ข่าว
100 year

ประเพณีการเมืองไทย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 ม.ค. 2558 05:01 น.
SHARE

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่กำลังอื้ออึงอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากมติของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หลายประเด็นถูกมองว่าเป็นการก้าวถอยหลังค่อนข้างแรง เช่น ตีกลับจากให้นายกรัฐมนตรีมาจากเลือกตั้งโดยตรง มาเป็น “ใครก็ได้” รวมทั้งให้ ส.ว.200 คน มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด และเพิ่มอำนาจให้อีกมาก และการริบอำนาจกกต.ในหลายประเด็น

คณะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่ามติให้คนนอกเป็นนายกรัฐมนตรีได้ มิใช่วาระซ่อนเร้นเพื่อเปิดทางอ้าซ่าให้ใคร แต่เปิดช่อง ไว้รับสถานการณ์วิกฤติ อีกทั้งมีแค่ 26 ประเทศ ที่บังคับให้นายกฯ มาจาก ส.ส. ส่วนของไทย เพิ่งจะมาตื่นตัวเมื่อปี 2535 เพราะรัฐธรรมนูญขณะนั้นให้ประธานวุฒิสภาเป็นประธานรัฐสภา เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

แต่ละประเทศอาจจะเป็นระบบรัฐสภาเหมือนกัน แต่วัฒนธรรมหรือประเพณีทางการเมืองอาจต่างกัน ประเทศระบบรัฐสภาส่วนใหญ่ไม่ได้บังคับว่านายกฯต้องมาจาก ส.ส. แต่ยึดถือ “ประเพณี” ของระบบรัฐสภา คือนายกฯ ต้องมาจาก ส.ส.ผู้เป็นหัวหน้าพรรคเสียงข้างมาก แม้แต่อังกฤษซึ่งเป็นแม่บทระบบรัฐสภาก็ไม่ได้บังคับ แต่นายกฯ ทุกคนล้วนแต่มาจาก ส.ส.

แต่ประเพณีการเมืองของไทย ขึ้นชื่อลือชาเรื่องเสือสิงห์กระทิงแรด และศรีธนญชัย และมีรัฐประหารบ่อยครั้งจนกลาย เป็น “ประเพณี” การเมืองซ้อนประเพณี ระบบรัฐสภา มีการสืบทอดอำนาจโดยบุคคลซึ่งมิใช่ ส.ส.เป็นส่วนใหญ่และอยู่ในอำนาจด้วยการสนับสนุนของสภาสมาชิกรัฐสภาที่มาจากการแต่งตั้ง ระยะแรกเป็น ส.ส.ประเภท 2 ต่อมาเป็นสมาชิกวุฒิสภา

การเมืองไทยเป็นเช่นนี้เป็นเวลายาวนาน นายกรัฐมนตรีส่วนใหญ่ไม่ได้เป็น ส.ส.และไม่ยึดโยงกับประชาชน ฉะนั้น รัฐธรรมนูญ 2517 ซึ่งเป็นผลของการลุกฮือต่อสู้ของนักศึกษาประชาชน ในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 จึงเขียนบังคับไว้ชัดเจนว่า “นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็น ส.ส.” ไม่ใช่เพิ่งจะมาตื่นตัวเมื่อปี 2535 ดังที่บางฝ่ายเข้าใจ

แต่รัฐธรรมนูญ 2517 ก็มีอายุแค่ 2 ปี เพราะถูกฉีกทิ้ง การเมืองไทยถอยหลังกลับคืนสู่ระบบเดิม นั่นก็คือการสืบทอดอำนาจ ด้วยการสนับสนุนของสมาชิกรัฐสภาที่มาจากการแต่งตั้ง (ขณะนี้เรียกว่าการสรรหา) ประชาชนจึงลุกขึ้นมาต่อต้านอีกครั้ง ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 รัฐธรรมนูญ 2540และ 2550 จึงกลับคืนสู่นายกฯ ต้องมาจากส.ส.

คณะผู้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งมาจากคณะรัฐประหารเช่นเดียวกัน เคยชูคำขวัญว่า “ลดอำนาจนักการเมืองเพิ่มอำนาจประชาชน” รัฐธรรมนูญ 2558 จึงไม่ควรจะพลิกกลับเป็น “ลดอำนาจประชาชน เพิ่มอำนาจข้าราชการ” มิฉะนั้นประชาธิปไตยที่มุ่งหวัง อาจกลายเป็น “อำมาตยาธิปไตย” สวนทางกับการปกครองของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทบรรณาธิการประเพณีการเมืองไทยยกร่างรัฐธรรมนูญส.ส.หัวหน้าพรรคเสียงข้างมากระบบรัฐสภาลดอำนาจนักการเมืองอำมาตยาธิปไตย

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้