วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ปวีณา'รุดช่วยเหลือ แม่ลูก3ป่วยประสาท ทุกข์ยาก-แต่สู้ชีวิต!

'ปวีณา'รุดช่วยเหลือ แม่ลูก3ป่วยประสาท ทุกข์ยาก-แต่สู้ชีวิต!

  • Share:

ชีวิตสุดรันทด แม่ลูกสามมีอาการทางประสาท สามีติดเชื้อเอชไอวีเสียชีวิตไปก่อนหน้า ต้องเช่าบ้านอยู่กับลูกๆ แต่สุดท้ายหาเงินไม่พอกินจนเกิดความเครียด ต้องรักษาตัวใน รพ.ทางจิตเวชเป็นระยะ แม้พยายามสู้ชีวิตรับร้อยลูกปัด สานปลาตะเพียน แต่ขายไม่ดียิ่งเครียดหนัก ถึงขั้นทำร้ายลูก แต่ยืนยันไม่ยอมงอมืองอเท้าพาลูกเร่ขอทาน “ปวีณา” รุดช่วย เตรียมประสาน ผวจ.สมุทรปราการ หาที่จำหน่ายสินค้าจะได้มีเงินมาดูแลเด็ก

เศรษฐกิจฝืดเคือง คนหาเช้ากินค่ำชักหน้าไม่ถึงหลัง จนต้องร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา หงสกุลเพื่อเด็กและสตรี โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 2 ม.ค. หลังได้รับการเปิดเผยจาก นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก นางอรวรรณ หลงจาด อายุ 37 ปี อยู่ห้องเช่าเลขที่ 100/668 ซอยลัคกี้ 3 หมู่ 4 ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ว่า ขอความช่วยเหลือเนื่องจากไม่มีเงินที่จะเลี้ยงดูบุตรที่มีอยู่ถึง 3 คน ขณะที่ตัวเองมีอาการทางประสาท ต้องกินยาระงับประสาททุกวัน

ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นางปวีณานำทีมงานลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ โดยพบว่าห้องเช่านี้อยู่สุดซอยติดกับแนวกำแพงโรงงานอุตสาหกรรม มีอยู่หลายห้องเช่า มีซอยแคบๆที่เดินเท้าเข้าได้อย่างเดียว ส่วนห้องนางอรวรรณดังกล่าวมีสภาพเก่าทรุดโทรม ประกอบด้วยแผ่นไม้มุงด้วยหลังคากระเบื้องมีรอยแตกรั่ว ในห้องมีขนาดเล็กและแออัด มีเปลขนาดยาวที่ให้ลูกนอน และอุปกรณ์ชิ้นส่วนที่ใช้ทำดอกไม้ ปลาตะเพียน พวงกุญแจ ทั้งนี้ พบนางอรวรรณอยู่ด้วยกันกับลูกทั้ง 3 คน ซึ่งคนโตเป็นผู้หญิงอายุ 11 ขวบ คนกลางเป็นผู้ชายอายุ 3 ขวบ และคนเล็กเป็นผู้หญิงอายุ 2 ขวบ เมื่อเห็นหน้านางปวีณาทำให้นางอรวรรณน้ำตาไหลทันที และโผเข้ากอดด้วยความดีใจและขอบคุณที่ให้การช่วยเหลือ

นางอรวรรณเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้อยู่กินกับสามีจนมีบุตรด้วยกัน 3 คน ต่อมาสามีป่วยติดเชื้อเอชไอวีจนเสียชีวิตไปเมื่อปี 56 ทำให้ชีวิตตนต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกทั้งสามคนเพียงคนเดียว ต้องซื้อปลายข้าวมาต้มกับบะหมี่สำเร็จรูป และไข่ตุ๋นให้ลูกกินประทังหิว และเมื่อขัดสนมากขึ้นก็เริ่มเครียด จนมีอาการทางประสาท และเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ศรีธัญญา และ รพ.จุฬาฯ ต้องกินยาระงับประสาทตลอดเวลา ที่ผ่านมายึดอาชีพร้อยลูกปัดทำพวงกุญแจ และทำดอกกุหลาบ สานปลาตะเพียน ไปขายที่ศาลากลางจังหวัด และ รพ.จุฬาฯ แต่ยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ขายของไม่ดี สุดท้ายหมดเงินทุนไม่มีเงินดูแลครอบครัว แม้แต่เงินที่จะไปซื้อยาระงับประสาทมากิน จนมีอาการเครียด หลายครั้งคิดที่จะฆ่าตัวตาย เคยตัดสินใจวิ่งตัดหน้ารถเพื่อต้องการนำค่าทำขวัญไปดูแลลูก ยิ่งกว่านั้นบางครั้งตนเครียดจัดๆ ก็เคยพลั้งมือทำร้ายลูกไปโดยไม่รู้ตัว จนต้องออกไปอยู่ไกลๆเมื่อมีอาการนี้ แต่ภายหลังจากได้เริ่มร้อยลูกปัดช่วยให้ตนมีสมาธิมากขึ้นและเครียดน้อยลง จากนี้จะสู้ต่อไปและไม่คิดที่จะทิ้งลูกหรือพาลูกไปขอทานอย่างที่ใครๆเขาทำกัน แม้ตนไม่รู้หนังสือไม่ได้ร่ำเรียนมา แต่อยากเห็นลูกได้เรียนหนังสือจนจบ

ด้านนางปวีณากล่าวว่า หลังจากที่ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและมอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้น 6 พันบาทแล้ว พบว่าเป็นครอบครัวที่น่าสงสาร เท่าที่มาดูด้วยตัวเอง สภาพเป็นอยู่มีความลำบากมากแต่ก็เป็นคนที่สู้ชีวิต เบื้องต้นได้โทร.ประสานไปยังนายพินิจ หาญพานิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ โดยขอให้มาช่วยเหลือจัดหาสถานที่จำหน่ายสินค้าของนางอรวรรณ หรือหาผู้แทนมารับไปจำหน่าย เพื่อให้ได้อยู่บ้านเลี้ยงลูกและทำสินค้าของตนเองไปด้วย ซึ่งผู้ว่าฯก็รับปากและจะเข้ามาดูในวันที่ 3 ม.ค.นี้ ส่วนอาการทางประสาทก็จะประสาน รพ.จุฬาฯ เพื่อหาแนวทางรักษาต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้