วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฉลอง (ต้อง) มีสติ

ฉลอง (ต้อง) มีสติ

  • Share:

บรรยากาศส่งท้ายปีเก่า 2557 ต้อนรับปีใหม่ 2558 เจือปนไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจอย่างไม่มีทางเลี่ยง เพราะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่นำมาซึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่ ทั้งกรณีเครื่องบินแอร์บัส 320-200 ของสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน QZ 8501 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 162 ราย ตกลงในทะเลชวาของอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.

ขณะเดียวกัน เกิดเหตุไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ติดธงชาติอิตาลี “นอร์แมน แอตแลนติก” หลังเรือแล่นออกจากเมืองท่าของประเทศกรีซมายังทะเลอะเดรียตริกใกล้กับประเทศแอลเบเนีย เพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังอิตาลี แต่เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นเสียก่อน และภารกิจดับเพลิงและช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้างดำเนินต่อเนื่องนานข้ามปี เพราะสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายราว 98 ราย จากจำนวนผู้อยู่บนเรือประมาณ 500 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่อีก 2 ราย

ส่วนที่ประเทศจีน เกิดเหตุวุ่นวายผู้คนเบียด เสียดและเหยียบกันเสียชีวิต 36 ราย บาดเจ็บอีกหลายสิบคนที่จัตุรัสเฉิงอี้ในย่านดาวน์ทาวน์ของนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นช่วงที่คนจำนวนมากรวมตัวกันเพื่อนับเลขเคาต์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาเสียด้วย

เหตุสลดที่เกิดขึ้นช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าเหล่านี้ไม่ใช่ครั้งแรก ทำให้มีผู้ออกมาตั้งคำถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและมาตรการรับมือเหตุด่วนเหตุร้ายในช่วงเทศกาลกันเป็นระลอก โดยประเด็นเครื่องบินแอร์เอเชีย มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าช่วงเทศกาลเป็นช่วงที่สายการบินต้องเร่งรีบลำเลียงผู้โดยสารไปยังปลายทางมากกว่าช่วงเวลาปกติ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจส่งผลให้การตรวจสอบด้านความปลอดภัยและความพร้อมของเครื่องบินอาจย่อหย่อนลงไปได้ และกรณีของเที่ยวบิน QZ 8501 พบว่าเครื่องบินมิได้ส่งสัญญาณฉุกเฉินอัตโนมัติกลับไปยังศูนย์ควบคุมตามที่ควรจะเป็น ทำให้การช่วยเหลือและการค้นหาล่าช้าออกไปด้วย

ขณะที่ประเด็นเรือเฟอร์รี่ เกิดจากความบกพร่องของระบบรักษาความปลอดภัยของเรือลำเกิดเหตุ โดยผู้ที่รอดชีวิตให้ปากคำว่าสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นช้า เพราะกว่าจะมีการส่งสัญญาณเตือน ควันไฟที่ลุกไหม้บริเวณดาดฟ้าเรือก็ลุกโหมจนเกินควบคุม อีกทั้งประตูหนีไฟบางจุดใช้การไม่ได้ และลูกเรือไม่ได้เตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติ ทำให้การอพยพผู้โดยสารเต็มไปด้วยความโกลาหลวุ่นวาย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องรอสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไปว่าบริษัทเจ้าของเรือจะมีความผิดฐานปล่อยปละ ละเลยเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยหรือไม่

ส่วนกรณีของจีนอาจต้องพิจารณาเรื่องการจัดงานเทศกาลที่รวมผู้คนจำนวนมากไว้ด้วยกัน คงต้องควบคุมหรือตรวจสอบผู้เข้าร่วมงานอย่างเข้มงวดกวดขันกว่านี้หรือไม่?? ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกันต่อ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร การเฉลิมฉลองอย่างมีสติและเคารพในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของคนรอบข้างก็เป็นเรื่องจำเป็นอันดับแรกที่ต้องคำนึงถึง มิฉะนั้นก็จะต้องเผชิญเหตุการณ์ “วัวหาย ล้อมคอก” ต่อไปไม่รู้จบ.

ตติกานต์ เดชชพงศ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้