วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กระสุนตกใส่3ราย มือบอน ยิงปืนฉลองปีใหม่

กระสุนตกใส่3ราย มือบอน ยิงปืนฉลองปีใหม่

  • Share:

ป้าวัย57โดนขณะสวดมนต์ที่วัด 7ขวบนอนอยู่ในบ้านเลือดพุ่ง สาวอาชีวะกินเลี้ยงเจอที่ต้นขา

อุทาหรณ์เตือนใจถึงพวกคึกคะนองยิงปืนขึ้นฟ้าฉลองปีใหม่แบบสิ้นคิด สร้างความ เดือดร้อนให้ชาวบ้าน หลังลูกปืนตกใส่เหยื่อผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บหลายราย รายแรกป้าวัย 57 ปี ชาวกระบี่ นั่งสวดมนต์ข้ามปีอยู่ในวัดร่วมกับเพื่อนบ้านนับร้อยชีวิต เจอกระสุนตกจากฟ้าโดนขาทะลุ อีกราย หนูน้อยวัย 7 ขวบ นอนหลับอยู่ในบ้าน มีกระสุน 9 มม. ทะลุหลังคามาถูกข้อเท้าเลือดทะลัก ผู้ว่าฯปัตตานีรุดเยี่ยมพร้อมสั่งล่าตัวมือยิง ขณะที่พ่อแม่ลูกชาวแม่สอดขวัญผวา ลูกปืนตกเฉียดหัวไปแค่คืบ ด้านสาวอาชีวะเมืองเพชรฟาดเคราะห์ต้นปีแพะ ลูกปืนปริศนาพุ่งเข้าโคนขาเขียวช้ำ ส่วนที่เชียงใหม่ ไฟไหม้โรงรถบ้าน ม.ร.ว.ตระกูล “รพีพัฒน์” ลุกพรึ่บเผาวอดรถเก๋งคลาสสิก 2 คัน คาดพลุหรือโคมลอยหล่นใส่

ยิงปืนขึ้นฟ้าสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน กระสุนตกใส่เหยื่อผู้บริสุทธิ์รับเคราะห์บาดเจ็บหลายราย โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 ม.ค. พ.ต.ท.ปฏิวัตร ลิ้มฉุ้น พนักงานสอบสวน สภ.ลำทับ จ.กระบี่ เปิดเผยว่า ราวเที่ยงคืนเศษที่ผ่านมา หลังงานฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ได้เกิดเหตุกระสุนหล่นใส่ชาวบ้านที่นั่งสวดมนต์ข้ามปีภายในวัดลำทับ หลังเกิดเหตุชาวบ้านนำคนเจ็บส่ง รพ.ลำทับ ให้แพทย์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนส่งต่อไปยัง รพ.กระบี่ ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นางละวาด เนื้อนุ้ย อายุ 57 ปี ชาวบ้าน ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ ซึ่งมาทำสวนยางพาราในพื้นที่ อ.ลำทับ ถูกกระสุนไม่ทราบขนาดเข้าที่ขาซ้าย ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุผู้บาดเจ็บพร้อมชาวบ้านอีกกว่า 100 คน กำลังนั่งสวดมนต์ข้ามปีอยู่ภายในเต็นท์บริเวณลานวัดลำทับ จู่ๆมีกระสุนตกทะลุหลังคาเต็นท์ลงมาถูกที่ขาซ้ายของนางละวาด กระสุนฝังใน หลังถูกกระสุน นางละวาดยังไม่รู้ตัวเพราะมีอาการเจ็บเล็กน้อยและคิดว่าเป็นแค่ก้อนหินตกใส่ แต่เมื่อลุกขึ้นยืนปรากฏว่ามีเลือดไหลจำนวนมาก เพื่อนบ้านรีบช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นคาดว่ากระสุนดังกล่าวเป็นการยิงปืนขึ้นฟ้าฉลองปีใหม่ของคนในละแวกนั้น ซึ่งจะเร่งสอบสวนหาตัวเจ้าของกระสุนรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป

รายต่อมาเมื่อเวลา 09.00 น. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี ไปตรวจสอบบ้านเลขที่ 102/1 หมู่ 4 ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี หลังเมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา มีกระสุนปืนตกใส่หลังคาบ้านทะลุไปถูก ด.ญ.นริศรา มามุ อายุ 7 ขวบ ขณะนอนอยู่ในห้องนอนจนได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าซ้าย ผู้เป็นพ่อรีบนำตัวส่งไปรักษาที่ รพ.ปัตตานี ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ที่เกิดเหตุพบกระเบื้องหลังคาบ้านทะลุเป็นรูโหว่ และพบหัวกระสุน 9 มม.ตกอยู่ใกล้ที่นอน

นายไซฟูดิน มามุ อายุ 38 ปี พ่อเหยื่อกระสุนเล่าให้ตำรวจฟังว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเที่ยงคืนวันปีใหม่ มีการจุดพลุ พร้อมกับยิงปืนกันดังสนั่น ระหว่างนั้นได้ยินเสียงร้องของลูกสาวที่นอนอยู่ในห้อง วิ่งเข้าไปดูพบมีเลือดไหลทะลักที่ขาและหลังคาทะลุเป็นรู รีบนำลูกส่ง รพ.ปัตตานี โดยตำรวจคาดว่า กระสุนปืนนัดดังกล่าวน่าจะมีคนในพื้นที่ร่วมฉลองปีใหม่ด้วยการยิงปืนขึ้นฟ้า ซึ่งจะส่งหัวกระสุนปืนไปตรวจสอบว่ามาจากไหน และติดตามผู้ยิงปืนมาดำเนินคดี

ต่อมาช่วงบ่าย นายวีรพงศ์ แก้วสุวรรณ ผวจ.ปัตตานี พร้อมปลัดอำเภอหัวหน้าประจำตำบลรูสะมิแล และกำนันตำบลรูสะมิแล นำกระเช้าของขวัญ ขนม และเงินสดจำนวนหนึ่งเป็นค่าทำขวัญ เข้าเยี่ยมอาการและให้กำลังใจ ด.ญ.นริศรา เหยื่อกระสุนปืนปริศนาที่ตกใส่หลังคาบ้านทะลุลงมาถูกข้อเท้าซ้ายบาดเจ็บ โดยนายวีรพงศ์ กล่าวว่า เหตุครั้งนี้เป็นการยิงปืนขึ้นฟ้าด้วยความคึกคะนองและขาดวิจารณญาณของผู้มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ขอฝากไปถึงพวกที่ชอบยิงปืนขึ้นฟ้าในเทศกาลต่างๆว่า การกระทำในลักษณะนี้นอกจากจะไม่สร้างสรรค์แล้ว ยังก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น หากเหตุร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวบ้างจะรู้สึกอย่างไร ขอให้ช่วยกันรณรงค์ไม่ให้มีการยิงปืนขึ้นฟ้าอีก ส่วนคดีมอบหมายให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี เร่งหาตัวผู้กระทำผิดโดยเร็วเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

จ.ตาก เช้าวันเดียวกัน ร.ต.ท.สามารถ สิงนวน พนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด รับแจ้งเหตุมีกระสุนปืนตกใส่ทะลุหลังคาบ้านเลขที่ 21/4 ซอยบ่อนไก่ ถนนแม่สอด-อุ้มผาง ต.แม่สอด ไปตรวจสอบพบนายวิรัญธร ธรรมมา อายุ 37 ปี เจ้าของบ้าน นำตำรวจไปดูร่องรอยกระสุนปืนที่ทะลุหลังคากระเบื้องตกลงมาใกล้ที่นอนกลางบ้าน และเก็บหัวกระสุนปืนไม่ทราบขนาด 1 หัว ไปตรวจสอบหาเจ้าของกระสุนปืนมาดำเนินคดี

นายวิรัญธรเล่านาทีระทึกว่า เมื่อช่วงเที่ยงคืนขณะที่ตนพร้อมภรรยาและลูกชายวัย 5 ขวบ นอนหลับอยู่บนที่นอนกลางบ้าน จู่ๆได้ยินเสียงคล้ายมีวัตถุตกใส่หลังคา จึงลุกขึ้นสำรวจดูรอบๆบ้านท่ามกลางเสียงยิงปืนและจุดประทัดดังสนั่น กระทั่งพบลูกปืนที่ทะลุหลังคาลงมาอยู่บนพื้น ห่างจากจุดที่ครอบครัวนอนอยู่แค่ 1 ศอกเท่านั้น หากตกมาตรงๆอาจจะมีคนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ จึงขอวิงวอนไปถึงคนที่ชอบยิงปืนขึ้นฟ้าให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว เพราะอาจมีผู้ได้รับเคราะห์จากความคึกคะนองโดยไม่คาดคิด

ส่วนที่ จ.เพชรบุรี ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 38/1 หมู่ 6 บ้านดอนยี่กรอก ต.หนองพลับ อ.เมืองเพชรบุรี หลังรับแจ้งมีกระสุนปืนตกใส่ถูกโคนขาซ้าย น.ส.พรกมล จินดารัตน์ อายุ 19 ปี นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี บาดเจ็บ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ในบ้านพบ น.ส.พรกมลยังอยู่ในอาการหวาดผวากับเหตุร้ายที่เกิดขึ้น โดยมีแม่และพ่อเลี้ยงคอยปลอบโยนอยู่ข้างๆ โดยก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.หาญ แก้ววิชิต พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี เข้าตรวจที่เกิดเหตุและเก็บหัวกระสุนปืน .38 สภาพบี้แบนที่ตกลงมาไปเป็นหลักฐานแล้ว

น.ส.พรกมลเล่าให้ฟังว่า ก่อนเที่ยงคืนที่ผ่านมา ตนและเพื่อนอีก 2 คน นั่งกินเลี้ยงฉลองปีใหม่อยู่ในศาลาพักผ่อนที่ตั้งอยู่ในสวนหน้าบ้าน พอถึงช่วงเคาต์ดาวน์ได้ยินเสียงพลุและปืนดังขึ้นหลายนัด จากนั้นมีวัตถุบางอย่างตกใส่หลังคาเสียงดัง ก่อนหล่นลงมาเฉี่ยวศีรษะและถูกเข้าที่โคนขาซ้ายของตนได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกและเขียวช้ำ ครั้งแรกไม่รู้ว่าเป็นลูกปืน กระทั่งเช้าตนมาเก็บกวาดศาลาและพบหัวกระสุนดังกล่าว จึงบอกมารดาและแจ้งตำรวจ

นายศุภวัฒน์ เลิศเวช พ่อเลี้ยงเหยื่อกระสุนกล่าวว่า โชคดีที่ลูกปืนถูกแค่โคนขาบุตรสาวเจ็บเล็กน้อย หากถูกจุดสำคัญจนทำให้เสียชีวิต ครอบครัวคงเสียใจมาก อยากฝากตำรวจช่วยกวดขันจับกุมผู้ที่ยิงปืนขึ้นฟ้าให้ได้โดยเร็ว และฝากถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการเข้มงวด จัดการกับพวกชอบยิงปืนขึ้นฟ้าให้เด็ดขาดและจริงจัง

นอกจากการยิงปืนขึ้นฟ้าจนมีกระสุนตกใส่ผู้คนบาดเจ็บแล้ว ยังมีเหตุการณ์จุดพลุฉลองเคาต์ดาวน์ปีใหม่ตกใส่บ้านเรือนทำให้เกิดเพลิงไหม้ทรัพย์สินเสียหายด้วย โดยเมื่อเวลา 00.15 น.วันที่ 1 ม.ค. พ.ต.ท.อิทธิรัตน์ แสนปัญญา พนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ รับแจ้งมีเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 162 ถนนป่าตัน-บ้านท่อ ต.ป่าตัน อ.เมืองเชียงใหม่ จึงประสานหน่วยกู้ภัยและรถดับเพลิงเทศบาลนครเชียงใหม่ไปฉีดน้ำดับไฟ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ปลูกในเนื้อที่ราว 200 ตารางวา พบเพลิงลุกไหม้โรงจอดรถข้างตัวบ้าน เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำสกัดเปลวไฟไม่ให้ลุกลามไปติดบ้าน ท่ามกลางกระแสลมพัดแรง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่โรงรถและรถเก๋งรุ่นเก่าที่จอดอยู่ถูกไฟไหม้ 2 คัน คันแรกเป็นรถยี่ห้อเฟียต ส่วนอีกคันยี่ห้อเปอโยต์

สอบสวนทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นของนายจรูญ ชินาลัย อายุ 72 ปี และ ม.ร.ว.มธุรา รพีพัฒน์ สองสามีภรรยา ก่อนเกิดเหตุเจ้าของบ้านไปพักอยู่ที่บ้านอีกหลัง โดยตลอดทั้งคืนมีการจุดพลุและปล่อยโคมลอยเพื่อฉลองปีใหม่หลายแห่ง กระทั่งเพื่อนบ้านได้กลิ่นควันไฟ ออกไปดูพบไฟไหม้โรงจอดรถ ซึ่งมีรถเก๋งคลาสสิกที่เจ้าของบ้านสะสมไว้จอดอยู่ 2 คัน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาดับไฟ ตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุเพลิงไหม้น่าจะมาจากการจุดพลุปล่อยโคมลอยฉลองเคาต์ดาวน์ปีใหม่ ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวบ้าน อาจมีพลุหรือโคมลอยมาตกใส่โรงจอดรถจนเกิดไฟไหม้ลุกลามเผารถเก๋งวอดทั้ง 2 คัน อย่างไรก็ตามจะประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้