจะปล่อยคดีประกันราคาข้าวของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ด้วยเหตุผลง่ายๆเอกสารหาย 9.“งานก็อปเกรดเอ” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ อ้างว่าเกลียดนโยบายประชานิยม แต่ลอกการบ้านเพื่อไทยแทบทุกเรื่อง ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนหมู่บ้าน จำนำยุ้งฉาง ฯลฯ เรียกได้ว่า “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ หม่อมอุ๋ยก็อป” 10.“คนขยัน” คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สั่นคลอนอ่อนลู่ราวไม้หลักปักขี้เลน ขยันทำงานเกินหน้าที่ แทรกแซงอำนาจฝ่ายบริหาร ขัดขวางทุกโครงการของรัฐบาลที่ตนไม่ชอบ เคยตีความการสร้างรถไฟความเร็วสูงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถ้าประเทศยังมีถนนลูกรังอยู่ พอรัฐบาลใหม่บอกจะเปลี่ยนจากความเร็วสูง เป็นรถไฟความเร็วปานกลาง อุปสรรคจากถนนลูกรังที่ว่ากลับหายไปในบัดดล 2 ล้านล้านที่ว่าแพง มาเจอ 3 ล้านล้านเข้าไปเงียบกริ๊บ

จิกกัด “บิ๊กตู่” ผู้มีวิสัยทัศน์ล้ำเลิศ

11.“เจ็บปวด” ชาวสวนยางภาคใต้ ต้องแสดงความเห็นใจต่อชาวสวนยางทุกๆท่าน ถูกนักการเมืองชักใยพามาปิดถนน ประท้วงรัฐบาลที่แล้ว แต่ปัจจุบันราคายางอยู่ที่ 3 โล/ร้อย เจ็บปวดสุดๆตรงที่ ส.ส.พรรคฯในดวงใจกลับหดหัวเข้ากระดอง 12.“วิสัยทัศน์ยอดเยี่ยม” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้มีไอเดียแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ แบบที่ไอสไตน์ยังคิดไม่ออก ให้ไปขายยางที่ดาวอังคาร เป็นนักประพันธ์เจ้าของเพลงสุดฮิตแห่งปี “คืนความสุข” ขนาดเด็ก 3 ขวบยังร้องได้คล่องกว่าเพลงโปเกม่อน เพราะเปิดเช้าเย็นทุกช่อง แถมไอเดีย “ค่านิยม 12 ประการ” ที่ขนมาทั้งเพลง ทั้งหนัง ทั้งสติกเกอร์ LINE อัดโปรโมตกันสุดฤทธิ์ มีวิสัยทัศน์ล้ำเลิศ คิดอะไรมักตรงกับทัศนคติของคนทั้งประเทศ ส่วนคนที่คิดต่างถูกเชิญไปปรับทัศนคติกันถ้วนหน้า

“เอกชัย” แนะเปิดช่องประชุมพรรค

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ สมาชิก สปช. และคณะทำงานศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช. กล่าวว่า จากการเปิดเวทีโดยสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า พบว่ากลุ่มการเมืองระดับพื้นที่ ยกเว้นแกนนำระดับบน หรือแกนนำพรรคการเมือง สามารถร่วมวงพูดคุยในรูปแบบของการปรึกษาหารือในมุมมองที่มีความเห็นร่วมกัน เช่น ระบบเลือกตั้งใหม่ เราต้องเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองสามารถประชุมพรรคเพื่อหารือในแนวทางปฏิรูป หรือข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ได้ ขณะที่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องกำหนดมาตรการเพื่อลดการแข่งขันเอาชนะกัน เช่น การให้พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งลำดับที่ 1 และ 2 ร่วมตั้งรัฐบาลได้

ศูนย์มั่นคงฯ ไล่สแกนทุกพื้นที่

อีกเรื่อง นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินงานของศูนย์แก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณาการ หรือศูนย์วันสตอปเซอร์วิส ที่มี พล.อ.ประวิตรเป็นประธานฯว่า ขณะนี้แผนงานด้านความมั่นคง เช่น การดูแลชายแดนทั้งทางบกและทางทะเล การจัดระเบียบชายหาด การดูแลความปลอดภัยประชาชนด้วยการติดตั้งไฟส่องสว่างและกล้องวงจร ปิดในจุดเสี่ยงภัย เรื่องการต่างประเทศ และเรื่องการสร้างความปรองดองนั้นได้ดำเนินการเสร็จสิ้นหมดแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการในระดับปฏิบัติ หลังจากนี้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะแจกคู่มือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปบูรณาการ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณปี 2559 การทำงานมีปัญหาอยู่ที่หากระดับล่างไม่ทำ ระดับบนที่วางแผนก็ช่วยอะไรไม่ได้ เราต้องสแกนการทำงานทุกแผนในทุกพื้นที่ เพื่อให้งานเดินหน้ารวดเร็ว เราให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภายใน เพราะต้องการให้สถานการณ์นิ่งและนำไปสู่การปฏิรูปเพื่อให้เกิดการเลือกตั้ง

“พิชัย” เตือนเข้าเออีซีไทยเหนื่อย

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ขอแนะนำกลุ่มผู้ประกอบการให้รักษาเนื้อรักษาตัวอย่าเสี่ยงมากเกินไป เพราะไม่แน่ใจว่าเศรษฐกิจที่ซบเซาจะยาวนานขนาดไหน ตราบใดที่ยังไม่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย โอกาสฟื้นเศรษฐกิจมีน้อยมาก ธุรกิจขนาดเล็กและกลางอย่าไปกู้นาโนไฟแนนซ์ เพราะต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 36% ซึ่งไม่มีทางที่ธุรกิจจะชำระหนี้และดอกเบี้ยได้ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรดำเนินนโยบายอนุรักษ์นิยมในภาวะเศรษฐกิจนี้ ส่วนพนักงาน แรงงาน ลูกจ้างหาเช้ากินค่ำ ต้องบอกตรงๆว่าจะได้ผลกระทบมากที่สุด เพราะบริษัทมีรายได้ลดต้องลดการจ้างงาน ลดโบนัส โอที ช่วงปลายปี 2558 ต้องเข้าสู่ประชาคมอาเซียนหรือ AEC โอกาสที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จะมีน้อยลง ด้วยเงื่อนไขที่เรายังไม่เป็นประชาธิปไตย จะมีข่าวดีก็แค่ราคาน้ำมันที่ลดลง

ชาวสวนยางขู่เผด็จศึกรัฐบาลแน่

ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและสวนปาล์ม 16 จังหวัดภาคใต้ กล่าวว่า จะเรียกประชุมแกนนำเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางภายในสัปดาห์นี้ เพื่อสรุปผลการทำงานของรัฐบาลในรอบปีที่ผ่านมา จนถึงวันนี้รัฐบาลได้พิสูจน์ให้เราเห็นว่ามาตรการที่ออกมา ล้วนแต่เอื้อนายทุนทั้งสิ้น ทุกมาตรการชี้ให้เห็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ทางกลุ่มจะระดมนักวิชาการจากสถาบันการศึกษา นักวิจัยจากสถาบันการยาง อปท.ทั้ง 16 จังหวัดภาคใต้ เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง มาให้ความรู้และข้อเท็จจริง พร้อมนำเสนอยุทธศาสตร์ยางต่อรัฐบาล ขอให้รัฐบาลจับตาดูให้ดีเกษตรกรชาวสวนยางจะเผด็จศึกแน่ๆ และขอให้ คสช.แก้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ อปท.สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ โดยจุดแรกที่ต้องแก้ปัญหา คือการนำยางที่มีอยู่มาใช้ให้มากที่สุด เป็นการช่วยเกษตรกรโดยตรง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้