วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สังเวยปีใหม่ 3วันตาย190

สังเวยปีใหม่ 3วันตาย190

  • Share:

เจ็บ1,782-เหตุเมาขับ ประชาชนทยอยกลับ เหนือ-อีสาน-ใต้หนึบ

นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางกลับกันแล้วเลี่ยงรถติดวันเสาร์-อาทิตย์ ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีนักท่องเที่ยวแห่ไปสัมผัสอากาศหนาวไม่ขาดสายทั้งภาคเหนือ อีสาน ตามร้านขายของกินของฝากคนแน่นส่วนใหญ่ซื้อของฝากญาติ ขณะที่ ภาคใต้คึกคักไม่แพ้กัน ส่วนยอดสรุปคนตาย 3 วันฉลองปีใหม่ 190 ศพ บาดเจ็บ 1,782 คน จังหวัดที่มียอดคนตายสูงสุดคือเพชรบูรณ์กับบุรีรัมย์ แห่งละ 9 ศพ สาเหตุส่วนใหญ่เพราะเมาแล้วขับ

ประชาชนยังอยู่ในช่วงท่องเที่ยวฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ขณะที่หลายคนเริ่มเดินทางกลับกันแล้ว โดยช่วงเช้าวันที่ 2 ม.ค. นักท่องเที่ยวบางส่วนได้ทยอยกันเดินทางออกจาก จ.เชียงใหม่ เพื่อจะไปเที่ยวต่อยังจังหวัดใกล้เคียง เช่น เชียงราย ลำปาง แม่ฮ่องสอน และส่วนหนึ่งเดินทางกลับกรุงเทพฯ ส่งผลให้ตลาดวโรรสและตลาดต้นลำไยคนแน่นกว่าทุกวัน เนื่องจากส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวแห่ซื้อของฝากของกิน อาทิ น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว แคบหมู หมูทอด จนแน่นไปหมด

ส่วนที่วัดศรีดอนมูล ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ โดยพระครูสิริศีลสังวร หรือครูบาน้อย เตชปัญโญ เกจิอาจารย์ล้านนาชื่อดังและเจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล ทำพิธีสะเดาะนพเคราะห์และประพรมน้ำมนต์ให้ศีลให้พรและเทศน์ให้นักท่องเที่ยวในการวางตัวเริ่มพุทธศักราชใหม่ด้วยศีล สมาธิ ปัญญานำทาง และอวยพรให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพพร้อมทั้งมอบวัตถุมงคลให้ทุกๆคนไว้บูชา นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมากพากันไปอาบน้ำอุ่นที่บ่อน้ำพุร้อนบ้านแม่โป่ง ต.ป่าเมี่ยง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ริมถนนสายเชียงใหม่-เชียงราย โดยเชื่อกันว่าอาบน้ำอุ่นที่แห่งนี้จะทำให้ผิวพรรณสวยและยังทำให้โรคภัยไข้เจ็บและโรคผิวหนังหายอย่างน่าอัศจรรย์

สำหรับ จ.พิษณุโลก รถขาล่องผ่านถนนใจกลางเมืองพิษณุโลกเริ่มหนาแน่นตั้งแต่เช้า ส่วนใหญ่ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาของชาวภาคกลางและกรุงเทพฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่อาจติดขัดอย่างมากในช่วงวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ เพราะเป็นช่วงสุดท้ายของวันหยุดเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ถือโอกาสเข้าวัดทำบุญกันอย่างเนืองแน่นแทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร สถานที่ประดิษฐานของหลวงพ่อพระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่สวยงามที่สุดในโลก วัดนางพญา หรือวัดบึงกระดาน และวัดราชบูรณะ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก เพื่อทำบุญปิดทองลูกนิมิต 9 วัด บูชาตุงปีนักษัตร ไถ่ชีวิตกระบือ ร่วมซื้อแผ่นทองหล่อพระกริ่งไภษัชยคุรุพระพุทธเจ้า หน้าตักขนาด 29 นิ้ว ซึ่งจะมีการประกอบพิธีหล่อในวันที่ 9 ม.ค.ที่จะถึงนี้ และร่วมพิธีสวดมนต์สะเดาะเคราะห์ต่อชะตากันตลอดวัน

ขณะที่ จ.เลย เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีนักท่อง เที่ยวเดินทางไปเยือนกว่า 3 แสนคน ส่วนใหญ่มุ่งสัมผัสอากาศหนาวตามยอดภูเรือ ภูกระดึง ภูสวนทราย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง และที่บ้านไม้เก่า 100 ปี อ.เชียงคาน โดยเฉพาะที่ อ.ภูเรือ นักท่องเที่ยวแวะชมสวนดอกไม้ของเอกชนการ์ตูนคิตตี้ทำให้รถติดแน่นยาวร่วม 10 กม. ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.57-2 ม.ค. โดยนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.เลย กล่าวว่า ปีนี้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวจังหวัดเลยมากกว่าทุกปี แต่มีปัญหาตามมาคือปัญหาขยะในแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ๆ เช่น ที่บ้านไม้เก่า 100 ปี เมืองเชียงคาน

ที่ อ.ภูเรือ นักท่องเที่ยวทิ้งขยะจำนวนมากต้องระดมเจ้าหน้าที่จัดเก็บจนเรียบร้อย และที่ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ มีนักท่องเที่ยวแห่ไปสัมผัสอากาศหนาวกันคึกคักรวมทั้งชมค้างคาวหน้ายักษ์ทศกัณฐ์เล็กนับล้านตัวบินออกจากถ้ำ และที่ จ.กาฬสินธุ์ นายสุพจน์ ปั้นทรัพย์ หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยากาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า อุณหภูมิใน จ.กาฬสินธุ์ ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน ล่าสุดต่ำสุดวัดได้ 12.1 องศาในพื้นราบ ส่วนตามแนวเทือกเขาภูพาน อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 7-10 องศา และมีลมกระโชกแรงทั้งกลางวันกลางคืน แต่ถ้าเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อากาศปีนี้อุณหภูมิจะต่ำกว่าประมาณ 2 องศา

ด้าน จ.นครราชสีมา นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแห่ขึ้นไปสัมผัสความหนาวเย็นอุณหภูมิเฉลี่ย 10-15 องศาที่ อ.วังน้ำเขียว โดยเฉพาะเส้นทางบริเวณเขาแผงม้าและสวนดอกไม้งามฟลอร่าพาร์ค วังน้ำเขียว และจุดขายของฝาก ต.อุดมทรัพย์ ทำให้ที่พักตามรีสอร์ตต่างๆเต็มทุกแห่ง สอบถามนายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว อ.วังน้ำเขียว เปิดเผยว่า ปีนี้นับว่าโชคดีมากในช่วงนี้อากาศหนาวเย็นมีหมอกในตอนเช้าทุกวัน อุณหภูมิประมาณ 10-15 องศา คาดว่าปีนี้มีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว

ขณะที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา มีนักท่องเที่ยวและประชาชนจำนวนมาก กราบไหว้สักการะขอพรจากคุณย่าโมซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของโคราช ส่งผลให้ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีมีบรรยากาศคึกคักตลอดทั้งวัน ส่วนที่อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทหินพิมาย อ.พิมาย มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากแห่ชมความงดงามของปราสาทหินพิมายซึ่งเป็นโบราณสถานเก่าแก่หลายพันปีสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หรืออายุในราวพุทธศตวรรษที่ 16 กันอย่างคึกคัก รวมทั้งท่องเที่ยวต่อที่อุทยานไทรงามที่อยู่ใกล้กันด้วย

สำหรับ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นไปท่องเที่ยวบนยอดเขาตังกวน เขตเทศบาลนครสงขลาเพื่อกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสงขลาที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาตังกวนมีทั้งพระเจดีย์หลวงที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระสยามเทวาธิราช พระรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พระประธานองค์พระเจดีย์หลวง หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนบนยอดเขาสามารถชมทิวทัศน์รอบเมืองสงขลาซึ่งเป็นเมือง 2 ทะเลที่สวยงามทั้งทะเลสาบสงขลาและทะเลอ่าวไทย

ที่ จ.พัทลุง บริเวณริมทะเลสาบสงขลาโดยเฉพาะหาดแสนสุขลำปํา อ.เมืองพัทลุง และเขตห้ามล่าสัตว์ทะเลน้อย อ.ควนขนุน มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่วนในตลาดสดพัทลุงคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากนักท่องเที่ยวแห่ซื้อสินค้านำไปฝากญาติมิตรและเพื่อนฝูงก่อนเดินทางกลับ ส่วน จ.สตูล ตามแหล่งท่องเที่ยวยังคงคึกคักทั้งทางบกและทางทะเลโดยเฉพาะการล่องแก่งวังสายทองมีนักท่องเที่ยวเข้ามาล่องตามแก่งต่างๆไม่ต่ำกว่าวันละ 500 คน รวมทั้งเกาะตะรุเตา เกาะหลีเป๊ะ เกาะไข่ เกาะหินงาม เกาะอาดัง ขณะเดียวกันมีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯและต่างชาติ เริ่มเดินทางกลับภูมิลำเนากันแล้วทำให้บริเวณท่าเรือปากบารา อ.ละงู จ.สตูล มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าฝั่งจำนวนมาก

ขณะที่ จ.กระบี่ บริเวณบ่อน้ำพุร้อนเค็มหนึ่ง เดียวในประเทศไทยที่หมู่ 8 ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีนของจังหวัดกระบี่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศทั้งเหมารถบัส รถตู้ รถส่วนตัวมาแช่น้ำพุร้อนเพื่อสุขภาพในอุณหภูมิของน้ำพุอยู่ที่ 37-40 องศา สำหรับน้ำพุร้อนเค็มแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำพุร้อนเค็มที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข แถลงว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558 รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 1 ม.ค. ซึ่งเป็นวันที่สามของการรณรงค์ “มอบความสุขทั่วไทย สัญจรปีใหม่ ปลอดภัยทุกคน” เกิดอุบัติเหตุ 604 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 60 ราย ผู้บาดเจ็บ 625 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 49.17 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 24.17 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 85.14 จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ชลบุรี 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ 23 คน

นพ.รัชตะกล่าวว่า สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 3 วัน คือวันที่ 30 ธ.ค.57-1 ม.ค.58 เกิดอุบัติเหตุรวม 1,737 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 190 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,782 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือตายเป็นศูนย์มี 12 จังหวัด ได้แก่ ตรัง นครพนม นราธิวาส พัทลุง พิจิตร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ลำพูน สตูล สิงห์บุรี สุพรรณบุรี และอุตรดิตถ์ จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บในช่วง 2 วัน มี 2 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 71 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เพชรบูรณ์ และบุรีรัมย์ จังหวัดละ 9 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ 75 คน

ต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกัน ถนนมิตรภาพขาล่องการจราจรเริ่มติดขัดตั้งแต่ช่วง ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จนถึง อ.มวกเหล็ก อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เนื่องจากนักท่องเที่ยวและประชาชนภาคอีสานเริ่มเดินทางกลับกรุงเทพฯกันแล้ว ทำให้รถมีปริมาณมากทำความเร็วเฉลี่ย 30-40 กม.ต่อชั่วโมง สลับหยุดนิ่งตลอดทาง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและอาสามูลนิธิคอยดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้