วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปัดเปิดช่องขึ้นผบ.ทบ.

ปัดเปิดช่องขึ้นผบ.ทบ.

  • Share:

น้องบิ๊กตู่ชี้แค่ข่าวลือ ปชป.-พท.รุมฉะกมธ.

“ฉัตรชัย-ไพบูลย์” หลบฉากข่าวร้อนบิ๊กรัฐบาลจี้ 3 นายพลร่วม ครม.ไขก๊อกทิ้งตำแหน่งในกองทัพก่อน เกษียณ “บิ๊กต๊อก” โต้ไม่มีใครกดดันแต่ไม่ขอตอบถูกเลื่อยขาเก้าอี้ ไม่อยากให้เกิดปัญหาไม่จบ “บิ๊กนมชง” ปฏิเสธไม่ลาออกรอง ผบ.ทบ. “น้องบิ๊กตู่” รีบดับข่าวลือ ชี้ข่าวปล่อยเปิดทางขึ้นแท่นจ่าฝูง ทบ. ปชป.-พท.ดาหน้าถล่มพิมพ์เขียว รธน.-นายกฯคนนอกข้ามปี “วิรัช” ซัดหั่น ส.ส.เหลือ 250 คน ปล่อยฟรีไร้สังกัดเปิดช่อง ส.ส.เร่ขายตัว ทำพรรคการเมืองอ่อนแอ เหน็บอยากเป็นนายกฯต้องกล้าลงสนามเลือกตั้ง เด็กเพื่อไทยเตือนอย่าฝืนประชาธิปไตย ดูถูก ปชช.ก่อวิกฤติ รธน. “ก่อแก้ว” ยุส่งโละทิ้ง ครม.เศรษฐกิจ-กมธ.ยกร่างฯทำงานไม่เวิร์ก “จาตุรนต์” อัดสังคมไทยเสพติดอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ จวกรัฐประหาร 22 พ.ค.57 กลบปัญหาชั่วคราวรอวันปะทุวิกฤติรอบใหม่

จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าแกนนำรัฐบาลมีการหารือกัน เพื่อขอให้นายทหารระดับสูงของกองทัพ 3 นาย ที่เข้าร่วมเป็นรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งทางทหารก่อนเกษียณ เพื่อไม่ให้มีปัญหาในการบริหารงานของกองทัพนั้น

“ประยุทธ์” นำ ครม.ถวายพระพรปีใหม่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ม.ค. ที่ศาลาว่าการพระราชวัง พระบรมมหาราชวัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกฯ และคณะรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ และข้าราชการระดับสูง เข้าถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2558 ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทักทาย พร้อมทั้งกล่าวสวัสดีปีใหม่กับบรรดารัฐมนตรีและข้าราชการที่ร่วมลงนามถวายพระพรก่อนเดินทางกลับ

“บิ๊กป๊อก”มั่นใจคนหนุนนายกฯ-ครม.

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์เมืองในปี 2558 ว่า มาถึงวันนี้ เรื่องแรกที่ตนมองและประเมินอย่างไม่เข้าข้าง ประชาชนยังมีความมั่นใจในตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตนรู้โดยดูจากที่ประชาชนรับนายกฯเวลาไปไหนมาไหน เรื่องที่ 2 ประชาชนยังรับการทำงานของ ครม.ชุดนี้ได้ แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก เศรษฐกิจไม่ดี ราคาข้าว ราคายางลง เศรษฐกิจความเติบโตการส่งออกชะลอลง ภัยพิบัติขณะนี้ มีทั้งหนาว แล้ง อุทกภัย พร้อมกัน แต่ทุกคนยังให้โอกาสรัฐบาลทำงาน ทำให้ยิ่งเป็นแรงกดดันที่รัฐบาลต้องขยันทำงานให้มาก เราหวังว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกคงจะดีขึ้น ทำให้ส่งออกได้มากขึ้น เพราะการส่งออกดูเหมือนปีนี้จะติดลบอยู่ ถ้าปีหน้าเปิดอาเซียนแล้วเศรษฐกิจโตขึ้นได้ทุกภาคส่วนคงเป็นสิ่งดีกับประชาชน

ลุยงานต่อใครเหนื่อยก็ออกไป

พล.อ.อนุพงษ์ยังกล่าวถึงการทำงานของ คสช.ครบ 6 เดือน และ 3 เดือนของการทำงานของรัฐบาลว่า มีปัญหามากมายในประเทศที่ต้องเร่งแก้ไขปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริการประชาชน ด้วยความโปร่งใส การทำงานด้วยความรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้มี พ.ร.บ.เรื่องการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนต้องเร่งทำส่วนนี้ เป็นหน้าที่ที่ต้องทำด้วยความรวดเร็ว ด้วยความเต็มใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส ส่วนของเรื่องงานนโยบายมีหลายเรื่อง ทั้งปัญหายาเสพติดที่ค้างคามานาน กระทรวงมหาดไทยมีส่วนต้องเข้าไปดูแลแก้ไข ปัญหาขยะ การค้ามนุษย์ การดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ที่ผ่านศูนย์ดำรงธรรม เราไม่มีวาระเรื่องอื่นซ่อนเร้น เมื่อถามว่าปีหน้างานจะหนักขึ้น รมว.มหาดไทยตอบว่า ประชาชนมีปัญหาหนักกว่า ต้องสู้กับปัญหาเศรษฐกิจ ความยากจน เราไม่หนัก ไม่เหนื่อย ถ้าเหนื่อยก็ออกไปไม่ต้องอยู่ ชินแล้วไม่เป็นไร

“ไพบูลย์” ปิดปากถูกเลื่อยขาเก้าอี้

ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะรอง ผบ.ทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะลาออกจากตำแหน่งรอง ผบ.สส.ก่อนเกษียณอายุราชการว่า ไม่ขอวิเคราะห์เรื่องดังกล่าว เพราะไม่ทราบว่าข่าวนี้ใครเป็นผู้ให้ข้อมูลและใครเป็นผู้พูด ผู้สื่อข่าวต้องทราบที่มา แต่ตนไม่รู้ อีกทั้งยังไม่รู้ว่าข่าวจริงหรือไม่จริง และไม่ขอให้สัมภาษณ์จนกว่าจะทราบว่าข่าวมาจากไหน และไม่ตอบว่าจะลาออกจากตำแหน่งรอง ผบ.ทหารสูงสุดหรือไม่ ส่วนที่บอกว่าตนชอบที่จะเป็นทหาร และชอบชีวิตทหาร เพราะรับราชการมานานจนจะเกษียณแล้ว ก็ต้องอยากเป็นทหารมากที่สุดเป็นเรื่องธรรมดา “ผมไม่เคยได้ยินข่าวนี้ ส่วนที่มองว่ามีคนกดดันให้ลาออกก่อนเกษียณอายุราชการหรือไม่นั้น ไม่มีใครกดดันผม ผมไม่ขอตอบ เพราะไม่อยากจะทำให้เกิดปัญหาที่ไม่จบ” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

“ฉัตรชัย” ปัดทิ้ง รอง ผบ.ทบ. ก่อนเกษียณ

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ และรอง ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่าจะลาออกจากตำแหน่งรอง ผบ.ทบ.ก่อนเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย. เพื่อทำงานในหน้าที่รัฐมนตรีอย่างเต็มที่ว่า “ไม่มี” เมื่อถามย้ำว่า ไม่มีนี้หมายความว่าไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งรอง ผบ.ทบ. ก่อนเกษียณอายุราชการใช่หรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า “ไม่ทราบเหมือนกัน ผมเพิ่งทราบจากข่าว แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนพูด”

น้องบิ๊กตู่ดับข่าวลือชิงจ่าฝูง ทบ.

เมื่อเวลา 16.00 น. พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และน้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวเป็นหนึ่งในผู้ชิงตำแหน่งรอง ผบ.ทบ. เพื่อขึ้นสู่ตำแหน่ง ผบ.ทบ.หาก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ และรอง ผบ.ทบ.ลาออกจากตำแหน่ง รอง ผบ.ทบ.ก่อนเกษียณอายุราชการเดือน ก.ย. ว่า เป็นเพียงแค่ข่าวลือและข่าวปล่อย ไม่ทราบว่าข่าวมาจากไหน และไม่ทราบที่มาของข่าวจึงขอไม่พูดถึงเรื่องนี้

ด้าน พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผช.ผบ.ทบ. หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้รอง ผบ.ทบ. เพื่อขึ้นสู่ตำแหน่ง ผบ.ทบ. กล่าวว่า ตำแหน่ง ผบ.ทบ.ทุกคนต้องมีความพร้อมที่จะเป็น หากได้รับการคัดเลือกขอให้ถึงเวลานั้นก่อน

ผบ.สส.ขอบคุณกำลังพลแบ็กอัพ คสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.ทหารสูงสุด มีสารอวยพรปีใหม่แก่กำลังพลของกองทัพไทยและทุกเหล่าทัพ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2558 ใจความโดยสรุปว่า ตลอดปี 2557 กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศและกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ได้ปฏิบัติภารกิจรับใช้ประเทศชาติในการป้องกันประเทศตามแนวชายแดน การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาสาธารณภัยในเหตุการณ์ต่างๆ ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของคสช.และรัฐบาลอย่างเต็มกำลังความสามารถ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกองทัพไทย และตชด.ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เป็นที่ยอมรับของรัฐบาลและเป็นที่เชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนทั่วไป

นักข่าวทำเนียบฯงดตั้งฉายารัฐบาล

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลออกแถลงการณ์ชี้แจงการงดตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี 2557 ว่า เนื่องจากรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ด้วยวิธีพิเศษ และไม่ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ดังนั้น ตามหลักปฏิบัติที่ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบฯกำหนดไว้ว่ากรณีรัฐบาลรักษาการ รัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติ รัฐประหาร หรือในสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่ปกติจะไม่มีการตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรี ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง อาทิ รัฐบาลรักษาการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ยุบสภาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.56 หรือเมื่อครั้งมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลังเกิดการปฏิวัติเมื่อปี 49 รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ หลังประกาศยุบสภาเลือกตั้งใหม่ในปี 50 รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช รัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลังมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ปี 51

สื่อสภาเว้นวรรคฉายานิติบัญญัติ

ขณะเดียวกัน สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ได้หารือและออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุผลงดกิจกรรมตั้งฉายารัฐสภาประจำปี 2557 ว่า เนื่องจากในปี 57 เกิดเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ คือการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. จึงมีความเห็นร่วมกันงดการตั้งฉายา โดยยึดถือตามธรรมเนียมปฏิบัติในกรณีถ้าเกิดเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในปีใดจะงดตั้งฉายาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฝ่ายนิติบัญญัติในปีนั้น เพื่อไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนำฉายาไปเป็นเครื่องมือในทางการเมือง โดยยังยืนยันจะทำหน้าที่ติดตามและตรวจสอบการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญภายใต้กรอบจรรยาบรรณของสื่อมวลชนต่อไป

กมธ.ตีกรอบสื่อเข้าฟังร่าง รธน.

อีกเรื่อง นายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 2 เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์หน้านายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ จะนัดสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะมีการชี้แจงถึงหลักเกณฑ์การเชิญสื่อมวลชนเข้าฟังการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญที่จะเปิดให้สื่อฯเข้าฟังการพิจารณาตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. โดยมีหลักเกณฑ์ คือ 1.สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศที่เข้าฟัง ต้องไม่รบกวนการทำงานของ กมธ. 2. สื่อมวลชนสามารถถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเพื่อนำไปประกอบการเสนอข่าว โดยให้ถ่ายภาพในวาระเริ่มแรกของการประชุมในแต่ละวันด้วยเวลาพอสมควร 3.การให้สื่อฯเข้าฟังการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตราจะเว้นการรับฟังในการพิจารณาบางมาตรา บางหมวดหรือบางภาคที่เป็นความละเอียดอ่อน และมีข้อถกเถียงของ กมธ.อยู่มาก และ 4. กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่อนุญาตให้ถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียงหรือถ่ายภาพนิ่งหรือความเคลื่อนไหวในระหว่างการอภิปรายของ กมธ.

เน้นสร้างความเข้าใจกับสังคม

นายมานิจกล่าวถึงความคืบหน้าของคณะทำงานสื่อสารกับสังคมว่าภายในสัปดาห์หน้าคาดว่า น.ส.อ่อนอุษา ลำเลียงพล ประธาน กมธ.วิสามัญประชาสัมพันธ์ เพื่อการปฏิรูป สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่อาสาเข้ามาช่วยทำแผนประชาสัมพันธ์สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะนำแผนประชาสัมพันธ์มานำเสนอคณะทำงานสื่อสารกับสังคมได้ โดยเบื้องต้นที่ได้หารือกันจะใช้พื้นที่สื่อสารสร้างความเข้าใจกับสังคม ขณะที่งบประมาณขณะนี้ยังไม่สรุป เพราะต้องรอพิจารณาแผนประชาสัมพันธ์ที่จะเสนอก่อน

“ชวน” ขอบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่บ้านถนนวิเศษกุล ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เปิดบ้านให้ประชาชนเข้าอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2558 มีบุคคลสำคัญ ทั้งนักการเมืองทั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่น พ่อค้า ประชาชน ทยอยมอบกระเช้าอวยพร อย่างคึกคัก ภายในบ้านได้จัดเตรียมอาหารพื้นเมือง ไว้บริการต้อนรับแขก โดยนายชวน กล่าวว่า เนื่องใน เทศกาลปีใหม่ 2558 ปรารถนาให้ปีใหม่นี้ บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย อยากเห็นบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย มีเศรษฐกิจที่เติบโตมั่นคง และขอให้ความ ปรารถนาของประชาชนชาวไทยทุกคนประสบความสำเร็จด้วยตัวเราเอง ไม่ควรพึ่งแต่รัฐบาลฝ่ายเดียว ที่สำคัญอยากเห็นทุกคนเคารพกฎกติกาของบ้านเมือง และอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

ปชป.ถล่มรื้อระบบ ลต.ทำลายพรรค

นายวิรัช ร่มเย็น กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรอบการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า การลดจำนวน ส.ส.เขตจาก 375 คน เหลือ 250 คน ถือเป็นการทำลายระบบพรรคการเมืองให้อ่อนแอลง สวนทางที่ระบุว่าจะปฏิรูปเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยและลดความขัดแย้ง เพราะการลดจำนวน ส.ส.เขตลงในหลายจังหวัด ทำให้อดีต ส.ส.หรือผู้สมัครต้องแข่งขันกัน จึงเป็นการสร้างความขัดแย้งในจังหวัด และจะเกิดกับทุกพรรคการเมือง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ อย่างกะทันหัน ไม่น่าเรียกว่าการปฏิรูป เพราะการปฏิรูปต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ประชาชนปรับตัวไม่ทัน โดยเฉพาะการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม แนวคิดนี้ไม่เป็นผลดีต่อการปฏิรูปการเมืองไทย ตรงกันข้ามกลับเป็นการสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาทับถมปัญหาเก่าที่ยังไม่ได้แก้ไข ส่วนข้อเสนอให้ผู้สมัครอิสระ ไม่ต้องสังกัดพรรคทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อสัดส่วน ก็ถอยหลังลงคลอง เดิมเราเคยใช้ระบบผู้สมัครอิสระมาแล้ว แต่เกิดปัญหาการซื้อตัว ส.ส.และผลประโยชน์กับการโหวตในสภา ที่สุดประชาชนจะไร้หลักประกันใดๆกับพฤติกรรมของ ส.ส.ขายตัว แต่ถ้าให้ ส.ส.สังกัดพรรค ก็ยังมีหลักประกันว่าพรรคต้นสังกัดยังมีบทลงโทษ เพราะพรรคการเมืองต้อง รับผิดชอบต่อนโยบายและพฤติกรรมของ ส.ส.พรรคตัวเอง ดังนั้นข้อเสนอนี้จะสร้างปัญหาทางการเมืองตามมาแน่นอน

จะเป็นนายกฯต้องกล้าให้ตรวจสอบ

นายวิรัชกล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอให้มีนายกฯคนกลางหรือคนนอกนั้น ในอดีตเราเคยต่อสู้มาแล้วในเรื่องนี้เมื่อปี 2535 จนระบุในรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าคนที่เป็นนายกฯต้องมาจาก ส.ส. ดังนั้นคนที่จะก้าวมาเป็นนักการเมือง เป็นบุคคลสาธารณะต้องกล้าหาญที่จะให้สังคมตรวจสอบ และต้องผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนมาก่อนชั้นหนึ่ง เมื่อประชาชนไว้วางใจเลือกมาเป็น ส.ส.แล้ว หากคิดว่าตัวเองดีพอค่อยอาสาตัวมาเป็นนายกฯของประเทศที่ต้องดูแลทุกข์สุขของคนไทยทั้งประเทศ

ออก ก.ม.นิรโทษฯให้ดูบทเรียนเก่า

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความพยายามแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติด้วยการบัญญัติเรื่องความปรองดองไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่าเท่า ที่ฟังจากคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีบอกว่าจะกำหนดความผิด 3 ประเภทที่จะไม่ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ คือ ความผิดในมาตรา 112 ความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชัน และความผิดอาญาที่ทำให้คนตายก็พอรับฟังได้ แต่ยังมีฐานความผิดอีกอย่างที่ควรคิดเช่นกันคือการวางเพลิงเผาทรัพย์ทั้งสถานที่ราชการและอาคาร บ้านเรือนเอกชน ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นความผิดร้ายแรง ทั้งนี้ผู้เกี่ยวข้องคงจะระมัดระวัง เพราะปฏิเสธไม่ได้คนนับล้านออกมาต่อต้านจนนำมาสู่รัฐประหารเริ่มต้นมาจากเรื่องการเตรียมออกกฎหมายนิรโทษกรรม หวังว่าบทเรียนที่เกิดขึ้น จะทำให้ใช้ความระมัดระวังมากขึ้น ไม่น่ากังวลว่าสังคมจะรับเรื่องนี้ไม่ได้ ถ้าเปิดโอกาสให้ได้รับรู้ที่มาว่ากำลังทำอะไร แต่ถ้าอยู่ๆมานิรโทษกรรมแบบไม่จำกัดความผิด หรือทำแบบเลิกแล้วกันไปเลย หรือลืมกันเสียเถอะ สังคมรับไม่ได้แน่นอน จะเกิดความขัดแย้งรอบใหม่อีกครั้ง คสช.และรัฐบาลต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ตอนนี้ยังไม่คิดว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย หรือจะเกิดความขัดแย้งใหม่ และก็ไม่ควรเกิดขึ้น

หนุนตั้ง กก.ปรองดอง

เมื่อถามว่าหากมีการนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มที่สมควรได้รับ การปรองดองจะเกิดขึ้นตามที่ทุกฝ่ายเรียกหาหรือไม่ นายบัญญัติกล่าวว่า แน่นอน อย่างน้อยทำให้เกิดความรู้สึกว่าได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน เพราะการปรองดองเป็นเรื่องดีไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ สังคมพอใจ การตั้งคณะกรรมการปรองดองขึ้นมาก็เป็นสิ่งที่ดีไม่น่ามีปัญหา ฉะนั้นอะไรที่จะนำไปสู่การลดความขัดแย้งที่สามารถทำได้จริง ไม่ใช่สร้างความขัดแย้งใหม่เป็นเรื่องที่ควรสนับสนุนด้วยกันทั้งสิ้น ต้องยอมรับว่าคลื่นใต้น้ำมีหลายระดับ ระดับหนึ่งคือพวกหัวเด็ดตีนขาดก็จะเป็นคลื่นใต้น้ำ ตรงนี้จะไม่มีความเปลี่ยนแปลง แต่มีอีกกลุ่มคือกลุ่มที่เข้าไปผสมโรงเพราะหลงผิด รู้สึกว่าพรรคพวกหรือตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเข้าใจผิดหรือได้รับข้อมูลข่าวสารด้านเดียว รัฐบาลต้องมีความละเอียดอ่อนที่จะดึงคนกลุ่มนี้ออกไปถ้าสามารถทำให้พวกเขาเข้าใจและถอยห่างออกมา จะทำให้กลุ่มใต้น้ำลดกำลังลงไปพอสมควร

“ชัยเกษม” ตะเพิดปฏิรูปคนจัด ลต.

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงแนวทาง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เสนอให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งแทน กกต.ว่า เท่าที่ทราบ เที่ยวนี้มีความพยายามร่างรัฐธรรมนูญที่ว่าหากยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ให้ปลัดกระทรวงรักษาการแทน ไม่รู้ว่าจะออกมาจริงหรือเปล่า ถ้าออกมาจริงใครก็ได้ที่ไม่มีอิทธิพลมาจัดการเลือกตั้ง ไม่จำเป็นต้องเป็นกระทรวงมหาดไทยหรือ กกต. เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระบบ แต่อยู่ที่ตัวบุคคล ระบบที่ล้มเหลวปัญหาอยู่ที่บุคคลมากกว่า ต่อให้ดีไซน์ระบบดีอย่างไรถ้าตัวบุคคล ห่วยก็ไม่มีโอกาสจะประสบความสำเร็จได้ ไปปฏิรูปคนดีกว่าไปดูวิธีการสรรหา คุณสมบัติ กติกาเขียนออกมาดีอย่างไร ถ้าคนไม่เป็นธรรม ก็ไม่มีโอกาสทำให้บ้านเมืองดีได้ ถ้าคนดีแล้วกติกาที่วางไว้ในอดีตปัญหาไม่เกิดแน่ เพราะกติกาที่คิดกันมาต้องดีด้วยเหตุด้วยผลทั้งนั้น แต่คงยากเพราะปล่อยคนนิสัยเสียกันไปหมดแล้ว ถ้าแก้คนไม่ได้เต็มที่ ปฏิรูปองค์กรทำให้กติกาดีขึ้นก็ยังดี

“จาตุรนต์” ชี้ไทยเสพติดรัฏฐาธิปัตย์

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า วิกฤติของสังคมไทย ผ่านไปพร้อมกับปี 2557 จริงหรือ เกือบครึ่งปีที่สังคมไทยอยู่ใน สภาพสับสนวุ่นวาย กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย ไม่มีทางออกจากวิกฤติความขัดแย้ง จนกระทั่งในที่สุดก็เกิดการรัฐประหาร ตามมาด้วยการปกครองแบบเผด็จการเต็มรูปแบบ เมื่อใดก็ตามที่สังคมไทยอยู่ในสภาพที่ขัดแย้ง รัฐบาลบริหารปกครองประเทศไม่ได้ บ้านเมืองอยู่ในสภาพที่ไม่มีขื่อไม่มีแป ก็มีความจำเป็นหรือแม้กระทั่งชอบธรรมที่จะต้องแก้ปัญหาด้วยการรัฐประหาร รวมทั้งกฎอัยการศึกอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด กลายเป็นว่าสังคมไทยกำลังอยู่ในสภาพขาดจากการใช้อำนาจ “รัฏฐาธิปัตย์” และกฎอัยการศึกไม่ได้ เหมือนคนติดยาเสพติดร้ายแรง

จวกกลไกอำนาจรัฐปูทางยึดอำนาจ

นายจาตุรนต์ระบุว่า คงจำกันได้ว่ามีการบอยคอตการเลือกตั้ง ขัดขวางการเลือกตั้งพร้อมๆกับการยึดสถานที่ราชการจำนวนมาก การดำเนินการทั้งหมดศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญและจากการวินิจฉัยของศาลแพ่งทำให้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่มีผลในทางปฏิบัติ กองทัพมีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงประกาศวางตัวเป็นกลาง ส่วน กกต.บอกว่าการขัดขวางการเลือกตั้งเป็นการแสดงความคิดเห็นที่สามารถทำได้ การเลือกตั้งถูกตัดสินให้เป็นโมฆะ กลไกที่มีอำนาจหน้าที่ในการรักษากฎหมายทั้งระบบได้ ร่วมกันทำให้การเลือกตั้งไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นและการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงก็ไม่สามารถกระทำได้ สภาพเช่นนี้เองเป็นเงื่อนไขไปสู่การรัฐประหารที่ผ่านมา เมื่อเกิดการรัฐประหารขึ้น กลไกที่มีอำนาจหน้าที่ในการรักษากฎหมายทั้งระบบนี้เองก็ได้รับรองการรัฐประหารโดยดุษฎีทั่วหน้ากัน การรัฐประหารจึงไม่ได้เกิดขึ้นจากสภาพที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้หรือเกิดจากความจำเป็นแบบที่ผู้ทำรัฐประหารไม่รู้อีโหน่อีเหน่มาก่อนอย่างที่กล่าวอ้างในภายหลัง

ไม่แก้วิกฤติแต่ฉุดประเทศโคม่า

นายจาตุรนต์ระบุว่า การจัดการกับปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในสังคมโดยวิธีการรัฐประหารนี้ แม้จะทำให้สังคมอยู่ในสภาพที่ไม่วุ่นวายได้ก็จริง แต่ก็แก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ยังเป็นการซ้ำเติมปัญหาวิกฤติให้หนักหนาสาหัสกว่าเดิมในระยะยาวด้วย คำว่า “จำเป็นต้องเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้ง” ได้งอกเงยและกลายพันธุ์อย่างรวดเร็วไปเป็นการจะปฏิรูปประเทศในทุกด้าน ออกแบบระบบการบริหารปกครองประเทศไม่มีทิศทาง จำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะฝ่ายที่เห็นต่าง ผลที่จะเกิดขึ้น จึงไม่อาจเป็นการ “ปฏิรูป” และไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ของประเทศได้ การเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้าง “ประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบไทยๆ” กำลังจะกลายเป็นการสร้างสังคมที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างถาวร วิกฤติของสังคมไทยไม่ได้กำลังผ่านพ้นไปพร้อมกับปี 2557 หนึ่งปีที่ผ่านไป เป็นปีที่ประเทศต้องเผชิญกับวิกฤติที่ผันผวนและซับซ้อน ปัญหาความขัดแย้งถูกกลบทับไว้ชั่วคราว ปัญหาใหม่ๆกำลังถูกสร้างขึ้น สะสมรอวันที่จะปะทุในวันข้างหน้า

ต้านนายกฯคนนอก-ดูถูกประชาชน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากเห็นการร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปตามหลักประชาธิปไตยสากล ยึดโยงประชาชนให้มากที่สุด อยากเห็นนายกฯมาจากการเลือกตั้ง ข้อเสนอให้นายกฯมาจากการเลือกตั้งโดยตรงกับนายกฯจากคนนอก เป็นแนวความคิดที่ต่างกันราวกับฟ้ากับเหว ไม่อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญออกมาแล้วเหมือนดูถูกประชาชน ข้อกล่าวอ้างว่านายกฯที่มาจากเลือกตั้งไม่สามารถทำงานได้ในสภาวะวิกฤติ ต้องดูว่ามีสาเหตุจากอะไร มีกระบวนการจงใจสร้างให้ทำงานไม่ได้อย่างเป็นกระบวนการ สั่งการให้หน่วยงานต่างๆเกียร์ว่าง เพื่อจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใช่หรือไม่ หากกองทัพขณะนั้นทำงานขยันแข็งขันเหมือนกับหลังปฏิวัติ คงไม่จำเป็นต้องปฏิวัติ การจะมีนายกฯคนนอกที่เกิดจากการแทรกแซงให้รัฐบาลทำงานไม่ได้ จึงไม่ใช่เหตุผลที่ถูกต้อง ลำพังการมีทัศนคติเป็นลบกับนักการเมือง พรรคการเมืองก็หนักแล้ว นี่ไปไกลถึงขั้นมีอคติกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ถือว่าเข้าขั้นวิกฤติ

เตือนอย่าฝืน ปชต.-ก่อวิกฤติ รธน.

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯอ้างเอารูปแบบต่างประเทศมาใช้เอามาทั้งหมด หรือเอามาเฉพาะส่วนที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ประโยชน์ วันนี้เราหาคนที่จะสร้างความเป็นธรรมได้หรือยัง ดังนั้นอย่าสร้างวิกฤติรัฐธรรมนูญ ขอให้ กมธ.ยกร่างฯ คิดอย่างง่ายๆ และเป็นธรรม อย่าฝืนความเป็นจริง อย่าฝืนความรู้สึกของคนหมู่มาก ที่สำคัญอย่าฝืนความเป็นประชาธิปไตย และต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ทำไม ส.ส.ต้อง 250 คน ทำไม ส.ว.ต้องสรรหา 200 คน ทำไมบัญชีรายชื่อต้อง 200 คน และทำไมจึงให้อำนาจ ส.ว.มากมาย แล้วลดอำนาจ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง ขอย้ำอีกครั้งว่า กมธ.ยกร่างฯ ต้องเขียนอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน” ดังนั้นในรัฐธรรมนูญควรคำนึงถึงประโยคนี้

นปช.ยุปรับ ครม.ศก.-โละ กมธ.ยกร่าง

นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช.กล่าวถึงกรณีเสนอให้ 3 นายพลลาออกจากตำแหน่งก่อนเกษียณเพราะเป็นรัฐมนตรีแล้วทำให้งานในกองทัพมีปัญหาว่า ไม่ใช่เฉพาะจากสายทหาร รวมถึงคนที่เป็นข้าราชการประจำปลัดกระทรวง ไม่ควรจะควบตำแหน่งรัฐมนตรี ควรเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่เช่นนั้นจะทำงานได้ไม่ดี รัฐบาลมีปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก คนขาดความเชื่อมั่นไม่จับจ่ายใช้สอย เสียดายรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ขณะนี้ยังไม่เห็นฝีมือเป็นชิ้นเป็นอัน ยังไม่มีอะไรที่ทำให้มั่นใจได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ควรพิจารณาว่าต้องเปลี่ยนตัวหรือไม่ นอกจากนี้ยังซ้ำเติมความขัดแย้งด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญที่มีแนวโน้มไม่เป็นประชาธิปไตย เปิดให้มีช่องสืบทอดอำนาจ จึงฝาก พล.อ.ประยุทธ์ มองปัญหา 2 เรื่องนี้อย่างจริงจัง ใครทำงานไม่เข้าท่าทั้ง ครม.สนช.กมธ.ยกร่างฯ ถ้า ดูว่าออกทะเลก็ควรปรับเปลี่ยน

นักวิชาการติงตามใจแป๊ะไม่ได้

นายยุทธพร อิสรชัย คณบดีรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงผลงานของ สปช.และ กมธ.ยกร่างฯว่า ที่ผ่านมา 3 เดือน กระบวนการให้ประชาชนมีส่วนร่วมน้อยมาก ต้องใช้ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม สปช.ต้องเป็นตัวเชื่อมกับประชาชน นำเอาข้อมูลจาก กมธ.ยกร่างฯไปให้ประชาชนดูว่าเห็นเป็นอย่างไร แล้วนำความเห็นของประชาชนไปเสนอให้ กมธ.ยกร่างฯอีกที แบบนี้ประชาชนจะรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วม ส่วนจุดตัดคือต้องทำให้การมีส่วนร่วมไปใช้ได้อย่างจริงจัง ลงเรือแป๊ะจะตามใจแป๊ะไม่ได้ อย่างการลงประชามติต้องทำข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงด้วย แต่ที่ผ่านมาการทำงานยังไม่ครบถ้วน ยังเข้าไม่ถึงท้องถิ่นจริงๆ เท่าที่สอนนักศึกษากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่รู้เลยว่า สปช.จังหวัดเขาเป็นใคร เป็นปัญหาอย่างหนึ่ง เพราะ สปช.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง สปช.จังหวัดต้องพยายามเข้าถึงประชาชนให้มากขึ้น เช่น การจัด 770 เวทีต้องลงสู่ท้องถิ่นจริงๆ ไม่ใช่จัดแต่แค่ในเมือง สปช.และ กมธ.ยกร่างฯต้องพยายามลงไปดูด้วยตนเอง ไม่ใช่ส่งตัวแทนหรือหน่วยงานลงไป

ผลงาน รบ.ไม่เข้าตาเต็ม 10 ได้ 5

นายยุทธพรกล่าวต่อว่า ในส่วนผลงานของรัฐบาล ในด้านการเมืองยังไม่มีผลงานที่โดดเด่นเท่าไร ภาพยังไม่ชัดเจน มีการกดดันจากต่างประเทศให้รีบจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว แต่ข้อดีคือการทำให้สถานการณ์ขัดแย้งหยุดนิ่งลงไปได้ ส่วนด้านเศรษฐกิจ ปัญหาใหญ่วันนี้ของรัฐบาลคือเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง มีผลกระทบกับปัญหาปากท้องของประชาชนตรงนี้รัฐบาลต้องรีบแก้ไขโดยด่วน และสุดท้ายด้านสังคม เรื่องนี้รัฐบาลเน้นการจัดการเยอะ มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ทั้งการจัดระเบียบรถตู้ วินมอเตอร์ไซค์ ปราบอิทธิพลต่างๆ ตรงนี้ถือเป็นผลงานที่โดดเด่น โดยภาพรวมทั้งหมดถ้าจะให้คะแนนรัฐบาลตนคงให้ได้เพียง 5 เต็ม 10 คะแนนเท่านั้น เพราะผลงานยังไม่เข้าตาเท่าที่ควร

แก้ราคายางไม่ได้ม็อบขู่มาแน่

นายไพรัช เจ้ยชุม ประธานเครือข่ายชาวสวนยางพาราจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า การที่รัฐบาลพยุงราคายางพาราโดยให้องค์การสวนยาง (อสย.) รับซื้อยางแผ่นรมควันในราคา กก.ละ 60 บาท เป็นนโยบายที่ล้มเหลว เพราะสถาบันเกษตรกรและชาวสวนยางรายย่อยไม่มียางไปขาย เพราะเป็นช่วงหน้าฝน ผลประโยชน์ส่วนใหญ่จึงเป็นของเอกชนที่เก็บสต๊อกยางแผ่นรมควันไว้จำนวนมาก เงิน 6,000 ล้านบาทของโครงการพยุงราคายางตกอยู่ในมือเอกชนแทบทั้งสิ้น ที่ผ่านมายื่นเรียกร้องให้รัฐบาลพยุงราคาน้ำยางสด กก.ละ 60 บาท และยางแผ่นรมควัน กก.ละ 80-85 บาท แต่การแก้ปัญหาไม่เป็นไปตามที่เรียกร้อง ดังนั้นในวันที่ 4 ม.ค.นี้ ประธานเครือข่ายชาวสวนยางพาราภาคใต้จะนัดประชุมกันที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อสรุปข้อเรียกร้องการพยุงราคายางส่งไปยังรัฐบาลเป็นครั้งสุดท้าย หากยังแก้ปัญหาไม่ได้เครือข่ายชาวสวนยางพาราภาคใต้จะนัดชุมนุมใหญ่ เพื่อมอบของขวัญให้รัฐบาลช่วงเทศกาลปีใหม่

“ปู-ไปก์” เคาต์ดาวน์เชียงใหม่

ด้านความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย ร่วมงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ที่หมู่บ้าน
กรีนวัลเล่ย์ อำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาว ภายในงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวอวยพรปีใหม่แก่คนที่มาร่วมงานเป็นภาษาคำเมือง ตอนหนึ่งว่า วันนี้เราได้มาเจอกัน บรรยากาศแบบนี้ถือว่าหายาก ทางเหนือบ้านของเราอบอุ่น ทำให้เราได้มามีชีวิตและจิตใจที่สดชื่นขึ้น เพราะเราก็ผ่านอะไรกันมาหลายๆอย่าง อาจจะเจอปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ แต่เชื่อว่าปีหน้าจะเป็นปีที่ดี ที่เราจะได้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ และมีชีวิตที่มีความสุข เจอแต่สิ่งที่สวยงามและราบรื่น ในโอกาสปีใหม่ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก คุ้มครองให้ทุกคนทั้งในที่นี้และประชาชน จริงๆแล้วก็ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้สวัสดีปีใหม่ให้พี่น้องประชาชน แต่จะอยู่ที่นี่แล้วส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชน เชื่อว่าปีหน้าเราจะเจอแต่สิ่งที่ดีๆ คนที่ทำมาค้าขายก็ขอให้ค้าขายได้ดี มีเงินมีทอง ขอให้มีความสุข มีสุขภาพแข็งแรง และเอาชนะสิ่งต่างๆ ปัญหาต่างๆ จนประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังได้ร่วมร้องเพลง “พรปีใหม่” กับนางเยาวภาและนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้