กีฬา
100 year

ปักธงปีแพะ แก้ลอตเตอรี่แพง

ทีมเศรษฐกิจ3 ม.ค. 2558 05:01 น.
SHARE

นับแต่มีการรัฐประหารในช่วงเดือน พ.ค. 2557 ที่ผ่ามา ได้มีความพยายามจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะคืนความสุขให้แก่ประชาชนชาวไทย ด้วยการให้คำมั่นสัญญาว่า สลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) จะต้องมีราคาขายไม่เกิน 80 บาทต่อคู่

แต่หลังจากที่สลากกินแบ่งฯถูกวางขายเป็นงวดแรกหลังการปฏิวัติ มันยังคงมีราคาเดิมคือ มากกว่า 80 บาท หลายคนซื้อในราคาคู่ละ 90 บาท แต่อีกหลายคนซื้อคู่ละ 110 บาท ด้วยอ้างว่ามาไกล รับมาก็ 100 บาทแล้ว เป็นต้น
การขายสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงเป็นสินค้าชนิดเดียวของรัฐที่คุมไม่ได้ และไม่สามารถบังคับขายในราคาที่รัฐกำหนดได้

ทำไมหลายรัฐบาลเข้ามา ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และอะไรคือเหตุผลที่แท้จริงของปัญหานี้

ทีมเศรษฐกิจ ขอเชิญชวนให้ลองฟังเหตุผลจากกูรูผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการดูเอง ขณะที่อีกด้าน ดร.สมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะ ประธานบอร์ดของ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ตัดสินใจจะลงมาลุยเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เมื่อสืบสาวราวเรื่องแล้วพบว่า มีเจ้าหน้าที่ภายในเป็นผู้ให้การสนับสนุนบรรดายี่ปั๊วซาปั๊ว โดยเฉพาะมาเฟียผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายใหญ่ด้วย

แฉสายสนกลใน

นักการเมือง ข้าราชการ รวมทั้งผู้บริหาร และพนักงานสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ต่างก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้มีการขายสลากเกินราคา จากราคาที่กำหนดไว้ด้านหน้าสลากฉบับละ 40 บาท หรือคู่ละ 80 บาท เพิ่มเป็นคู่ละ 100-110 บาท และบางครั้งพุ่งขึ้นแตะคู่ละ 150- 160 บาทในสภาวะที่คนขายจับเลขเด็ดมาชนกัน

เพราะฉะนั้นความหวังของชาวบ้าน ที่จะมีโอกาสถูกรางวัลใหญ่ หรือได้เงินก้อนโต จึงดูเลือนรางออกไปเรื่อยๆ เนื่องเพราะมีการเพิ่มจำนวนสลากมากขึ้นตลอดเวลาโดยที่ชาวบ้านหารู้ไม่นั่นเอง

ทั้งนี้ จากตัวหารที่กำหนดไว้ให้สำนักงานสลากกินแบ่งฯต้องจัดพิมพ์สลากเพียง 37-50 ล้านใบ แต่เอาเข้าจริง ก็มักจะมีนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลขอพิมพ์สลากเพิ่มขึ้น ทำให้โอกาส

ถูกรางวัลเหลือแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ หรือแทบไม่มีโอกาสถูกเลยไม่ใช่เพราะจำนวนสลากที่เพิ่มขึ้นจาก 50 ล้านฉบับ ไปอีก 24 ล้านฉบับ หรือรวมเป็น 74 ล้านฉบับเท่านั้น แต่สำนักงานสลากกินแบ่งฯยังมีทริกในการพิมพ์ ซึ่งแทนที่จะมีเลขไม่เหมือนกัน 74 ล้านฉบับ ก็กลับทำให้สลาก 1 ฉบับ มีเลขเหมือนกัน 1 คู่ ถ้ามองอีกทาง นั่นเท่ากับทำให้สลากกินแบ่งฯหายไปจากตลาดถึง 50% ทีเดียว

ที่สำคัญ ในฐานะเจ้ามือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และมาเฟีย รวมทั้งยี่ปั๊วซาปั๊ว จะมีเงินเข้ากระเป๋าตัวในทุกๆ 15 วันประมาณเกือบ 3,000 ล้านบาท

ปีหนึ่งๆจะเป็นเสือนอนกินตัวใหม่ ที่มีกำไรสิริรวมถึง 71,000 ล้านบาท กระจายเข้ากระเป๋าบรรดาผู้เกี่ยวข้องแน่นอน ไม่เคยมีการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดใดเลยที่เจ้ามือจะขาดทุน ขณะที่คนขาดทุนเกือบทุกงวด ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ประชาชนเดินดินกินข้าวแกงอย่างเราๆท่านๆนี่แหละ

ภาระขาดทุนที่เกิดขึ้น แต่ละงวดสมมติว่าขายไม่ได้ หรือฝนตกหนัก ผู้ขายจะต้องรับภาระ

การขาดทุนไปเอง ขณะที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ลอยตัวเหนือปัญหาและข้อขัดข้องใดๆ

ผู้ชอบเสี่ยงดวง

หากโฟกัสเข้าไปดูรายได้ของผู้ค้าสลาก กรณีที่เป็นเอเย่นต์ หรือรับโควตาไป จะมีกำไรเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับเงินลงทุน โดยสลากกินแบ่งฯ และสลากการกุศล ผู้ค้าจะได้รับส่วนลดราว 7-9% หรือเฉลี่ยประมาณ 5.60 บาท จากราคาขายที่กำหนดไว้คู่ละ 80 บาท ขณะที่ต้องใช้เงินทุนซื้อล่วงหน้าฉบับละ 74.40 บาท

กรณีดังกล่าวดูเหมือนจะมีต้นสายปลายเหตุจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำนักงานสลากกินแบ่งฯที่บังคับใช้มา 40 ปีแล้ว และยังไม่มีการแก้ไขให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ที่เป็นปัญหาอีกประการก็คือ รายได้ 60% จะถูกนำไปจัดสรรเป็นเงินรางวัล ขณะที่อีก 28% นำเงินส่งคลัง และ 12% ที่เหลือ จะถูกจัดสรรปันส่วนเป็นค่าบริหารจัดการภายในสำนักงานสลากกินแบ่งฯ และค่าส่วนลดแก่ผู้ค้าสลาก ทำให้ผู้ค้าได้กำไรจากส่วนต่าง ที่สำนักงานสลากกินแบ่งฯ ลดให้อยู่แล้ว

การค้าขายสลากกินแบ่งฯในปัจจุบันจึงกลายเป็นเรื่องของการขายโควตา อันเป็นสุดยอดปรารถนาของหลายฝ่ายเพื่อรับส่วนต่างทันที ก่อนที่เอเย่นต์จะเอาไปขายเกินราคากับประชาชนผู้ชอบเสี่ยงดวง ขณะที่อีกพวกจับเอาเลขซ้ำๆ ไปรวมชุดกันเพื่อจะได้โก่งราคาขึ้นอีก เพราะความโลภกับความโกงมักจะร่วมทางเดินไปด้วยกันได้เสมอ

ยิ่งผู้ขายป่าวประกาศว่าพรุ่งนี้รวย ผู้ซื้อก็ยิ่งอยากจะเสี่ยงดวงกันมากขึ้น แม้จะต้องจ่ายแพงขึ้นอีกเป็นเท่าตัวก็ตาม

ทุจริตจัดโควตาให้เอเย่นต์

เราพยายามลดระยะเวลาในการรวบเลขชุดของเอเย่นต์ จากเดิมที่สลากงวดใหม่ จะเปิดโอกาสให้เอเย่นต์และผู้ที่รับโควตา มารับสลากก่อนงวดใหม่จะออกประมาณ 3-5 วัน ก็เปลี่ยนเงื่อนไขให้มารับลอตเตอรี่ หลังสำนักงานสลากฯออกรางวัลไป 3-5 วัน เพื่อให้เหลือระยะเวลาในการรวบเลขน้อยที่สุด

นายสมชัย สัจจพงษ์ ประธานสำนักงานสลากกินแบ่งฯ ยอมรับว่า มาตรการนี้ไม่สามารถหยุดยั้ง “นกรู้” ภายในได้ ที่บอกว่า เส้นทางของสลากตั้งแต่กระดาษ ส่งขึ้นแท่นพิมพ์ บรรจุหีบห่อ วันที่ขนส่งจากไปรษณีย์ไปจนถึงมือเจ้าของโควตา จะใช้เวลาเพียง 3 วัน เท่านั้น

สลากกินแบ่งฯเกือบทุกใบ ที่ส่งไปขายทั่วประเทศ จะไหลคืนสู่กำมือเอเย่นต์รายใหญ่ในกรุงเทพฯ

หลังจากนั้นเพียงข้ามคืน เหล่านักเรียน-นักศึกษาที่ทำงานพาร์ตไทม์ จะจัดมหกรรมการรวบเลขชุดเพื่อคัดแยก และจัดหมวดหมู่ใหม่ กลายเป็นเลขชุด 10 ใบ 15 ใบ หรือ 20 ใบ

และในวันรุ่งขึ้นบรรดาเลขชุดเหล่านี้ ก็จะโผล่ขึ้นบนแผงลอตเตอรี่ พร้อมกับราคาใหม่จากต้นทางคู่ละ 74.40 บาท กลายเป็นคู่ละ 110 บาท กำไรจากคู่ละ 5.60 บาท จะเพิ่มขึ้นเป็น 35.60 บาท ตลอดเส้นทางตั้งแต่โรงพิมพ์ ฝ่ายการตลาด เอเย่นต์ ผู้ที่รับโควตา ไปจนถึงแผงขายปลีก และคนเร่ขาย

ต่างได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน ส่วนจะมากน้อยก็ขึ้นกับทุนและแรงที่ลงไป เพราะถ้าโครงสร้างขององค์กร เอื้อประโยชน์ต่อผู้บริหาร พนักงานภายใน และบรรดาผู้ค้ามากเกินไปจนกลายเป็นการเอารัดเอาเปรียบประชาชน กระทรวงการคลัง หรือรัฐบาล ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานสลากกินแบ่งฯก็จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายต่างๆ เพื่อเปิดทางให้รัฐสามารถออกผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมาย

เช่น สลากกินแบ่งฯ บนดิน 2 และ 3 ตัว สลากขูด หรือสลากออนไลน์ อย่างที่เคยทำกันมาแล้ว และก็ได้พิสูจน์แล้วว่า สิ่งที่รัฐบาล กระทรวงการคลัง และสำนักงานสลากกินแบ่งฯดำเนินการไป ไม่ได้มีเรื่องใดทุจริตคอร์รัปชันอย่างที่กล่าวหากัน

คาใจคนในองค์กรมีผลประโยชน์

นายสมชัยกล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา บอร์ดสลากกินแบ่งรัฐบาลได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งฯเกินราคา ให้ฝ่ายบริหารของสำนักงานสลากกินแบ่งฯไปหามาตรการแก้ไขอย่างจริงจัง หลายๆมาตรการ เพื่อลดราคาขายสลากจากปัจจุบันคู่ละ 110-120 บาท ลงมาเหลือคู่ละ 80 บาท หรือราคา 90 บาท ซึ่งเป็นราคาขายปลีกที่บอร์ดฯยอมรับได้

แต่หลังจากที่บอร์ดฯมีคำสั่งและออกเงื่อนไขบังคับใช้ใน 4 มาตรการประกอบด้วย 1.ผู้ค้าสลากต้องมีบัตรประจำตัวผู้ค้าสลากรายย่อย เพื่อขึ้นทะเบียนกับสำนักงานสลากกินแบ่งฯ 2.กำหนดราคาขายที่แนะนำ คู่ละไม่เกิน 90 บาท จากปัจจุบันราคาคู่ละ 80 บาท

3.หากผู้ค้าสลากรายย่อยขายเกินกว่า 90 บาท หากเป็นการทำผิดครั้งแรกจะถูกตักเตือน หากทำความผิดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 จะถูกตัดโควตาทันที

และ 4.สลากที่จำหน่าย โดยผู้ค้ารายย่อยจะมีการปั๊มหมึกสีน้ำเงิน สี่เหลี่ยมจัตุรัสทั้ง 43 ล้านฉบับทุกใบ เพื่อแยกออกจากผู้ค้าสลากรายใหญ่

“ปรากฏว่า ราคาขายปลีกสลากกินแบ่งฯ ก็ยังคงอยู่ที่เดิมคือคู่ละ 110 บาท ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมขอยอมรับว่าเราพ่ายแพ้ แต่จะไม่ท้อถอย”

โดยระหว่างนี้ ก็จะพยายามแก้ไขเรื่องการจำหน่ายสลากกินแบ่งฯเกินราคาให้สำเร็จ เพราะบอร์ดสลากชุดนี้ โดยเฉพาะตัวผม ไม่มีเรื่องทุจริต หรือรับเงินใต้โต๊ะอย่างแน่นอน

ในใจลึกๆแล้ว ยังมีความเชื่อว่า ตัวองค์กรคือ “สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล” มีปัญหาที่ฝังรากลึก ในเรื่องของประสิทธิภาพการทำงาน และการทุจริตภายใน เพราะมีเงินผลประโยชน์ก้อนโต ที่ได้มาจากการจัดโควตา และการจัดสรรสลากกินแบ่งฯ ทำให้ฝ่ายบริหารและพนักงานไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ภายในองค์กร

ผ่าตัดกฎหมายสลากกินแบ่งฯ

นายสมชัยกล่าวยอมรับว่า ในเมื่อมาตรการต่างๆ ที่ออกไปเป็นชุดใหญ่นั้น ไม่ได้รับการปฏิบัติจากฝ่ายบริหารและพนักงานของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

ดังนั้นในปี 2558 บอร์ดสลากก็จะต้องเพิ่มมาตรการ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปหรือผ่าตัดครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการบริหารจัดการในสายการทำงาน ตลอดจนบุคลากรของสำนักงานสลากกินแบ่งฯไปพร้อมๆกับแผนยุทธศาสตร์ เพื่อแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งฯที่มีการจำหน่ายเกินราคา เอาเปรียบผู้บริโภค

“บุคคลที่ได้รับผลประโยชน์ในตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญๆ ไม่เคยมีการโยกย้ายหรือเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันกฎหมายที่เป็นอุปสรรคและล้าหลัง ก็ไม่ได้มีการแก้ไขให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนบั่นทอนความสามารถและความโปร่งใสในการทำงานขององค์กร”

ขณะเดียวกัน ในประเด็นของ พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 ที่ใช้กันมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี ต้องยอมรับว่า สถานการณ์ปัจจุบัน พ.ร.บ.ฉบับนี้ ที่จัดทำกันขึ้นในสมัยนั้น ได้กลายเป็นอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพราะสถานการณ์และเงื่อนไขของผลประโยชน์ ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกลไกของตลาด

ดังนั้น จึงจะต้องมีการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนองค์กรที่มีผลประโยชน์มหาศาล มีความโปร่งใส และสุจริต เป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาล

“ในระหว่างนี้ ผมจะพยายามคุมเข้มกับบรรดาผู้ค้าสลากกินแบ่งฯ เพื่อไม่ให้ขายเกินราคา ควบคู่ไปกับการแก้ไข พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 โดยเนื้อหาที่จะเพิ่มเติมเข้าไปมีอาทิ การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆหรือเกมใหม่ๆให้กับผู้ที่ชอบเสี่ยงโชค การจัดโครงสร้าง

รายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งฯใหม่ การจัดตั้งกองทุนรับซื้อคืนสลากกินแบ่งฯที่จำหน่ายไม่หมดในแต่ละงวด เป็นต้น ซึ่งมั่นใจว่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จในกลางปี 2558”

ทั้งหมดนี้ คือเป้าหมายของบอร์ดสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดนี้ เพื่อคืนความสุขให้กับผู้ที่ชอบเสี่ยงโชคทั้งประเทศ!!!!!

ทีมเศรษฐกิจ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปเศรษฐกิจลอตเตอรี่แพงสลากกินแบ่งรัฐบาลราคาแพงขายเกินราคาสมชัย สัจจพงษ์ยี่ปั๊วซาปั๊วเสี่ยงดวงโควตาเอเย่นต์

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED