วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พบคลิปกล้องหน้ารถ วินาทีม้าเหล็กขยี้ครูสาว ดับพร้อมแฟน! (ชมคลิป)

พบคลิปกล้องหน้ารถ วินาทีม้าเหล็กขยี้ครูสาว ดับพร้อมแฟน! (ชมคลิป)

  • Share:

ศูนย์ป้องกันอุบัติเหตุอุดรฯ เปิดดูคลิปวินาทีรถไฟชนรถปิกอัพครูสาวที่ขับมารับแฟน ดับ 2 ศพ พบไม่ชินเส้นทาง ขับผ่านทางพาดที่มืด และมองไม่เห็นแสงจากหัวรถจักร เผยทั้งจังหวัดมีทางพาดได้รับอนุญาต 58 แห่ง แต่มีเครื่องกั้นแค่ 15 แห่ง


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ม.ค.58 ที่ห้องประชุม สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.อุดรธานี นายชายชาญ เอี่ยวเจริญ รอง ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานประชุมศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558 เพื่อสรุปสถิติเหตุในวันที่ 4 ของช่วง 7 วันแห่งความสุขพบว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย จากเหตุรถไฟชนรถยนต์ที่ทางพาดรถไฟ รวม 4 วันมีผู้เสียชีวิตสะสม 7 ราย ซึ่งเป็นอุบัติเหตุจากรถไฟติดต่อกัน 3 ครั้งใน 1 สัปดาห์ ผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานเหตุรถไฟรถเร็วสายหนองคาย-กทม. หรือรถไฟฟรี ขบวนที่ 134 ชนรถปิกอัพโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กจ 2291 สกลนคร ที่บริเวณทางพาดรถไฟ บ.อุดมพัฒนา ม.14 ต.หนองขอนกว้าง อ.เมืองอุดรธานี ทำให้ น.ส.เกศณรินทร์ทิพย์ หรืออ้อ นามาก อายุ 39 ปี คนขับ ข้าราชการครู ร.ร.แห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.สกลนคร อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 7 ต.ขมิ้น อ.เมือง จ.สกลนคร และนายวัฒนพงศ์ หรือตุ๋ย ใหญ่นอก อายุ 44 ปี เจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินใน กทม.แฟนที่กำลังจะแต่งงานในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ รวม 2 ศพ

โดยมีการนำคลิปภาพจากกล้องติดรถคันเกิดเหตุ มาเปิดในที่ประชุม พร้อมสรุปว่า คนขับรถคือ น.ส.เกศณรินทร์ทิพย์ ไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เป็นคนต่างถิ่นไม่ชินเส้นทาง มารับนายวัฒนพงศ์ แฟนที่มาร่วมสังสรรค์ปีใหม่ที่บ้านเพื่อนของเพื่อน ภายในบ้านอุดมพัฒนา เมื่อขับรถออกจากบ้านเพื่อนเพื่อกลับ จ.สกลนคร ได้จอดรถแวะมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อข้างทาง รวมทั้งเบียร์ของนายวัฒนพงศ์ 1 กระป๋อง ระหว่างขับรถได้พูดคุยกันว่า "กระจกรถมัว จะเลี้ยวหรือตรงไป" เมื่อผ่านด่านตรวจหมู่บ้าน มีไฟกะพริบตั้งอยู่ริมถนนด้านซ้าย แต่ไม่มีใครอยู่ภายในเต็นท์

จากนั้น เมื่อรถวิ่งมาก่อนถึงเขตรถไฟ มีไฟแสงเพียงหลอดเดียว พอผ่านหลอดไฟไปก็มืด มองเห็นเฉพาะไฟหน้ารถ ก่อนถึงทางรถไฟราว 20 เมตร จะมีป้ายเตือน "ระ-วัง-รถ-ไฟ" เป็นป้ายที่ไม่สะท้อนแสง จนเหลือระยะทางเพียง 4 เมตร จึงมีเส้นขาวสะท้อนแสงที่พื้น โดยไม่มีแสงจากหัวรถจักรดีเซล แต่ได้ยินเสียงหวูดรถไฟเตือน 2 ครั้ง เมื่อรถเคลื่อนเข้าไปถึงรางรถไฟ ก็มองไม่เห็นแสงจากหัวรถจักร เพราะไฟหัวรถจักรอยู่สูงมาก และมีเสียงอุทานของ น.ส.เกศณรินทร์ทิพย์ว่า "โอ๊ย" แล้วรถไฟก็ชนถูกตัวรถพอดี ซึ่งจุดนี้เกิดอุบัติเหตุแล้ว 5 ครั้ง ล่าสุดเมื่อปี 55 เสียชีวิต 1 ราย

อย่างไรก็ตาม ทีมงานตรวจสอบหลายฝ่าย สรุปว่า หลังจากรถไฟเปลี่ยนไม้หมอน เป็นหมอนคอนกรีต และปรับปรุงทางพาดใหม่ รถที่ขับผ่านมักใช้ความเร็ว ไม่ชะลอหรือหยุดดูรถไฟก่อน ขณะที่ป้ายเตือนก็อยู่กระชั้นชิด ไม่ได้มาตรฐาน หลังเกิดเหตุที่ทางพาดรถไฟบ้านค้อน้อย ต.ทมนางาม อ.โนนสะอาด อบต.ทมนางาม ได้จัดทำลูกระนาดเพื่อเตือนผู้ขับขี่ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการอีก 42 แห่ง เพราะไม่กล้าไปทำในที่ของการรถไฟ แม้แต่ทางพาดถนนเลี่ยงเมืองอุดรธานี และทางพาดถนนเข้า อ.กุมภวาปี ก็ยังไม่ให้กรมทางหลวงใช้พื้นที่ ถนนจึงมีสภาพเป็นคอขวด

ต่อมา นายชายชาญ เอี่ยวเจริญ รอง ผวจ.อุดรธานี ได้โทรศัพท์รายงานตรงกับนายไมตรี อินทุสุต รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในที่ประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ก่อนมอบนโยบายต่อที่ประชุมว่า ศูนย์ฯได้นำเอาเหตุรถไฟชนรถยนต์ที่เกิดขึ้นหลายครั้งไปพูดคุยกัน ซึ่งก็รู้กันดีว่ารถไฟมีระเบียบ มาตรฐานมากมาย และไม่มีงบประมาณ ทำให้กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น อาจจะพิจารณาอุดหนุนงบประมาณมาจัดสร้างเครื่องปิดกั้น ซึ่งมีราคาสูงมากถึงแห่งละ 5 ล้านบาท

"ให้อำเภอที่มีทางรถไฟผ่าน ประสานงานด่วนกับ อปท.จัดหาอุปกรณ์ กรวยยาง ไฟแสงสว่าง และด่าน ไปเฝ้าระวังทางพาดรถไฟทุกจุดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนพ้นเทศกาลปีใหม่ จากนั้นให้ประสานจัดหางบประมาณทำลูกระนาดแบบ ดับเบิ้ลสติ๊กตามแบบของกรมทางหลวง ที่เสนอมาราคา ตร.ม.ละ 398 บาท ซึ่งแต่ละจุดไม่น่าจะใช้งบฯสูงมากนัก โดยให้จัดทำเร็วที่สุดทันทีที่พร้อม จากนั้นจึงให้ อปท.จัดทำโครงการของบฯสร้างเครื่องปิดกั้น ผ่านมายังจังหวัด ส่งไปยังมหาดไทย" รองผวจ.กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า อุดรธานีมีทางรถไฟผ่านระยะทาง 184 กม. แขวงบำรุงทางอุดรธานี ระบุว่ามีทางพาดได้รับอนุญาต 58 แห่ง มีเครื่องปิดกั้น 15 แห่ง ไม่มีเครื่องกั้น 43 แห่ง และมีทางลักผ่านของชาวบ้าน 7 แห่ง สำหรับทางพาดที่จะสร้างเครื่องกั้นจะต้องมีปริมาณรถมากกว่าปีละ 1 แสนคัน โดยในปี 58 มีงบประมาณสร้างเครื่องกั้นอัตโนมัติ 5 แห่ง แห่งละ 5 ล้านบาท คือที่ บ้านคำกลิ้ง บ้านดอนหวาย บ้านนาบัว บ้านนาพู่ และบ้านม่วง.

https://www.youtube.com/watch?v=qJ9TEEk94FE

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้