วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ก้าวย่างอย่าง 'บอย ปกรณ์' ตัวตนผมไม่ใช่คนอย่างที่ทุกคนเห็น!

ก้าวย่างอย่าง 'บอย ปกรณ์' ตัวตนผมไม่ใช่คนอย่างที่ทุกคนเห็น!

  • Share:

ถ้าพูดถึง บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ พระเอกหนุ่มระดับซุปตาร์คนนี้ต้องบอกเลยว่าผลงานทั้งละคร พรีเซ็นเตอร์ นี่แน่นเอี๊ยดจองคิวกันข้ามปี แต่เราก็ยังเห็น บอย ขยันทำธุรกิจใหม่ๆ ออกมาให้เห็นกัน ทั้งร้านโฟรเซน โยเกิร์ต "ปาร์ตี้แลนด์" และร้านซูชิอย่าง "ซูชิชิน" ล่าสุดก็กำลังเตรียมเปิดตัวธุรกิจใหม่ที่เจ้าตัวของอุบไว้ก่อน งานนี้แว่วมาว่าที่ทำธุรกิจมากมายขนาดนี้เพราะต้องเก็บเงินได้ 50 ล้านถึงจะแต่งงาน

วันนี้ "บันเทิงไทยรัฐออนไลน์" ได้นั่งพูดคุยกับ บอย ปกรณ์ ในมุมมองที่ทำให้เราต้องมองเขาเปลี่ยนไป เขาไม่ใช่พระเอกหนุ่ม บอยปะเกรียน ที่เกรียน ฮา รั่ว ไปวันๆ ลูกชายคนโตของบ้าน "ฉัตรบริรักษ์" คนนี้มีมุมมองการใช้ชีวิตไม่ธรรมดา

ลูกชายคนโตของแม่และพี่ชายของน้องๆ

ได้ข่าวว่าจะเปิดธุรกิจใหม่อีกแล้วเหรอคะ บอย
"เดี๋ยวรอให้ทุกอย่างมันแน่นอนก่อนดีกว่าแล้วผมจะบอกอีกที ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นแค่การเริ่มคิด ก็จะมีทั้งธุรกิจเกี่ยวกับอาหารด้วย และก็เกี่ยวกับอย่างอื่นด้วย แต่ยังคิดๆ ไว้อยู่ ผมถึงยังไม่อยากพูดมากเพราะว่ายังไม่แน่ใจ เป็นแค่โครงการที่เราเริ่มคุยกับเพื่อนๆ ไว้ รอดำเนินการ"

ทำไมทำธุรกิจเยอะจังเลย หลายตัวเลยเนอะ
"คนจะคิดว่าผมปั๊มเงินน่าดู ตอนเปิดร้านปาร์ตี้แลนด์คนจะบอก โหปั๊มเงิน เป็นเสี่ยบ้างไรบ้าง ขอบอกว่าความจริงนี่ไม่ได้ว่ามีรายได้เยอะอะไรอย่างที่ทุกคนคิด เราหุ้นกันหลายคนก็ต้องหารๆ กัน อันนี้เราทำเอาประสบการณ์มากกว่า หลักๆ เลยนะคือการอยากได้ประสบการณ์ ตอนเปิดปาร์ตี้แลนด์มีคนมาชวนเราก็ทำเลยเพราะเราอยากทำ หนึ่งเลยก็คืออายุผมเริ่มเยอะแล้ว และสองอย่างที่ทุกคนรู้วงการบันเทิงไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน อะไรก็ไม่แน่นอน ก็เลยคิดว่าเราถึงวัยที่เริ่มจะต้องมีอะไรเป็นของตัวเองแล้ว

ผมไม่ได้คิดว่าธุรกิจจะมาค้ำชู สร้างกำไรอะไรให้เรามากมาย แต่ผมรู้สึกว่าเราเข้ามาทำเราก็ได้วิชา ได้คอนเน็กชั่น ได้ประสบการณ์เลยตัดสินใจทำ พอทำเสร็จเพื่อนก็มาชวนทำซูชิอีก ก็เริ่มรู้สึกว่าอยากทำเพราะเราก็รู้สึกว่าสเกลเริ่มใหญ่ขึ้นแล้ว เราคงจะได้วิชาเพิ่มขึ้น แต่ทำซูชิไม่เป็นนะ (หัวเราะ) คือเรื่องวิชาเรื่องทำอาหารนี่ไม่ได้ แต่ชอบกินเราจะรู้ว่าอันไหนอร่อยไม่อร่อยแนะนำลูกค้าได้ แนะนำแบบที่เรารู้สึกจริงๆ ไม่ได้แนะนำตามที่ท่องมา

แต่สรุปคือการทำร้านอาหารร้านหนึ่งนี้ได้วิชาหลายอย่างมาก เอาง่ายๆ นะครับการเปิดร้านอาหารไม่ได้มีแค่เรื่องการวางแผนการทำตลาด ไม่ได้มีแค่เรื่องการทำอาหารนะ ยังมีเรื่องการออกแบบร้าน เรื่องโต๊ะ เคาน์เตอร์ โอ๊ยเยอะแยะมาก"

กลัวมั้ยคะทำธุรกิจ ความเสี่ยงค่อนข้างมากเหมือนกันระหว่างไปรอดกับไม่รอด
"แน่นอนทำทุกอย่างมีความเสี่ยง แต่ถ้าอยากสำเร็จก็ต้องเสี่ยง ยอมเจ็บบ้างอะไรบ้าง ต้องยอม"

มีวางแผนจะทำธุรกิจไหนคนเดียวมั้ยที่ไม่ต้องหุ้นกับคนอื่น
"คิดครับ ผมอยากทำร้านขายยาเพราะเราเรียนมาตรงนี้ อันนี้จะทำนานแล้ว แต่คิดว่ายังไม่พร้อม ที่ตอนนี้ผมทำธุรกิจได้เพราะเป็นธุรกิจที่มีคนหุ้นด้วย ผมเองยังไม่สามารถไปดูธุรกิจเดี่ยวๆ คนเดียวได้ ความรู้เรื่องการทำธุรกิจเราก็ยังไม่ได้แกร่งขนาดนั้น เราไม่ได้เก่งขนาดนั้น ผมอาจจะได้เรื่องมาร์เก็ตติ้ง โชคดีที่เราทำงานในวงการเลยทำให้มีคนรู้จักมีคนมาทาน แต่ถ้าให้มาทำคนเดียวผมมองว่ายังไม่ได้หรอก แต่ว่าเรื่องร้านขายยา ทำแน่นอน แต่รอดูว่าเมื่อไหร่ที่เรามีเวลาเราพร้อมลุยแน่นอน อยากทำเป็นธุรกิจของครอบครัวเลย"

ผู้ชายมีความคิด แอร๊ยอยากได้เป็นพ่อของลูก

มีอะไรอีกมั้ยที่อยากทำ
"ก็มีผุดๆ อยู่ในหัวนะ อยากเปิดโรงเรียนอนุบาลก็อยากเปิดนะเพราะภัครน้องผมก็เรียนมาทางนี้ อยากเปิดคอร์สแบดมินตัน อยากทำสตูดิโอ โอ๊ย อยากทำเยอะ(หัวเราะ)"

เจ้าพ่อโปรเจกต์เมื่อกันนะคะ
"ก็นิดนึงครับเพราะแม่ผมเขาก็มีที่ดินที่เขาซื้อๆ ไว้ ผมก็เลยมานั่งคิดหลายๆ อย่างว่าเราสามารถทำอะไรกับมันได้บ้าง"

แต่ระดับ บอย ปกรณ์ นี้แฟนคลับเยอะมาก งานละคร พรีเซ็นเตอร์เยอะมาก จริงๆ ถ้าแค่ทำงานในวงการบันเทิงก็อยู่สบายๆ แล้วนะ
"ตรงนี้ที่ผมมาทำธุรกิจผมถือว่าผมมาเรียน จริงๆ การทำธุรกิจทำแล้วต้องเห็นผลกำไร เรื่องของกำไรมันต้องมีเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่แล้วไม่งั้นคนจะทำธุรกิจไปทำไมใช่มั้ยครับ แต่ว่าสำหรับผมตอนนี้เอาจริงๆ เลยนะ ผมไม่ได้มองเรื่องผลประโยชน์อะไรตรงนี้เลย ไม่ได้หวังว่าโอ้โหต้องขายดีคนมากินรวยล้ำฟ้า หลักๆ ผมหวังเข้ามาเรียนรู้การทำธุรกิจ มาเอาประสบการณ์"

ทำไมเป็นดาราดังขนาดนี้ไม่เลือกที่จะอยู่เฉยๆ ทำงานบันเทิงไป ไม่ต้องปวดหัวทำธุรกิจ
"คือพูดไปอาจจะดูเป็นคำพูดสวยหรูแต่ว่าเราจะปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ไปทำไม อีกอย่างผมชอบทำธุรกิจด้วยไง เป็นคนชอบค้าขาย ชอบพูดคุยกับลูกค้า เหมือนที่อยากเปิดร้านขายยาเพราะผมเคยฝึกงานแล้วอยู่ร้านขายยา ได้คุยกับลูกค้าซึ่งผมชอบมาก ได้คุยกับคนที่มาซื้อยา พอมาเปิดปาร์ตี้แลนด์ผมก็อยากเข้าร้านเองไปคุยกับลูกค้า มาซูชิชินความจริงถึงเราไม่อยู่ร้าน ร้านมันก็เดินได้ แต่เราก็ชอบเข้าไปเพื่อสอบถามฟีดแบ็กร้าน ไปเสิร์ฟ ไปคุยกับลูกค้า มันทำแล้วเราสนุก ที่เราได้เห็นลูกค้าได้รับบริการจากเราได้รับประทานอาหารเรา แล้วเขามีความสุขผมก็รู้สึกดีใจ"

ในวันที่มีน้องสาวตัวเล็กอีกหนึ่งคน
ผมรักแม่นะครับ

เห็นว่า บอย จะเก็บตังค์ให้ได้ 50 ล้านถึงค่อยคิดเรื่องแต่งงาน
"อ๋อไม่ (หัวเราะ) จริงๆ ก็ไม่ได้เกี่ยวหรอกต้องมีเงินเท่าไหร่ พร้อมเมื่อไหร่เดี๋ยวจะแต่ง (ใกล้แต่งหรือยัง) ยังไม่มีแฟนเลย (หัวเราะ)"

แล้วตอนนี้บอยเก็บตังค์ได้ใกล้ 50 ล้านหรือยัง
"ยัง(ลากเสียง) จริงๆ ผมไม่ได้มาโฟกัสที่จำนวนเงินเท่าไหร่ ทุกวันนี้ผมทำงาน คือก็รู้แหละว่างานลักษณะนี้ได้เงินเท่าไหร่บ้าง แต่เอาจริงๆ ผมไม่รู้นะว่าตอนนี้ผมมีเงินเท่าไหร่แล้ว เพราะผมให้แม่ดูแลเรื่องบัญชีให้ โอเคแต่ก่อนดูเองแต่ตอนนี้ดูเองไม่ไหวแล้วไม่มีเวลา แม่ก็เลยเข้ามาดูให้"

ลุยหนักทั้งงานในวงการ ทั้งธุรกิจ นี่หรือเปล่าที่ทำให้ไม่มีแฟน
"ความจริงผมว่าไม่เกี่ยวหรอกครับ เพราะเรื่องการที่เราจะมีใครผมปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติ คนจะชอบมาถามว่าผมเปิดกั้นตัวเองหรือเปล่า ผมไม่ได้ปิดไม่ได้เปิดอะไรนะ ผมแค่รอให้เป็นจังหวะธรรมชาติที่จะมีเข้ามา รอเวลาของมัน"

ผู้ชายไม่คิดเรื่องเวลาแต่ผู้หญิงคิดนะ
"ใช่ (หัวเราะ) ถ้าผู้หญิง 30 เขาก็เฮ้ย 30 แล้ว แต่ผู้ชาย 30 ยังได้อยู่ (กะไว้มั้ยว่าอายุเท่าไหร่จะมีครอบครัว) ไม่ได้คิดครับ ปล่อยให้เป็นจังหวะของมัน แต่แค่รู้สึกว่าคบใครกว่าจะแต่งคงต้องคบกันนานๆ ศึกษากันหน่อย"

เหงามั้ยคะบอยอยู่คนเดียว
"ก็มีบ้าง แต่ว่าพอเราทำงานเยอะ ดูแลธุรกิจอีก มันก็ทำให้เราลืมๆ เรื่องพวกนี้ไป ไม่ค่อยได้สนใจ"

ระวังนะ บอย มัวแต่ทำงานลืมๆ รู้ตัวอีกทีอายุ 40 แล้ว
"(หัวเราะ) ไม่เป็นไรยังได้อยู่"

ใน 1 อาทิตย์มีเวลาพักผ่อนกี่วันคะ
"ส่วนใหญ่ผมทำงาน 7 วัน แต่ก็ไม่ได้ตลอดนะ แต่เฉลี่ยๆ ก็คง 7 วัน แค่จะเป็น 7 วันที่เหนื่อยหรือไม่เหนื่อยเท่านั้นเอง"

ขวัญใจมหาชน
ด้วยรักและคิดมาก

ดู บอย เป็นคนชอบทำงานเนอะ ออกจากบ้านไปทำงานทุกวันเลย
"จริงๆ ผมชอบอยู่บ้านนะ แต่ ณ วันนี้มันมีงานให้ออกไปทำผมก็ทำ แต่เคยคิดกับตัวเองเหมือนกันนะว่าเราบ้างานหรือเปล่า เพราะชีวิตเราก็มีแต่งานกับครอบครัว"

เหมือนเป็นช่วงโอกาสที่เราต้องคว้าไว้ใช่มั้ย
"จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ผิด เพราะโอกาสดีๆ อย่างนี้ไม่ได้มีเข้ามาง่ายๆ ในชีวิต แล้วถ้าเรายังมีแรง มีโอกาสได้ทำ เราก็ทำเต็มที่กับมัน ถึงวันหนึ่งโอกาสมันอาจไม่ได้มีอย่างนี้ตลอดไปหรือว่าเราอาจไม่ได้มีพลังและแรงอย่างนี้ตลอดไปก็ได้"

เคยคิดมั้ยว่าถ้าวันนั้นมาถึงจะเป็นอย่างไร วันที่โอกาสของเราเริ่มน้อยลง
"นี่ไงผมถึงเริ่มทำธุรกิจ เราจะได้มีความรู้ติดตัว ทุกวันนี้ผมถึงทำงาน เก็บเงินๆ นี่คือการเก็บทุนสำหรับผม ตอนนี้ผมเริ่มเรียนรู้ประสบการณ์การทำธุรกิจ วันหนึ่งถ้าโอกาสต่างๆ ในวงการบันเทิงไม่มีเข้ามาเหมือนอย่างในทุกวันนี้เราก็มีทุนแล้วเรามีความรู้เราไปทำอะไรก็ได้ นี่คือการต่อยอดของผม"

ดูเป็นคนซีเรียส ต่างกับภาพที่เห็นในจอนะ
"ใช่ผมเป็นคนซีเรียส แต่ภายนอกคนจะมองว่าผมเฮ้ยเฮฮา บ้าบอ แต่ความจริงผมเป็นคนคิดมาก เผลอๆ เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ด้วยความเครียดของผมน่ะ"

นี่คือความรับผิดชอบของการเป็นหัวหน้าครอบครัวมั้ย เพราะเราเป็นลูกชายคนโตเราต้องคิดอนาคตเผื่อแม่และน้องๆ
"ไม่หรอก ผมเองเป็นคนอย่างนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว เป็นคนเครียดกับทุกเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ เป็นคนที่เครียดในระดับหนึ่ง ถ้าคนที่สนิทจะรู้ แม่ น้อง เพื่อนสนิทจะรู้ว่าผมเป็นคนเครียด"

วางแผนอนาคตไว้อย่างไรบ้าง
"ผมเป็นคนไม่ค่อยว่าอะไรไกลๆ ผมชอบทำกลางมากกว่า ที่ผมทำตอนนี้ทุกอย่างคือการวางแผนของผมอยู่ ผมขอทำงานในวงการตรงนี้ให้เต็มที่ เริ่มทำธุรกิจบ้างโปรเจกต์กลางๆ ยังไม่กล้ามองไกลๆ มองไกลๆ บางทีมันยังไม่มีอะไรให้เห็น มองกลางไว้ก่อนรอให้ทำออกมาแล้วค่อยๆ ต่อยอดไปเรื่อยๆ ดีกว่า ค่อยๆ ก้าวไปดีกว่า คือถ้าก้าวทีละก้าวอาจจะช้าไป แต่ถ้าก้าวทีละ 5 ก้าวก็อาจเร็วไป ก็ก้าวซัก 2-3 ก้าวก็พอค่อยๆ ไป ไม่รีบ".

ครอบครัวอบอุ่น ฉัตรบริรักษ์
อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้