ข่าว
100 year


วันเด็กแห่งชาติ

คุณครูลิลลี่2 ม.ค. 2558 14:24 น.
SHARE

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รัก เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2558 นี้ คุณครูลิลลี่ก็ขออาศัยพื้นที่ของไทยรัฐออนไลน์นี้ อวยพรปีใหม่ให้คุณผู้อ่านทุกท่านมีความสุขกาย สบายใจ ร่ำรวยเงินทอง ลาภยศสรรเสริญ สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ไข้ คิดหวังปรารถนาสิ่งใดก็ขอให้สมความมุ่งมาดทุกประการนะคะ

และเมื่อพูดถึงวันปีใหม่ขึ้นมาปุ๊บ อีกวันสำคัญวันหนึ่งที่เรียกว่าอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับวันปีใหม่ก็เห็นจะเป็นวันเด็กแห่งชาติ พูดถึงวันเด็กแห่งชาติ คุณครูลิลลี่ว่าจะหยิบเอาคำขวัญของท่านนายกฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเขียนในไทยรัฐออนไลน์ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ก็มีเรื่องโน้นเรื่องนี้เข้ามาแทรก จนถึงวันนี้ต้นปี 2558 กำลังจะเข้าสู่เสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม ที่เรา ๆ ท่าน ๆ รู้กันดีว่านั่นคือ วันเด็กแห่งชาติ ว่าแล้วก็ขอพูดถึงคำขวัญของท่านกันเสียเลยนะคะ ปีนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของไทย ได้มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ 2558 ไว้ดังนี้ คือ “ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต” จัดได้ว่าเป็นคำขวัญที่สั้น ง่าย และเข้าใจได้อย่างชัดเจนมากคำขวัญหนึ่งเลยก็ว่าได้

ย้อนกลับไปถึงที่มาของคำขวัญวันเด็กกันสักนิดนะคะ ตามปกติแล้ววันเด็กแห่งชาติในประเทศไทย ตรงกับวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปี เป็นวันหยุดราชการที่มิได้ชดเชยในวันทำงานถัดไป มีการให้คำขวัญวันเด็กทุกปีโดยนายกรัฐมนตรีไทย ตามประวัติที่คุณครูลิลลี่ได้ไปค้นมา ว่ากันว่าวันเด็กแห่งชาติเริ่มต้นจัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2498 โดยได้กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม เป็นวันเด็กแห่งชาติ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2506 ได้มีมติเปลี่ยนแปลงวันเด็กแห่งชาติมาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม โดยเริ่มจัดงานวันเด็กในปี พ.ศ. 2508 เป็นต้นมา ส่วนคำขวัญวันเด็ก เป็นคำขวัญที่นายกรัฐมนตรีมอบให้เด็กไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติของทุกปี โดยคำขวัญวันเด็กมีขึ้นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2499 ในสมัยที่จอมพล แปลก พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งคำขวัญในครั้งนั้นมีว่า “จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม”

ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องคำขวัญแล้ว เรามาให้ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับคำว่า คำขวัญเสียหน่อยก็แล้วกันนะคะ ยังมีคำที่มีความหมายคล้าย ๆ หรือใกล้เคียงกับคำขวัญอีก ๒ คำค่ะ นั่นคือคำว่า คติพจน์ และ คำคม ทั้งสองอย่างนี้ มีลักษณะเหมือนหรือแตกต่างจากคำขวัญอย่างไร เดี๋ยวสักครู่คุณครูลิลลี่จะอธิบายค่ะ

คำขวัญ คือ คำพูดหรือข้อความที่มุ่งให้กำลังใจ มักจะมีข้อคิดที่ผู้อ่านสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตได้ หลักการเขียนคำขวัญนิยมใช้ถ้อยคำกะทัดรัด สละสลวย โดยเฉพาะคำที่มีสัมผัสคล้องจองกัน มีความลึกซึ้งกินใจ มีความหมายในด้านดี นอกจากนั้นยังนิยมใช้คำที่มีข้อคิดซึ่งเหมาะสมกับแต่ละโอกาสที่จะใช้คำขวัญ รวมทั้งใช้ถ้อยคำหรือระดับภาษาให้เหมาะกับฐานะทางสังคมของผู้ให้และผู้รับด้วย ส่วนคำว่า คติพจน์ คือ ถ้อยคำที่เป็นแบบอย่าง มีคติชวนคิด มุ่งให้เกิดผลดีต่อตนเองและสังคม โดยหลักการเขียนคติพจน์มักใช้ถ้อยคำน้อย มีความหมายลึกซึ้ง มุ่งให้เกิดผลในด้านดีเท่านั้น และสุดท้าย คือ คำคม เมื่อพูดถึง คำคม เราจะหมายถึงถ้อยคำที่หลักแหลมชวนให้คิด หรือถ้อยคำหรือข้อความที่มีความหมายอยู่ในตัวด้วยการกล่าวซ้ำคำ บางคำในข้อความนั้น ๆ ให้มีความหมายเกี่ยวพันกับเนื้อความเดิม คำคมที่ดีต้องแสดงถึงการใช้ความคิด หรือแสดงให้เกิดความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างชัดเจนเพื่อให้ผู้อ่านเกิดความลึกซึ้งเมื่อได้อ่าน อาจจะอ่านแล้วเข้าใจยาก แต่ลองศึกษาดูนะคะ รับรองว่าภาษาไทยไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอนค่ะ สวัสดีปีใหม่อีกครั้ง รักจากใจครูลิลลี่ค่ะ

instagram : krulilly
facebook : ครูลิลลี่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนดังนั่งเขียนคุณครูลิลลี่
วันเด็กแห่งชาติวันเด็กภาษาไทยคำคมคำขวัญคติพจน์

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้