วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เรียกอธิการเก่า คลี่ปมพันล้าน

เรียกอธิการเก่า คลี่ปมพันล้าน

  • Share:

ตร.จ่อหมายจับอีกหลายคน

รอง ผบก.ป.เผยยังไม่เรียกดาราสาว “พิงกี้” มาสอบสวน เพราะยังไม่ได้ขยายผลไปถึงการเปิดบริษัทลูกเครือข่ายผู้ต้องหา ส่วน บอย-ปกรณ์ เข้าพบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ยืนยันซื้อรถต่อจากผู้ต้องหาถูกต้องโดยมีคนกลางแนะนำ ตำรวจเร่งตามตัวคนกลางมาสอบสวน สงสัยซื้อขายซุปเปอร์คาร์เพื่อฟอกเงิน ด้านคดียังเร่งขยายผลและมีผู้ต้องหาต้องออกหมายจับอีกเพียบ ดีเดย์วันที่ 5 ธ.ค. เรียก อธิการและผู้บริหาร สจล.ทั้งชุดเก่าชุดใหม่มาสอบสวน เพื่อหาข้อพิรุธและความเชื่อมโยงคดี สรุปยอดเงินที่ถูกขโมยไปขณะนี้พบยอดเกือบ 1,600 ล้านบาท

กรณีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายเข้าแจ้งความกองปราบปรามว่า มีเงินกองกลางในบัญชีธนาคารหายไปกว่า 1,600 ล้านบาท เบื้องต้นตำรวจจับกุมนายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาบิ๊กซี ศรีนครินทร์ และ น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผอ.ส่วนการคลัง สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเงินที่สูญหาย นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ อายุ 26 ปี นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ อายุ 31 ปี ส่วนอีก 4 คนออกหมายจับแล้วแต่ยังจับไม่ได้ประกอบด้วย นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด อายุ 32 ปี นายสมพงษ์ สหพรอุดมการณ์ อายุ 57 ปี นางสมบัติ โสประดิษฐ์ อายุ 44 ปี และ น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ อายุ 27 ปี ลูกสาว แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ข้อหาปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม และข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ส่วนข้อหาร่วมกันสนับสนุนเจ้าหน้าที่องค์การของรัฐกระทำการทุจริตแจ้งข้อหากับผู้ต้องหาบางคน และกำลังขยายผลดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก

ความคืบหน้าจากห้อง ศปก.กก.1 บก.ป. เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 ม.ค. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป.รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีลักทรัพย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวน พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป.กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 8 คน ประกอบด้วย 1.น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผอ.ส่วนการคลัง สจล. 2.นายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาบิ๊กซี ศรีนครินทร์ 3.นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ 4.นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ 5.นายสมพงษ์ สหพรอุดมการณ์ 6.นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด 7.นางสมบัติ โสประดิษฐ์ และ 8.น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ ข้อหาร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ และเพิ่มข้อหาฟอกเงินอีก 1 ข้อหา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 4 คน ส่วนอีก 4 ที่เหลืออยู่ระหว่างการติดตามจับกุม

รอง ผบก.ป. กล่าวต่อไปว่า ชุดพนักงานสอบสวนรายงานผลการดำเนินคดีให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.ก.ได้รับทราบความคืบหน้าทุกวัน ได้สั่งกำชับคณะทำงานว่า ให้ทำงานกันอย่างรัดกุม อย่าให้เกิดปัญหา อย่ากลั่นแกล้งใคร หากมีพยานหลักฐานพาดพิงไปถึงบุคคลใดให้ดำเนินการไปตามกฎหมายไม่ต้องเว้นหรือเกรงใจใคร ส่วนจะพิจารณาขออนุมัติศาลออกหมายจับใครเพิ่มเติมนั้น มีแน่ แต่กำลังพิจารณาคัดกรองอยู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน ดูจากเส้นทางการเงินที่หายไปแล้ว เชื่อว่าจะยังมีผู้ที่รู้เห็นเกี่ยวข้องอีกหลายคน แต่ยังสรุปไม่ได้ว่ากี่คน

สำหรับกรณีดาราสาว พิงกี้-สาวิกา ไชยเดช ที่มีชื่อเป็นหุ้นส่วนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารายหนึ่ง รอง ผบก.ป. กล่าวว่า ยังไม่เรียกตัวพิงกี้มาสอบสวน เพราะพนักงานสอบสวนยังไม่ได้ลงลึกไปถึงบุคคลอื่นที่เข้าหุ้นทำธุรกิจกับผู้ต้องหา สำหรับการประชุมวันนี้ขอทราบความคืบหน้าการไปตรวจค้นบ้านมารดาของนายกิตติศักดิ์ผู้ต้องหาคนสำคัญที่เชื่อว่าหลบหนีไปฮ่องกงแล้ว จากการตรวจค้นพบเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารและโฉนดที่ดินจำนวนมาก มารดาของนายกิตติศักดิ์จะสามารถชี้แจงได้หรือไม่ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เกี่ยวข้องกับเงินในคดีของลูกชายหรือไม่ นอกจากนี้ จะขอข้อมูลจากฝ่ายสืบสวนที่ออกไปตรวจสอบตลอดช่วงก่อนปีใหม่มาดูว่ามีความคืบหน้าอะไรเพิ่มเติมอีก จะได้วางแนวทางการทำงานกันต่อไป

พ.ต.อ.ณษกล่าวอีกว่า พฤติการณ์ของนายกิตติศักดิ์ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี เชื่อว่าเป็นตัวจักรสำคัญในคดี เป็นคนให้ผู้ต้องหาคนอื่นโอนเงินเข้าบัญชีไปแล้วโอนกลับมาให้ตัวเอง โดยแบ่งผลประโยชน์ให้เจ้าของบัญชีคนอื่นเป็นการตอบแทน ส่วนบริษัทมัทธุจัด จำกัด ของนายกิตติศักดิ์ เปิดเมื่อปี 2555 ทำธุรกิจหลายอย่าง ทั้งด้านอสังหาริมทรัพย์ โมเดลลิ่ง จัดเกมโชว์ อัดรายการต่างๆออกทางโทรทัศน์ ไปจนถึงที่ปรึกษาทางกฎหมาย จึงประสานให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัทก่อนว่า หลังจดทะเบียนเมื่อปี 55 แล้วทำธุรกิจการเงินเป็นมาอย่างไร เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินที่สูญหายไปของ สจล.หรือไม่ ก่อนจะอายัดทรัพย์ต่อไป และในวันจันทร์ที่ 5 ม.ค. พนักงานสอบสวนเชิญนายถวิล พึ่งพา อดีตอธิการบดีที่หมดวาระไปเมื่อปลายปี 2557 และเชิญคณะกรรมการผู้มีอำนาจเซ็นเบิกจ่ายเงินของสถาบันทั้งชุดเก่าและชุดปัจจุบัน ประกอบด้วย รองอธิการบดีและเจ้าหน้าที่ฝ่ายการคลัง ซึ่งการเบิกจ่ายเงินแต่ละครั้งจะต้องมีลายมือชื่อของผู้รับผิดชอบด้านการเงินอนุมัติ 2 ใน 4 คนมาสอบสวน

ส่วนกรณี บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ดาราชื่อดังเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเรื่องซื้อรถแลมโบร์กินีจากนายกิตติศักดิ์ พ.ต.อ.ณษ กล่าวว่า บอย-ปกรณ์ มาแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังจากซื้อรถยนต์แลมโบร์กินีสีเขียวไปจากนายกิตติศักดิ์ โดยมีคนแนะนำว่า นายกิตติศักดิ์เพิ่งซื้อจากศูนย์ย่านพระราม 9 ไปราคา 16.5 ล้านบาท นำไปใช้ได้ 2 เดือนแล้วมาขายต่อให้บอย-ปกรณ์ราคา 13.5 ล้านบาท โดยนำเอกสารการซื้อขายมายืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินของ สจล.ใดๆทั้งสิ้น และยังให้การอีกว่า รู้จักนายกิตติศักดิ์ผ่านคนกลางที่แนะนำให้ซื้อรถคันดังกล่าว ในส่วนของตัวคนกลางเจ้าหน้าที่จะเรียกตัวมาสอบสวนว่า มีส่วนรู้เห็นกับนายกิตติศักดิ์หรือไม่

“คดีนี้ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีกเป็นจำนวนมาก อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ รวมทั้งกำลังรวบรวมทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ตรวจสอบว่า ได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ สำหรับ น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผู้ต้องหาที่มีข่าวว่าป่วย ขณะนี้ส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดมีนบุรีไปแล้ว หลังจากแพทย์โรงพยาบาลตำรวจระบุว่า อาการป่วยโรคเบาหวานดีขึ้นสามารถกลับบ้านได้ ส่วนทางเรือนจำจะนำเข้ารักษาตัวต่อที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์หรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเรือนจำ จากการตรวจสอบร่วมกับ สจล. ระหว่างปี 2555 ถึงเดือน ธ.ค.57 สรุปยอดเงินพบว่า มีเงินสูญหายไปทั้งสิ้น 1,494 ล้านบาท บวกกับอีก 80 ล้านบาท” รอง ผบก.ป.กล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้