ข่าว
100 year

3รมต.ทหารยังควบ

ทีมข่าวหน้า13 ม.ค. 2558 06:25 น.
SHARE

‘ไก่อู’ปฏิเสธจี้สละเก้าอี้! ‘บิ๊กตู่’เบรกงบฟุ่มเฟือย พีอาร์ค่านิยม12ประการ

“ไก่อู” รับหน้าเสื่อดับข่าวบิ๊ก คสช.บีบ “3 รมต.” สละเก้าอี้ในกองทัพก่อนเกษียณเปิดทาง “น้องบิ๊กตู่” เสียบ ยันสวมหมวก 2 ใบได้-งานไม่อืด “บิ๊กป๊อก” การันตี รธน.ไร้วาระซ่อนเร้น เชื่อมือ กมธ.36 อรหันต์จะเขียนออกมาดี กมธ.รธน. ชี้นายกฯคนนอกเจอต้านหนักก็ถอย “พรเพชร” ยันรัฐบาล-สนช.-สปช. เป็นหนึ่งเดียวกัน พท.เตือนเขียน รธน.แบบเลือกข้าง-สืบทอดอำนาจปรองดองล่ม-ประชาชนรับไม่ได้ กปปส.ตั้งมูลนิธิเกาะติดปฏิรูป “บิ๊กตู่” กรุ่นงบพีอาร์ค่านิยม 12 ประการบาน เตือนอย่าอู้ฟู่เกินจำเป็น

ท่ามกลางบรรยากาศส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มีวันหยุดยาวหลายวัน ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา ขณะที่รัฐบาล สปช. สนช. ถือโอกาสช่วงนี้โชว์ผลงานในรอบปีที่ผ่านมา

“บิ๊กตู่” เล่าสารพัดผลงานปีเก่า

เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 2 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้กับคนในชาติ” ว่า ระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลทุ่มเทอย่างเต็มที่แก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน วางรากฐานพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม ภัยหนาว สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ควบคู่สร้างความมีจิตอาสาในสังคม อย่างโครงการ “ผูกปิ่นโตข้าว” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เน้นความพอเพียง ชุมชนเข้มแข็ง เสียสละ และโครงการฟาร์ม “บ้านชัดเจน” จ.พิจิตร ทำนาแบบอินทรีย์ ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าการทำนาแบบไม่ฝืนธรรมชาติ ช่วยส่งเสริมกล้วยไม้ไทย เปิดตลาดกลาง ดึงระบบสหกรณ์เข้าช่วย และจะให้เปิดตลาดกล้วยไม้ ดอกไม้ รอบทำเนียบรัฐบาล ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ดึงปราชญ์ชาวบ้านให้ความรู้การเกษตร ส่วนงานด้านสังคม ส่งเสริมประชาชนหันใช้จักรยานแทนใช้รถยนต์สัญจร และช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง ที่ต้องอาศัยการแบ่งปันไม่เหลื่อมล้ำใช้ทรัพยากรท้องถนน คำนึงถึงพ่อค้าแม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์ การจราจร ผู้ใช้รถใช้ถนน การจอดรถ ที่อาจขัดแย้งอยู่บ้าง แต่ต้องเสียสละ

เบรกงบฯ 12 ค่านิยมใช้เบาๆหน่อย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องค่านิยม 12 ประการ ที่ปัจจุบันทุกประเทศในโลก เผชิญกับกระแสคลื่นแห่งวัฒนธรรมที่ผสมผสานกัน จนอาจจะหาแก่นสาร หาความเป็นตัวของตัวเองได้ยาก หากหลงลืมตัวเอง ลืมประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ ที่บรรพบุรุษสร้างมาหลายร้อยปี เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย ตนไม่อยากให้ใช้จ่ายงบประมาณฟุ่มเฟือยมากเกินความจำเป็นในการรณรงค์ แต่อยากให้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน สร้างกิจกรรม กระบวนการเรียนรู้ต่างๆ แต่ไม่ได้ให้ไปท่องให้ได้ ให้เรียนรู้แต่ละข้อปฏิบัติ พลิกฟื้นจิตสำนึกความเป็นไทยโรงเรียนต่างๆ ปลูกฝังลูกหลานผ่านการกระทำซึมซับในวิถีการดำเนินชีวิต ทั้งที่บ้าน วัด โรงเรียน เพราะเราต้องการทั้งคนดี คนเก่ง มีคุณธรรม และซื่อสัตย์ด้วย ตามแนวทางพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ห่วงสังคมก้มหน้าทำลายครอบครัว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยุคสมัยนี้เน้นวัตถุนิยม เทคโนโลยีที่รวดเร็ว พ่อแม่ลูกไม่ค่อยได้คุยกัน กลายเป็นสังคมก้มหน้า เด็กเสพสื่ออินเตอร์เน็ต เกมโซเชียลมีเดีย ไร้คนปลูกฝังเป็นคนดีในสังคม หลงไปในทางที่ผิดได้ง่าย ทั้งยาเสพติด การใช้ความรุนแรง การลักขโมย แต่หากปลูกฝังสร้างจิตสำนึกยึดหลัก “หิริโอตตัปปะ” ทุกครั้งที่เวลาทำสิ่งไม่ดี ก็จะละอายต่อบาป ไม่ต้องสร้างหลักสูตรอะไรใหม่ เพียงแค่ปลูกฝังจิตสำนึกให้กลมกลืนเป็นธรรมชาติในวิถีชีวิตของเรา วิวัฒนาการ สร้างภูมิคุ้มกัน ไม่เบียดเบียนกัน มีวินัย เคารพตนเองและผู้อื่น รู้จักใช้เหตุผล รับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ สังคมไทยก็จะปราศจากสิ่งเลวร้ายต่างๆ ทั้งการทุจริต ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกพ้อง ความแตกแยก ความเหลื่อมล้ำ และความไม่เป็นธรรม

“บิ๊กป๊อก” ยัน รธน.ไร้วาระซ่อนเร้น

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์หลังจากการร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นว่า โดยหลักการคงต้องยอมรับไม่ว่าจะออกมาอย่างไร หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยก็ต้องตอบสนองได้ เพราะเป็นกฎหมายสูงสุดของชาติ จะเลือกวิธีใดจะทำอย่างไร จะเลือกตั้งอย่างไร เมื่อเป็นหน้าที่ของใครคนนั้นก็ต้องทำ ปัญหาก็คือทำให้ได้ตามที่คิด ถ้าใครอยากให้ดูแลเรื่องนี้เราก็ต้องทำให้ได้โดยไม่มีนัยของการคิดไม่ดี คือทำซื่อตรง ทำตามนั้นบ้านเมืองก็เดินได้ เพราะสิ่งที่คิดมาเขาคิดดี เขาคิดว่าทำอย่างนี้แล้ว เช่น การเลือกตั้งมันจะดี เราก็ต้องทำให้มันดี ถ้าเรามีวาระส่วนตัว มีพวกมีพ้องมีผลประโยชน์ มันก็ทำให้ที่เขาคิดมามันทำไม่ได้ ก็ทำให้ดีที่สุดตามนั้น เราไม่ได้มีพรรคอะไรก็ทำให้เต็มที่ ถ้าทุกคนคิดอย่างนี้ประเทศชาติไปต่อได้

เรื่องโกง-ขัดแย้งกลบสิ่งดีๆ ปท.

“ในช่วงหนึ่งผมก็เหนื่อยหน่าย ว่าประเทศเราไปเปรียบกับประเทศอื่น คนเราไม่มีวินัย คนเราไม่รู้เรื่อง แต่เวลาไปประชุมอาเซียนประเทศอื่นๆ ก็เห็นประเทศไทยเก่ง สินค้าเราก็ดี เรามีสิ่งดีๆ แต่สิ่งที่ไม่ดีเพียงน้อยนิดเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องของการคอร์รัปชัน เรื่องความไม่สามัคคี มีความขัดแย้งกัน และใช้ทุกวิถีทาง จะเข้าไปสู่อำนาจให้ได้ ไม่ว่าประเทศชาติจะเสียหายอย่างไร แต่ขอให้ได้อำนาจมา ไม่ฟังกัน สิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ คนไทยต้องช่วยกัน และเมื่อเขาให้สิทธิเลือกตั้งแล้วก็ต้องเลือกคนดี ดีอย่างไรก็ต้องคิดให้ออก ถ้ากลุ่มก้อนนี้มันไม่ดีกับประเทศชาติบ้านเมือง ก็ต้องอย่าทำ ถ้าไปเลือกอีก ก็เกิดปัญหาวนกลับมาอีก ไม่มีที่สิ้นสุด” พล.อ.
อนุพงษ์กล่าว

ต้องยอมรับกติกาใหม่ปฏิรูป ปท.

เมื่อถามว่า เป็นภารกิจที่หนักหรือไม่ในการดูแลความสงบในปีหน้า เพราะอาจมีการเคลื่อนไหวต่อต้าน รมว.มหาดไทย ตอบว่า เมื่อมีการใช้กลไกสภาปฏิรูปเข้าไปคิด เสร็จแล้วก็ออกมาตีกัน ทำอย่างนี้ไม่เอา ก็เลือกสภาปฏิรูปขึ้นมาอีกชุดก็คิดอีกแบบผู้คนที่ไม่เห็นด้วยก็ออกมาอีก ก็จบไม่ได้ ก็ต้องทำตามที่เขาคิด เขามีเหตุผลมาอย่างนี้ มันดีที่สุด แล้วเลือกตั้งมันจะออกมาดี แล้วคนที่มาใช้อำนาจรัฐก็จะคุมได้ ไม่เช่นนั้นก็จะทำอะไรที่เสียหาย ทั้งนี้อยากให้ประชาชนเข้าใจว่ามันต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ที่เขาคิดจะให้มีตัวแทนไปทำ มันจะเลือก จะทำอย่างไร ก็ต้องคิดเป็น

“พรเพชร” โชว์ ก.ม.ฝีมือ สนช.

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวสรุปผลงานของ สนช.ในปี 2557 ว่า ผลงานด้านการตรากฎหมายของ สนช. ร่าง พ.ร.บ.ที่พิจารณาแล้วมีจำนวน 71 ฉบับ โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอ จำนวน 21 ฉบับ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอจำนวน 49 ฉบับ แยกเป็น 7 เรื่อง คือ 1.สนช. เห็นสมควรประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้วจำนวน 49 ฉบับ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จำนวน 16 ฉบับ และรอประกาศในราชกิจจาฯ จำนวน 33 ฉบับ 2.พิจารณาเสร็จแล้วในชั้น กมธ. และรอพิจารณาในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 จำนวน 4 ฉบับ 3.กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว รอบรรจุระเบียบวาระ หรือชะลอการบรรจุจำนวน 1 ฉบับ 4.อยู่ระหว่างการพิจารณาของ กมธ. จำนวน 13 ฉบับ 5.บรรจุระเบียบวาระเพื่อพิจารณาวาระที่ 1 จำนวน 2 ฉบับ 6.รอบรรจุระเบียบวาระเพื่อพิจารณาวาระที่ 1 จำนวน 1 ฉบับ 7.รอวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวข้องกับการเงินหรือไม่ จำนวน 1 ฉบับ คือร่าง พ.ร.บ.กิจการฮัจญ์ พ.ศ. ...คิดว่าในปี 2558 รัฐบาลจะเสนอกฎหมายที่ตรงกับนโยบายของรัฐบาลมากขึ้น ภาพรวมที่ปรากฏถือว่า สนช.ได้ทำสิ่งที่ค้างมา เป็นปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน หรือที่เป็นประโยชน์กับประชาชน สำเร็จมากพอสมควร

ยันรัฐบาล-สนช.-สปช.เป็นหนึ่งเดียว

นายพรเพชรกล่าวว่า มีการพูดกันตั้งแต่ สปช. เริ่มทำงานว่ากฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูป สปช.เสนอได้ต่อเมื่อเป็นมติของ สปช. หากกฎหมายการปฏิรูปเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน จะมีขั้นตอนที่รัฐบาลต้องพิจารณาด้วย ซึ่งได้ประสานงานกับรัฐบาลเพื่อจัดลำดับความสำคัญของกฎหมาย พิจารณาหลักการของกฎหมายว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างไร มีคณะกรรมการประสานงาน สนช. (วิปรัฐบาล) คอยพิจารณาเรื่องเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังมีการประสานงาน พูดคุยแบบไม่เป็นทางการด้วย เพราะการพูดคุยระหว่าง สนช. รัฐบาลและ สปช.ไม่มีการแบ่งคนละพรรค คนละพวก ไม่ต้องจับตามอง แต่มีการประสานงานในสภาพที่เรียกว่าแม่น้ำ 5 สาย เพื่อให้งานราบรื่น ไม่ให้เกิดความขัดแย้ง เราเห็นต่างกันตลอดแต่ยุติได้ด้วยการพูดจา ประสานงานกัน และนำไปสู่ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน

ให้รัฐสภาชุดใหม่ดู สนช.เป็นไอดอล

นายพรเพชรยังกล่าวถึงกรณีที่ สนช.สร้างบรรทัดฐานเรื่องนโยบายการเข้าประชุม การขาด การลาของสมาชิก ว่า สิ่งที่ สนช.ปฏิบัติทั้งการเข้าประชุม การออกเสียงมติในที่ประชุม เป็นหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แม้ไม่ใช่ประเพณีปฏิบัติแต่ระบบนี้จะถูกนำไปใช้แบบถาวร เพราะเมื่อต้องมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องต่างๆ สมาชิกควรจะต้องอยู่และรับทราบ จึงจะลงคะแนนเสียงของตนได้อย่างถูกต้อง เป็นสิ่งที่ระบบรัฐสภาต้องการอย่างยิ่ง ส่งผลต่อความมิชอบของกฎหมายที่ตราขึ้น ดังนั้น การนับองค์ประชุมนอกจากทำให้กฎหมายมีความชอบธรรมแล้ว ยังสร้างระบบที่ทำให้การตัดสินใจความเห็นของสมาชิกในรัฐสภาเป็นไปด้วยการรับฟังเพื่อนสมาชิกคนอื่นๆ รวมถึงคำชี้แจงของรัฐบาลซึ่งจะสะท้อนแนวความคิดต่างๆ ที่ผ่านมาทุกคนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการอธิบาย แสดงหลักฐาน ทุกคนถูกเอกซเรย์ ข้อมูลสมาชิกเปิดเผย และถูกตรวจสอบโดยสื่อและสังคมด้วย

แนะ รบ.ปรับลุคเพิ่มศรัทธา

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการเมืองปี 2558 ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้ ไม่ได้มาจากพรรคการเมือง และกำลังทำงานอยู่ในโรดแม็ประยะที่ 2 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คงไม่มีประเด็นการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ขณะที่ คสช.ก็แถลงชัดเจนแล้วว่าจะไม่มีการสืบทอดอำนาจ เพราะเจตนาคือเข้ามารักษาความสงบและปฏิรูปประเทศ ดังนั้นช่วงปี 2558 จะเป็นช่วงการสร้างกติกา สร้างการปฏิรูป และความปรองดองให้ประเทศ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลัก ส่วนการบริหารราชการแผ่นดิน ก็เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล ทั้งนี้อยากฝากถึงรัฐบาลว่านอกจากต้องตั้งใจทำงานแล้ว การบริหารงานทางการเมืองก็จำเป็นต้องมีการสื่อสาร เพื่อสร้างจิตวิทยาและความศรัทธากับประชาชาชนให้มากขึ้น ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลคงคิดเรื่องนี้ไว้แล้วเช่นกัน

คงอัยการศึกไม่กระทบเวทีปฏิรูป

เมื่อถามว่ารัฐบาลควรผ่อนคลายกฎอัยการศึก เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนต่อการปฏิรูปหรือไม่ นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องนโยบายด้านความมั่นคง แต่จากการลงพื้นที่รับฟังเสียงประชาชนในโครงการ สนช. พบประชาชนพบว่าเหมือนกับงดเว้นกฎอัยการศึกในตัวอยู่แล้ว เพราะประชาชนสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ แต่ไม่ใช่การออกมาเอาชนะกันทางการเมือง การไม่ยกเลิกกฎอัยการศึก จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการแสดงความคิดเห็นของประชาชน กฎอัยการศึกสามารถสร้างความสงบไม่ให้คนขัดแย้งกัน มากกว่าเป็นอุปสรรคในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน

ย้ำใบสั่งสอย “ขุนค้อน—นิคม—ปู” ไม่มี

นายพีระศักดิ์กล่าวถึงการประชุม สนช. วันที่ 8-9 ม.ค. เพื่อพิจารณาเปิดสำนวนถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า สนช. เดินหน้ากระบวนการถอดถอนไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งเห็นได้ว่าการลงมติทุกเรื่องที่ผ่านมา สนช. มีความเป็นอิสระ จึงขอยืนยันว่า ไม่มีใบสั่งจากใครแน่นอน ทั้งนี้ไม่ห่วงว่าเรื่องถอดถอนจะถูกนำมาเป็นประเด็นทางการเมือง เพราะตอนจะลงมติรับเรื่องไว้พิจารณาก็มีกระแสไม่เห็นด้วยเกิดขึ้น แต่เมื่อรับเรื่องไว้พิจารณาแล้วสถานการณ์ก็เรียบร้อยดี ส่วนผลการถอดถอนจะออกมาเป็นอย่างไรก็ยังบอกไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสมาชิก สนช.แต่ละคน

“บวรศักดิ์” ชวนส่งใจถวายพระพร

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่ 1 และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้กล่าวอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2558 ว่า ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2558 ใคร่ขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านได้พร้อมใจกันตั้งจิตอธิษฐานอาราธนาคุณพระรัตนตรัย เทวานุภาพของพระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ชาวไทยเคารพนับถือได้โปรดอภิบาลและถวายพระพรให้พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระเกษมสำราญมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงและทรงพระเจริญเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าของเหล่าพสกนิกรชาวไทยตลอดไป

รธน.ใหม่ยึดปรัชญา ศก.พอเพียง

นายบวรศักดิ์กล่าวต่อว่า ในปีใหม่นี้สภาปฏิรูป แห่งชาติคงจะมีของขวัญอันจะเป็นการปฏิรูป เป็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่างๆที่จะทำความเจริญก้าวหน้าให้กับบ้านเมืองมาเป็นของขวัญปีใหม่พ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทย กมธ.ยกร่างฯจะรีบดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวคือมีความพอดี พอประมาณ สร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้นกับสังคมไทยกับชาติไทยและประชาชนชาวไทยและทำให้เหมาะสมกับภูมิสังคมของไทย ตลอดจนไม่ทิ้งการติดตามดูในต่างประเทศ ตามโลกาภิวัตน์ให้ได้ความสมดุลกัน และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องขอความกรุณาพ่อแม่พี่น้องช่วยเสนอข้อคิดเห็นเข้ามาให้ได้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้ชาติไทย พระศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ มีความมั่นคง มีความมั่งคั่ง ประชาชนชาวไทยมีความสุข มีสันติตลอดไป

ไม่เอานายกฯคนนอก—ก็ถอยได้

นายประสพสุข บุญเดช คณะกรรมาธิการยกร่างฯ กล่าวกรณีมีสมาชิก สปช.จังหวัดบางคนออกมาแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอให้กำหนดคุณสมบัติว่านายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจาก ส.ส.ว่า ข้อเสนอของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นข้อยุติในเบื้องต้นเท่านั้น ขั้นตอนการยกร่างฯต่อจากนี้ไปต้องมีการหารือพูดคุยและอภิปรายกันอีก รวมทั้งยังต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจาก ครม. คสช. สนช. สปช.และประชาชนอย่างรอบด้าน และถ้าหากข้อเสนอใดมีคนไม่เห็นด้วยหรือคัดค้านก็สามารถทบทวนและแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสมได้ โดยเฉพาะประเด็นคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่า ไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญจะเริ่มเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค.58 เป็นต้นไปเนื่องจากจะเริ่มพิจารณารายละเอียดของเนื้อหาไปทีละมาตราแล้ว

“เอนก” นัด 8 ม.ค.วางกรอบปรองดอง

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ สปช.ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง เปิดเผยว่า คณะทำงานได้นัดประชุมเป็นนัดแรกเพื่อพิจารณาถึงกรอบดำเนินงานในวันที่ 8 ม.ค. นี้ แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าเป้าหมายสุดท้ายของการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองจะเป็นการนิรโทษกรรมหรือไม่ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าแนวทางการนิรโทษกรรมเป็นช่องทางหนึ่งในอีกหลายช่องทางที่จะนำไปสู่แนวทางการสร้างความปรองดองได้ หากจะพิจารณาเฉพาะการนิรโทษกรรม เท่าที่มีผลการศึกษาต้องคำนึงด้วยว่าการนิรโทษกรรมมีความจำเป็นและเร่งด่วนหรือไม่ หากมีความจำเป็นและเร่งด่วนสามารถเสนอเรื่องไปยังรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ใช้อำนาจตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 44 นิรโทษกรรมกับบุคคลได้

“ชัยเกษม” บี้นิรโทษกรรมทำให้เร็ว

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงแนวทางการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อความปรองดองว่า มีโอกาสช่วยทำให้เกิดความปรองดองได้ในระดับหนึ่ง เพราะกลุ่มหนึ่งอาจมองว่าเหมือนเดิม เพราะใจคนมันยังไม่ไป พยายามทำให้ปรองดองไม่ได้ช่วยอะไร ซึ่งก็ต้องดูว่าทำได้แค่ไหนอย่างไร เพราะถ้าทำสุดซอยเดี๋ยวก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งออกมาแสดงความไม่พอใจ ทำครึ่งซอยคนอีกกลุ่มหนึ่งไม่พอใจ คงต้องหาจุดที่เหมาะสม เมื่อถามว่า การนิรโทษกรรมควรออกในรูปแบบไหน นายชัยเกษมกล่าวว่า อะไรที่เห็นว่ารู้สึกไม่เป็นธรรมกับเขา ใส่อะไรที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงทำให้เขาและครอบครัวเขาเดือดร้อน ต้องพยายามเยียวยาคนเหล่านี้มากที่สุด จะทำด้วยการนิรโทษกรรมไหวหรือไม่ หรือศาลอาจช่วยได้ไหม ให้ประกันตัวไป ถ้าคดีไปถึงศาลไม่หนักหนาสาหัสก็รอลงอาญาไป แต่ทำให้เร็ว เพราะเวลานี้คนที่เดือดร้อนติดคดีในคุกมีอยู่จำนวนมาก

พท.เย้ย ครม.ศก.เส้นใหญ่–สายแข็ง

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การบริหารประเทศของรัฐบาลช่วงที่ผ่านมา 4-5 เดือน พบว่าปัญหาที่หนักหนาและดู เหมือนจะไม่ได้รับการแก้ไข หรือจัดการอย่างถูกวิธี คือเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง คนหาเช้ากินค่ำ คนระดับล่างจะตายกันหมดแล้ว วันนี้การเก็บภาษีของภาครัฐไม่ได้ตามเป้า การท่องเที่ยวซบเซา การส่งออกไม่ดี ปี 2558 คงจะเป็นปีแห่งความทุกข์ของใครหลายคน เพราะรายได้ที่เก็บไว้เดิมกำลังจะหมด ในขณะที่ของใหม่ไม่มีเข้ามา เบื้องต้นควรมีการปรับ ครม. ปรับปรุงทีมเศรษฐกิจ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งบางที 3 เดือนก็ปรับแล้ว นี่ 5 เดือนแล้วยังไม่ขยับทั้งๆที่ผลงานก็เห็นๆกันอยู่ว่าแย่แค่ไหน คงเป็นเพราะแต่ละคนมีเส้นสาย จะปรับก็เกรงใจคนเป็นเจ้าของรัฐมนตรี

เตือนแรงต้าน รธน.สืบทอดอำนาจ

นายวรชัยกล่าวว่า สำหรับประเด็นทางการเมือง สามารถเป็นปัจจัยเกื้อหนุนเรื่องเศรษฐกิจได้ หากมีการกำหนดวันเลือกตั้ง และมีประชาธิปไตยที่ดี แต่ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไรเลย นักท่องเที่ยวไม่กล้ามา ต่างชาติไม่กล้าลงทุน แม้แต่คนไทยเองก็ยังไม่กล้า เพราะหาความแน่นอนอะไรไม่ได้แนวทางการร่างรัฐธรรมนูญออกมาก็ล้วนแล้วแต่ย้อนยุคล้าหลัง นายกฯไม่ต้องมาจากเลือกตั้ง ส.ว.อำนาจล้นฟ้า ประชาชนรับไม่ไหวแน่ และพวก สปช. สนช.วันนี้ก็จะเข้าไปสืบอำนาจเป็น ส.ว.ชุดใหม่อย่างแน่นอน แต่ละคนก็เป็นคู่ขัดแย้ง แถมยังใส่อำนาจเพิ่มเติมเข้าไป แบบนี้ความปรองดองเกิดยาก ความขัดแย้งไม่มีวันจบ ไม่รู้ว่าการเขียนรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเป็นแบบปากว่า ตาขยิบหรือไม่ เพราะไม่มีเจตนาประชาธิปไตย ไม่มี เงื่อนไขลดความขัดแย้งเลย เขียนไปแล้วก็ใช้ไม่ได้ ต้องตั้ง สปช.มาเขียนใหม่ ยื้อกันอยู่ในอำนาจต่อไปอีก

กปปส.ตั้งมูลนิธิเกาะติดปฏิรูป

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวถึงการติดตามความคืบหน้าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า มีหลายข้อเสนอที่เราเห็นว่ายังไม่ตรงกับเจตนารมณ์ที่เราเสนอความคิดเห็นไปก่อนหน้านี้ คงต้องรอให้ร่างรัฐธรรมนูญมีความชัดเจนเสียก่อน คณะทำงาน กปปส.จึงจะหารือกันอีกครั้ง เพื่อเปรียบเทียบร่างรัฐธรรมนูญ กับข้อเสนอที่ กปปส.เคยเสนอไป หากข้อเสนอขัดกับเจตนารมณ์ตามข้อเสนอของ กปปส. ก็คงจะต้องมีการท้วงติงไปยัง กมธ.ยกร่างฯ นอกจากนี้ เราได้จดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิมวลมหาประชาชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีพระสุเทพ ปภากโร หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เป็นประธานมูลนิธิ โดยการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อติดตามการปฏิรูป ประเทศแทนมวลมหาประชาชน และประสานความช่วยเหลือไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ยืนยันว่าจะผลักดันการปฏิรูปภายใต้เจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน ผ่านการทำงานของมูลนิธิดังกล่าวให้สำเร็จ หลังจากนั้นจึงจะตัดสินใจถึงเรื่องอนาคตทางการเมือง

“ไก่อู” เคลียร์ 3 รมต.ยังนั่ง 2 เก้าอี้

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว 3 รัฐมนตรีนายพลเตรียมลาออกจากตำแหน่งในกองทัพก่อนเกษียณว่า ที่ผ่านมาทั้ง 3 คน พยายามตั้งใจทำงานในตำแหน่งหน้าที่อย่างเต็มที่ ตำแหน่งในกองทัพไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ อยู่ในตำแหน่งผู้บังคับบัญชาระดับสูง ถือเป็นตำแหน่งผู้บริหาร ท่านคงไม่ถึงขนาดต้องเขียนหนังสือเอง มีผู้ใต้บังคับบัญชาในสายงานดำเนินการตามขั้นตอน ไม่เห็นติดขัดตรงไหนอย่างไร และถึงแม้รัฐบาลจะเข้าสู่โรดแม็ประยะที่ 2 คิดว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะทุกคนทุ่มเท จัดลำดับความเร่งด่วนว่างานไหนสำคัญอย่างไร ไม่ได้หมาย ความว่างานในหน้าที่ไหนสำคัญกว่างานในหน้าที่ไหน เพียงจัดลำดับความสำคัญว่าเวลาไหนต้องทำอะไร ขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ตามนโยบายนายกฯ เราก็รู้ว่าเวลามีน้อย แต่ละคนต้องแก้ปัญหาระหว่างที่รอการปฏิรูป ทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่

กสม.เล็งนัดโจ๋ดาวดินเคลียร์ มทภ.1

นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กล่าวถึงความคืบหน้าการหารือเพื่อทำความเข้าใจระหว่างกลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (กลุ่มดาวดิน) และ พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส.) เกี่ยวกับจุดยืนการเคลื่อนไหวของกลุ่มดาว–ดิน ว่าการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาดาวดินที่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ตอนนี้อยู่ระหว่างการประสานงาน เพื่อเชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาร่วมพูดคุยกัน โดยมีคณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิการเมืองของคณะกรรมการสิทธิฯ เป็นตัวกลางในการพูดคุย คาดว่า หลังหยุดยาวช่วงปีใหม่น่าจะมีความชัดเจนในเรื่องวัน เวลา และสถานที่การพูดคุยที่แน่นอน

“มาร์ค” โชว์วิชั่นแก้ปัญหาข้าว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรของรัฐบาล ว่า ส่วนตัวมีแนวความคิดในเรื่องการแก้ปัญหาที่อาจจะไม่ตรงกับรัฐบาล โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องข้าว ที่มองว่านโยบายการประกันรายได้กับนโยบาย จำนำข้าว เป็นนโยบายลักษณะเดียวกันนั้นไม่ใช่นโยบายการประกันรายได้ ไม่ได้ไปกระทบกับการซื้อขายในตลาดข้าว แล้วเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง ในเรื่องการประกันรายได้ รัฐบาลปฏิเสธการช่วยเหลือในเรื่องนี้ และปฏิเสธนโยบายจำนำไปยึดถือเอาว่าจ่ายเงินต่อไร่ โดยที่คิดว่าเร่งจ่ายจะทำให้เกิดผลที่ดีกว่า แต่ในความเป็นจริงผู้ที่อยู่ในตลาดข้าว ทราบว่าเกษตรกรได้รับความช่วยเหลือก็จะส่งผลต่อการซื้อขาย ทำให้ราคาต่ำลง เมื่อราคาต่ำ ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไรหรือไม่

ตีบทกูรูสอนวิธีแก้ยางราคาตก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เรื่องปัญหายางพาราปัญหาที่มีในปัจจุบันคือ สต๊อกที่เกิดจากการไปซื้อมาแล้วมาเก็บเอาไว้ของรัฐบาลชุดที่แล้ว สิ่งที่จะช่วยคือรัฐบาลต้องมีความชัดเจนว่า ยางในส่วนนี้จะทำ อย่างไร ไม่ให้มากระทบกับตลาด ปัญหาคือรัฐบาลยังพูดไม่ชัด และเมื่อพูดไม่ชัดในตลาดก็มองว่ามียางในส่วนนี้อยู่ ก็ทำให้ราคายางขยับยาก ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวก็เช่นกันแม้จะเริ่มฟื้นตัว แต่ก็ยังมีปัญหาในเรื่องกฎอัยการศึก ที่เป็นปัญหา ตรงนี้จึงเป็นจุดที่ต้องรอการตัดสินของรัฐบาลว่าจะมีการทบทวนการเรื่องหลักๆอย่างนี้หรือไม่ เพราะการจะไปหวังการส่งออกหรือการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลดูจะเป็นเรื่องยาก

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1สรรเสริญ แก้วกำเนิดข่าวลือรัฐมนตรีนายพลลาออกตำแหน่งก่อนเกษียณ

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้