ข่าว
100 year

วัยโจ๋รวมพลังจิตอาสา“เติมฝันปันความรู้ปี 2” แต้มรอยยิ้มสู่ถิ่นทุรกันดาร

นายว้าก4 ม.ค. 2558 05:01 น.
SHARE

คงไม่ช้าเกินไปที่ “นายว้าก” จะกล่าว “สวัสดีปีใหม่ พุทธศักราช 2558” อีกรอบ

ขอให้คนไทยทุกคนจงประสบแต่ความสุขกันถ้วนหน้าตลอดปีแพะ และตลอดไป

ต้อนรับปีใหม่กันพอหอมปากหอมคอ หันกลับมาติดตามกิจกรรมดีๆของหนุ่มสาวชาวรั้วมหาวิทยาลัยที่รวมพลังจิตอาสาในโครงการ “สปริงนิวส์อาสา ต่อเติมฝันปันความรู้ ปีที่ 2” โครงการที่ผสานความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน และนักเรียน นักศึกษา เพื่อเข้าไปช่วยเหลือ เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายให้กับเพื่อนมนุษย์ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร

นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่า “โครงการสปริงนิวส์อาสา เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างขวัญกำลังใจ

ให้กับนักเรียน และครู ได้มีกำลังใจในการเรียน การสอน แม้โรงเรียนจะอยู่ในถิ่นทุรกันดาร แต่ก็ยังมีหน่วยงาน องค์กรเห็นความสำคัญ และมีความพยายามเข้าถึงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ ขณะที่ชาวบ้านเองการที่เขาได้ผ้าห่มกันหนาวก็เป็นประโยชน์มาก จึงต้องขอขอบคุณคณะผู้มีจิตอาสาทุกๆคน”

น.ส.ทันยา วงษ์โอภาสี หัวเรือใหญ่ผู้ขับเคลื่อนโครงการสปริงนิวส์อาสา ต่อเติมฝันปันความรู้ ปีที่ 2 เล่าให้ฟังว่า “ปี 2556 ซึ่งเป็นปีแรกของการจัดโครงการฯ ได้ไปสร้างอาคารเรียนโรงเรียนในจังหวัดตาก พร้อมกับจัดหาเครื่องนุ่งห่ม

กันหนาว และเครื่องอุปโภค บริโภคที่จำเป็น ทีมแพทย์อาสาไปให้บริการแก่ชาวบ้าน ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ดังนั้นในปีนี้จึงได้สำรวจความต้องการของหลายพื้นที่ สุดท้ายได้เลือกที่จะจัด มอบอาคารเรียนให้กับ โรงเรียนบ้านแม่อ่างขาง ต.อมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ โดยได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงโรงพยาบาลบ้านแพ้ว สมุทรสาคร, โรงพยาบาลกระทุ่มแบน, สมาคมแพทย์ฝังเข็มและสมุนไพรแห่งประเทศไทย และโรงพยาบาลสวนดอก รวมไปถึงนักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมเดินทางไปมอบสิ่งของ และให้การรักษาแก่ประชาชนในพื้นที่”

มาฟังเสียงของบรรดาวัยโจ๋ที่เกาะขบวนจิตอาสา ไปช่วยเหลือชาวบ้าน

ในครั้งนี้กันบ้าง เริ่มที่สาวหน้าหวาน “วาว” ศิรประภา ชาญรัตน์อัสวกุล ปี 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ยิ้มก่อนเผยความรู้สึกว่า “ประทับใจที่ได้ลงพื้นที่กับโครงการนี้ และ สนใจเข้าร่วมโครงการฯเพราะปกติเป็นเด็กกิจกรรมของ คณะนิเทศศาสตร์อยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็เห็นว่า คณะผู้จัดงานแต่ละคนดูเป็นมืออาชีพ จึงตัดสินใจมาร่วม โดยได้ทำหน้าที่หลายๆอย่าง ตั้งแต่จัดของแจก ขนของขึ้นรถแต่ละคัน และนำผ้าห่ม ขนมไปแจกให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน รวมทั้งได้เป็นผู้ช่วยแพทย์อาสาที่มารักษาชาวบ้านอีกด้วย”

ขณะที่หนุ่มมาดเข้มอย่าง “แอร์” ธนากร ลังกาพินธุ์ ปี 3 คณะสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมแชร์ประสบการณ์ว่า “หลังจากที่ได้ร่วมลงพื้นที่กับโครงการสปริงนิวส์อาสาประทับใจอย่างมากเพราะทีมงานทุกคนได้เสียสละแม้เส้นทางจะยากลำบาก ยิ่งตอนมาสำรวจพื้นที่เป็นฤดูฝนยิ่งลำบาก ผมเข้าร่วมกิจกรรมนี้ เพราะ เป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ หน้าที่ของผมก็คือการลงแรงทำทุกๆ อย่างที่ได้รับมอบหมาย โดยเฉพาะการขนย้ายสิ่งของที่จะนำไปบริจาค อนาคตหากมีโอกาสดีๆแบบนี้ ผมก็จะเข้าร่วมอีก เพราะได้เห็นผู้คนที่ยังขาดอะไรหลายอย่างที่เขารอการช่วยเหลืออยู่ ผมเชื่อว่าถ้าหลายๆคนได้เห็นความเป็นอยู่ของผู้คนบนดอยจะรู้ว่าเขาควรจะได้รับความช่วยเหลือมากกว่านี้”

“นุ่ม” กฤษฏิ์ ตรีทเศนทร์ ปี 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ขอแจมด้วยคน ว่า “การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้พบและเรียนรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยเห็น เช่น ความเป็นอยู่ของชาวบ้านและนักเรียนที่นั่นไม่ได้มีพร้อมเหมือนเรา แต่เขาก็มีความสุขในสิ่งที่เขามี ประทับใจในจุดนี้มาก ได้มีโอกาสไปช่วยดูแลชาวบ้าน คอยจัดคิวแจกผ้าห่ม พร้อมทั้งช่วยคุณหมอถามชื่อและอายุ ของป้าๆลุงๆ ที่กำลังจะเข้ารับการตรวจรักษา ซึ่งเป็นไปด้วยความสนุกมากๆ เพราะบางทีเราไม่สามารถเข้าใจภาษาของพวกเขา แต่เราก็สื่อสารกันจนเข้าใจ ที่สำคัญนอกจากเราได้ช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว เรายังได้เพื่อนใหม่ที่มีใจอาสาเหมือนกัน ซึ่งนั่นทำให้เรามีความสุขมาก อนาคต ถ้ามีโครงการดีๆแบบนี้จะเข้าร่วมอีกแน่นอน”

ปิดท้ายที่ “ทีน” จิราพร มูลใหม่ ปี 3 สาขาวิชาการสื่อสารดิจิตอล คณะสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมเสริมว่า “แม้จะเป็นเพียงมดงานตัวเล็กๆ ที่ได้ลงแรงในการลงไปช่วยเหลือชาวบ้านในโครงการนี้ แต่ก็ทำด้วยความเต็มใจ และมีความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ และชาวบ้านในพื้นที่ ทำให้ได้รับประสบ– การณ์ใหม่ๆที่ไม่เคยเจอมาก่อน ได้เห็นชีวิต

ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ที่สำคัญได้รู้ว่า แม้จะไม่เคยรู้จักกัน อยู่ห่างไกลกันแค่ไหน แต่คนไทยไม่เคยทอดทิ้งกัน ต่างคนต่างหยิบยื่นและเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายให้กันและกัน ทำให้เห็นรอยยิ้มทั้งจากผู้ที่ให้และผู้ที่รับ ซึ่งทำให้เราเองรู้สึกดีและมีความสุขไปด้วย”
เปิดศักราชใหม่มาหมาดๆ ได้เห็นหนุ่มสาววัยโจ๋ ร่วมจิตรวมใจในการเป็นผู้ให้แบบนี้แล้ว “นายว้าก” เป็นปลื้มสุดๆ

อย่างน้อยก็ได้รู้ว่า คนไทยไม่เคยทอดทิ้งกัน...!!!

นายว้าก

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

campusนายว้ากสปริงนิวส์อาสาโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้