วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โลกที่เห็นและน่าจะเป็นไป 2558

โลกที่เห็นและน่าจะเป็นไป 2558

  • Share:

ผ่านพ้นฤกษ์เบิกศักราชใหม่ไปหมาดๆ บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองยังอบอวล แต่กาลเวลาไม่เคยหยุดรอใคร หากจะก้าวไปข้างหน้าอย่างหนักแน่นมั่นคง

ก็ต้องทบทวนอดีตและประเมินบทเรียน เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์และสรรพสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกันต่อไป...

• “ปีมะแม 2558” นี้มีความหมายเป็นพิเศษในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงไทยเรา ที่กำลังมุ่งหน้าสู่การเป็น “ประชาคมอาเซียน” เต็มตัวช่วงสิ้นปี จนหลายท่านกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับไทยบ้าง?


จริงๆแล้วประชาคมอาเซียนเป็นรูปเป็นร่างมาตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งสมาชิก 10 ชาติร่วมลงนามรับรอง “กฎบัตรอาเซียน” และบังคับใช้เป็นทางการตั้งแต่ 15 ธ.ค.2551 เพื่อเป็นกรอบกฎหมายและโครงสร้างองค์กรต่างๆ ที่จะผลักดันให้เกิดกระบวนการทำงานตามแผนแม่บทประชาคมอาเซียน ซึ่งมีอยู่ 3 เสาหลัก ได้แก่ ประชาคมการเมืองและความมั่นคง หรือ APSC ประชาคมเศรษฐกิจ หรือ AEC และ ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม หรือ ASCC

• เป้าหมายหลัก ของประชาคมอาเซียนนั้นยึดถือ “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” แต่ความสำคัญอยู่ที่การรวมตัวกันเพื่อใช้เป็นเครื่องมือหรืออำนาจต่อรองในเวทีโลก ซึ่งต้องอาศัย “ความร่วมมือ” กันอย่างจริงใจ


หากเปรียบกับการสร้างบ้าน ประชาคมอาเซียนก็ลงเสาเข็ม วางโครงสร้าง ปูพื้น ก่อกำแพงเสร็จจนเป็นรากเป็นฐานไปแล้ว ที่เหลือก็คงเป็นการวางระบบสาธารณูปโภคหรือตกแต่งภายในต่อไป และกว่าจะเสร็จสิ้นอาจมีเรื่องต้องปรับแก้ไขกันอีกหลายยก แต่ไม่อาจปล่อยทิ้งร้างได้เพราะมีเงื่อนไขกฎบัตรผูกมัดอยู่

APSC ได้ดำเนินงานตามแผนแม่บทลุล่วงแล้วประมาณ 78 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ AEC ลุล่วงแล้ว 79.7 เปอร์เซ็นต์ ที่เห็นเป็นรูปร่างชัดเจนคือการลงนามรับรองการย้ายแรงงานเสรี 7 อาชีพ ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี และนักสำรวจ มีผลตั้งแต่ปี 2553 ส่วน ASCC ลุล่วงแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ส่งเสริมความรู้และคุ้มครองประชากร บูรณาการความร่วมมือระหว่างประชากร

• แต่ประเด็น ที่ประชาคมอาเซียนต้องเฝ้าระวังร่วมกันคือภัยคุกคามรูปแบบใหม่

ทั้งการก่อการร้าย การลักลอบค้าอาวุธ ยาเสพติด อาชญากรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โรคระบาด การเกิดภัยพิบัติ/ภัยธรรมชาติ การลักลอบเข้าเมือง การฟอกเงิน การค้าสตรีและเด็ก โจรสลัด รวมถึงท่าทีของมหาอำนาจนอกภูมิภาค ทั้งสหรัฐฯ จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป (อียู) รวมถึงม้ามืด “อินเดีย” ซึ่งมี “นเรนทรา โมดี” เป็นผู้นำคนใหม่ ต่างชูนโยบายสานสัมพันธ์กับ “อาเซียน” ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ยังมีสถานการณ์ใหญ่ๆ ที่อาจส่งผลถึงขั้น “เปลี่ยนเกมความสัมพันธ์” ระหว่างอาเซียนและกลุ่มประเทศนอกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งใหญ่ในพม่า ช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.2558 ซึ่งน่าลุ้นว่าพม่าจะมี “รัฐบาลพลเรือน” เต็มรูปแบบได้หรือไม่ และหากมีการเปลี่ยนขั้วการเมือง อะไรจะเกิดขึ้น?


ขณะที่อินโดนีเซียซึ่งมี “โจโก วิโดโด” หรือ “โจโกวี” ประธานาธิบดีจากฝั่งพลเรือนคนแรก มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกวาดล้างทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และอาจเป็นตัวอย่างให้สมาชิกอาเซียนอื่นๆได้เรียนรู้ว่า “ประชาธิปไตย” ที่ไร้เงากองทัพกำกับ จะ “รุ่ง” หรือ “ร่วง” อย่างไรต่อไป

ส่วนบทบาทของมาเลเซียในฐานะ “ประธานอาเซียน” ปีนี้ อาจได้รับผลกระทบจากคลื่นใต้น้ำของการเมืองในประเทศ รวมถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มเคร่งศาสนา และกระแสต่อต้านสหรัฐฯ ตลอดจนแรงกดดันจากจีนซึ่งกระทบกระทั่งกัน กรณีเครื่องบินเอ็มเอช 370 ของมาเลเซีย พาผู้โดยสารชาวจีนเต็มลำหายสาบสูญ

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา


• มองไกล ไปยังจุดสำคัญอื่นๆของโลก “สหรัฐอเมริกา” มหาอำนาจหมายเลข 1 จะยังเผชิญปัญหาทั้งภายในและภายนอก หลังพรรครีพับลิกันยึดครองเสียงข้างมากในทั้งสภาสูงสภาล่างได้ในการเลือกตั้งกลางเทอม ทำให้รัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา ทำงานยากขึ้นจนอาจตกอยู่ในสภาพ “เป็ดง่อย” ในช่วง 2 ปีที่เหลือ

ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯยังไม่สู้ดี พรรครีพับลิกันอาจขัดขวางนโยบายใหม่และต่อเนื่องต่างๆของโอบามา รวมทั้งการปฏิรูปนโยบายผู้อพยพเข้าเมือง ความขัดแย้งในสภาคองเกรสน่าจะเผ็ดร้อนขึ้น จนบางจังหวะโอบามาอาจงัดเอา “อำนาจประธานาธิบดี” ออกมาใช้ ซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้ความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ก่อนที่จะหาทางประนีประนอมกันเพื่อให้ชาติเดินหน้าต่อไปได้

• “ปีแพะ” ยังจะเป็นปีที่การขับเคี่ยวแย่งชิงอิทธิพลระหว่างมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ของโลกดุเดือดขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐฯ ซึ่งมีสหภาพยุโรป (อียู) เป็นลูกคู่กับ “รัสเซีย” ซึ่งกินแหนงแคลงใจกันลึกซึ้ง

ปลายปีม้า รัสเซียเสียท่าซวนเซ เพราะราคาน้ำมันโลกทรุดฮวบ ฉุดเงินรูเบิลให้อ่อน ค่าลงเกือบร้อยละ 50 รัสเซียกล่าวหาว่าเป็นเพราะถูกสหรัฐฯ และอียูรุมคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจการค้า ตอบโต้ที่รัสเซียแทรกแซงยูเครนและฮุบคาบสมุทรไครเมีย ทั้งยังรวมหัวกับซาอุดีอาระเบียเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันจนล้นตลาด จนรัสเซียซึ่งต้องพึ่งพารายได้จากนํ้ามันและก๊าซธรรมชาติเป็นหลักแทบล้มทั้งยืน

แม้จะถูกเล่นงานหนักหน่วง ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน คงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ทั้งกรณียูเครน การแย่งชิงอิทธิพลในยุโรปตะวันออก และเวทีอื่นๆ เช่นศึกซีเรีย แต่เมื่อต้องปวดขมับกับการแก้วิกฤติเศรษฐกิจภายในและต้องต่อกรกับมหาอำนาจตะวันตกด้วย...ศึกนี้จึงใหญ่หลวงนัก!


• ส่วน “จีน” ซึ่งร่ำรวยอู้ฟู่ จะรุกคืบแผ่ขยายอิทธิพลมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจการเมือง การทหาร และวัฒนธรรม โดยเฉพาะในเอเชียและแอฟริกา จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องงัดข้อกับขาใหญ่เดิมอย่างสหรัฐฯ และ “ญี่ปุ่น” ซึ่งแม้เศรษฐกิจจะถดถอย แต่นายกฯชินโสะ อาเบะ ยังผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใฝ่สันติ เพื่อขยายบทบาทของกองทัพญี่ปุ่นในเวทีโลก ท่ามกลางความไม่พอใจของจีนและเกาหลีใต้ที่เคยถูกญี่ปุ่นรุกราน

จีนยังต้องคอยประคับประคองกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้กับหลายชาติเพื่อนบ้านไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้ ส่วนเรื่องภายในจีนก็น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เร่งกวาดล้างการคอร์รัปชันในทุกระดับสุดเข้มข้น แม้แต่บิ๊กเบิ้มอย่างโจว หย่งคัง อดีตสมาชิกปูลิตบูโรผู้ทรงอิทธิพล และหลิง จี้หัว อดีตคนสนิทของอดีตประธานาธิบดีหู จิ่นเทา ยังถูก “สอย” ไม่ไว้หน้า!


• จุดล่อแหลม อื่นๆ คงหนีไม่พ้น “เกาหลีเหนือ” ซึ่งผู้นำคิม จอง อึน ยังลึกลับรับมือยาก กรณีล่าสุดคือการเปิดเกม “สงครามไซเบอร์” กับสหรัฐฯ โดยโสมแดงถูกกล่าวหาแฮกข้อมูลของ “โซนี่ พิคเจอร์ส” เพื่อตอบโต้ที่จะฉายภาพยนตร์เรื่อง “ดิ อินเทอร์วิว” เกี่ยวกับแผนลอบสังหารคิม จอง อึน และขู่จะก่อวินาศกรรมโรงหนังจนโซนี่ต้องระงับการฉาย ถัดมาไม่กี่วัน อินเตอร์เน็ตของโสมแดงก็ล่มทั้งระบบ ซึ่งอาจเป็นการ “เอาคืน” จากสหรัฐฯ

กรณีเกาหลีเหนือนี้เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งว่าในอนาคต สงครามบนโลกไซเบอร์ระหว่างประเทศต่างๆ โดยเฉพาะมหาอำนาจ จะดุเดือดสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น!

ส่วนกรณี “อิหร่าน” การเจรจาเรื่องนิวเคลียร์กับ 6 ชาติมหาอำนาจ “พี5+1” ยังบรรลุข้อตกลงไม่ได้ตามเส้นตาย ต้องลากมาถกกันต่อในปีนี้ ขณะที่ศึกอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ซึ่งรบกันหนักหน่วงในปีม้า ก็คงหาจุดยุติยาก แม้จอร์แดนจะเสนอแผนสันติภาพต่อยูเอ็น แต่อิสราเอลไม่เล่นด้วย

กระนั้นก็ยังมีสัญญาณแง่ดีที่สหรัฐฯและคิวบาฟื้นฟูความสัมพันธ์กันครั้งแรกในรอบ 50 ปี แต่การสานต่อความร่วมมือทั้ง 2 ชาติอาจพบอุปสรรคบ้าง เพราะลูกหลานชาวคิวบาพลัดถิ่นในสหรัฐฯ ไม่พอใจที่นโยบายดังกล่าวยิ่งสร้างความเข้มแข็งให้ตระกูลผู้นำคิวบา ซึ่งที่ผ่านมาบริหารประเทศแบบผูกขาดจนคนจำนวนมากต้องขอลี้ภัย

สงครามภายในประเทศ


• ส่วนปรากฏการณ์ อันน่าสะพรึงกลัวที่สุดที่อุบัติขึ้นในปีม้า คือการผงาดขึ้นมาของกองกำลัง “รัฐอิสลาม” (ไอเอส หรือไอซิส หรือไอซิล) ซึ่งยึดครองพื้นที่ในอิรักและซีเรียได้กว้างขวาง อีกทั้งขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม ถึงขั้นฆ่าตัดคอเหยื่อจำนวนมาก รวมทั้งนักข่าวชาวตะวันตกหลายคน จนพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ต้องระดมกำลังโจมตีทางอากาศ แต่ไม่กล้าส่งทหารราบเข้าไปรบภาคพื้นดิน เพราะกลัวติดหล่มสงครามยืดเยื้อ

ในปีแพะ การสู้รบกับกลุ่มไอเอสซึ่งมีนักรบญีฮาดจากหลายชาติทั่วโลกแห่ไปร่วมด้วยจะยิ่งดุเดือดนองเลือด และมหาอำนาจตะวันตกจะถอยไม่ได้ เพราะถ้าเอาไม่อยู่จะเป็นภัย คุกคามใหญ่หลวง แต่ต้องระวังพวกแนวร่วมหรือมีแนวคิดเดียวกับไอเอสก่อเหตุโจมตีโดยลำพังในดินแดนของตนด้วย ขณะที่อนาคตของ “อัฟกานิสถาน” ก็ยังไม่น่าไว้วางใจ หลังสหรัฐฯ ถอนทหารเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา กลุ่ม “ตาลีบัน” กลับยิ่งกล้าแข็ง

• ปีมะแม...สถานการณ์โลกมีทั้งดีร้ายตามวัฏจักรที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ขอให้ท่านผู้อ่านผู้มีอุปการคุณทุกท่านดำเนินชีวิตอย่างกล้าหาญ มีกำลังใจและสติเต็มเปี่ยม....“แฮปปี้ นิวเยียร์”!

ทีมข่าวต่างประเทศ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้