วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เมาขับ–ยาแรง

เมาขับ–ยาแรง

โดย เพลิงมรกต
3 ม.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม แถลงการดำเนินงานลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558 หรือ 7 วันอันตราย ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

ที่ปีนี้ใช้ชื่อว่า “มอบความสุขทั่วไทย สัญจรปีใหม่ ปลอดภัยทุกคน”

ตอนแรกที่รัฐบาลใช้ชื่อใหม่ในการรณรงค์คิดว่าจะไม่มีการนับสถิติอุบัติเหตุ 7 วันอันตราย แต่เมื่อกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดแถลงสรุปสถิติทุกวัน

จึงมีตัวเลขให้ดูเหมือนเดิม

วันแรกเป็นอุบัติเหตุของวันที่ 30 ธ.ค.57 ปรากฏว่า เกิดอุบัติเหตุ 508 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 58 ศพ บาดเจ็บ 517 คน

ความสูญเสียเพิ่มขึ้นกว่าวันเดียวกันของปีที่แล้วอย่างน่าตกใจ

โดยเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.56 เกิดอุบัติเหตุเพียง 392 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 39 ศพ บาดเจ็บ 399 คน

นอกจากนี้ สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุอันดับ 1 คือเมาสุรา ร้อยละ 36.61 ซึ่งเมาสุราเป็นสาเหตุอันดับ 1 ทุกปีและทุกเทศกาล

สอดคล้องกับข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมาเช่นกัน นั่นคือเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา ประเภท ก เล่ม 131 ตอน 89 เรื่องพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2557 มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สนองพระบรมราชโองการ

มีเนื้อหาแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522

ประเด็นสำคัญคือ กรณีผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ทดสอบว่าหย่อนความ สามารถในการขับขี่หรือเมาสุรา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเมาสุรา สามารถดำเนินคดีฐานขับรถขณะเมาสุราได้

นอกจากนี้ ยังแก้ไขโทษสำหรับผู้เมาแล้วขับจากเดิมมีโทษ

จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพิ่มเป็นจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 10,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่ยอมทดสอบและถูกสันนิษฐานว่าเมาแล้วขับ สามารถไปสืบพยานหักล้างในศาลได้

นี่คือการใช้ยาแรง

ใช้สำหรับรับมือพวกขี้เมาที่ก่อปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งเรื่อง การไม่ยอมเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ และการเพิ่มโทษปรับให้หนักขึ้น

จากสถิติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันแรกของ 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลปีใหม่ บ่งชี้ว่าเหมาะสมแล้ว

หากยังไม่ดีขึ้น จะเพิ่มโทษให้หนักกว่านี้ก็คงไม่มี ใครคัดค้าน.

“เพลิงมรกต”
pluengmorakot@thairath.co.th

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้